HIGHLIGHT CONTENT

จัดอันดับ 9 หนัง Spider-Man เวอร์ชั่นได้คะแนนรีวิวสูงสุด ก่อนมันส์ไปกับ No Way Home

  • 18,777
  • 20 ธ.ค. 2021

 

 

จักรวาล Spiderman มีออกมาอย่างมากมาย นับตั้งแต่ ปี 2002 จนปัจจุบัน ปี 2021 และยังมีต่ออีกในอนาคต เรามาจัดอันดับ ภาพยนตร์ Spiderman กันดีกว่าโดยอ้างอิงคะแนนจาก TOMATOMETER จะมีภาคไหนได้คะแนนเท่าไรและฉายในปีไหนกันบ้าง ไปดูกันเลย

1. SPIDER-MAN:INTO THE SPIDER-VERSE ( 2018 )

คะแนน rotten tomatoes 97%

 โดยเรื่องนี้ได้รับคะแนนสูงที่สุด เอาไปถึง 97% ภาคนี้ไม่ใช่คนแสดงแต่นำภาพอนิเมชั่นมาแสดงแทน เป็นที่ชื่นชอบในหมู่วัยรุ่นและคนเล่นเกมส์ เพราะก่อนที่ตัวหนังจะออกมา ได้มีเกมส์ Ps4 ออกมาก่อนและคนให้ความสนใจกันมาก เนื้อเรื่องสั้นๆของภาคนี้คือ Spiderman ได้โดนนักล่าแมงมุมล่าตัวทุกจักรวาล ซึ่งตัวละครนำไม่ใช่ ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ แต่ตัวละครนำของเรื่องคือ ไมลส์ โมราเลส เด็กผิวสีที่ได้รับพลังแมงมุมมาแต่ยังไม่รู้วิธีการจัดการและควบคุม มีตัวละครที่น่าสนใจอีกมากมาย โดยได้มารวมตัวกันและสู้ไปด้วยกันในเรื่อง Spiderman-verse

 

2. SPIDER-MAN:NO WAY HOME ( 2021 )

คะแนน rotten tomatoes 94%

เพิ่งเปิดตัวแต่กลับเป็นอันดับที่ 2 เป็นครั้งแรกที่ Spider-Man ไม่ต้องซ่อนตัวใต้หน้ากากอีกต่อไป และเขาไม่สามารถแยกชีวิตในฐานะซูเปอร์ฮีโร่ออกจากชีวิตปกติได้อีกต่อไป เมื่อเขาไปขอให้ด็อกเตอร์สเตรนจ์ช่วยเหลือ แต่มันกลับกลายเป็นวุ่นวายกว่าเดิม บังคับให้เขาต้องหาทางแก้ไขและหาความหมายของการเป็นสไปเดอร์แมน หนังเรื่องนี้จะแนะนำสิ่งที่เรียกว่า Multiverse ในจักรวาลมาร์เวลอย่างเป็นทางการ  พร้อม ๆ กับวายร้ายจากทั้ง Spider-Man และ The Amazing Spider-Man ก็จะมาปรากฎตัวด้วยเช่นกัน 

3. SPIDER-MAN 2 ( 2004 )

คะแนน rotten tomatoes 93%

หนังเรื่องนี้เป็นภาคต่อของ SPIDER-MAN โดยภาคนี้ช่วงแรกๆจะเล่าถึงความรักและชีวิตของปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ แสดงโดย โทบีย์ แมไกวร์ ที่ได้ลาจากการเป็น SPIDER-MAN แต่ก็ต้องหวนกลับมาอีกครั้งเพราะ เจน ถูก Dr. Otto Octavius จับตัวไป และยังจะต้องยับยั้งไม่ให้การทดลองพลังงานฟิวชั่นที่ไม่สามารถควบคุมได้ ภาคนี้จึงเป็นอีกภาคที่สนุกได้ลุ้นทั้งการต่อสู้และความรักของ SPIDER-MAN

4.SPIDER-MAN:HOMECOMING ( 2017 )

คะแนน rotten tomatoes 92%

ภาคนี้เป็นภาคแรกที่ SPIDER-MAN มาอยู่ในจักรวาล Marvel เรื่องราวในเรื่องนี้ได้ต่อมาจาก Captain America : Civil War  ซึ่งในตอนนั้นผู้กำกับได้ปูทางไว้ให้แล้ว โดยมีความสัมพันธ์กับตัวละครหลักนั้นก็คือ โทนี่ สตาร์ค เหมือนพ่อ-ลูกกัน ภาคนี้ ทอม ฮอลแลนด์ ยังแสดงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมกู้หน้ากลับมาได้หลังจาก THE AMEZING SPIDER-MAN ได้โดนคำวิจารณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไร 

5.1 SPIDER-MAN ( 2002 )

คะแนน rotten tomatoes 90%

นับเป็นเรื่องแรกที่ SPIDER-MAN ออกมาฉายให้ผู้คนได้เห็นและได้รู้จักกันมากขึ้น ผ่านนักแสดงอย่าง โทบีย์ แมไกวร์ ได้รับพลังแมงมุมจากการโดนกัดและได้ต่อสู้กับ กรีน ก๊อบลิน ศัตรูตัวหลักของสไปรดี้ แถมยังมีมุมมองความรักที่ ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ มอบให้ แมรี่ เจน อีกด้วย ซึ่งในภาคนี้ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียวจนต้องมีภาค 2 และ 3 เกิดขึ้น ถือว่าเกิดเพราะภาคนี้เลยก็ว่าได้

5.2 SPIDER-MAN:FAR FROM HOME ( 2019 )

คะแนน rotten tomatoes 90%

ได้รับคะแนนไป 90% เท่ากับ SPIDER-MAN 2002 เลย หลังจาก ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ ฉบับ Marvel ได้เปิดตัวที่ยิ่งใหญ่ไปและยังมีผลงานที่ยอดเยี่ยมตามมาผ่านทาง Avenger end game ทางค่ายจึงทำภาคนี้ออกมาต่อ ซึ่งภาคนี้ได้มีคนตั้งคำถามตั้งแต่หนังยังไม่เปิดตัวว่า หรือสไปเดอร์แมนจะเป็นผู้นำกลุ่มอเวนเจอร์คนต่อไป เพราะโทนี่ สตาร์ค ได้ตายในภาค End game แล้ว โดย ปีเตอร์ ได้ออกไปเที่ยวและดูงานกับทางโรงเรียน แต่ได้มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ได้เจอกับศัตรูตัวฉกาจอีกนั้นก็คือ มิสทีรีโอ ผู้มาพร้อมกับพลังมหาศาลและยังมีอสูรกายจตุรธาตุ อีก งานนี้สไปเดอร์แมนจะหยุดยั้งยังไงและจะพิชิตใจ MJ ได้ยังไง ได้รับคะแนนไปถึง 90% เลยทีเดียว

6. THE AMAZING SPIDER-MAN ( 2012 )

คะแนน rotten tomatoes 72%

ก่อนหน้านี้ หนังซูเปอร์ฮีโร่ขวัญใจชาวโลกอย่าง สไปเดอร์แมน ออกสู่สายตาชาวโลกและเป็นที่รู้จักในนักแสดงอย่าง โทบี้ แม็คไกว์ สำหรับสไปเดอร์แมน สามภาคนั้นก็ประสบความสำเร็จอย่างที่เห็น แต่ยังไม่จบครับ ตำนานบทใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้น ด้วยนักแสดงใหม่ และอารมณ์ของหนังก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ซึ่งในสไปเดอร์แมนภาคนี้ จะเล่าย้อนไปในช่วงที่ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ตัวนักแสดงของเรื่อง ยังมีพ่อแม่อยู่ครบ(ริชาร์ดและแมรี่) เล่าย้อนไปในสมัยไฮสคูล (ในภาคออริจินัลจะอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัย)

แต่ด้วยข้อสงสัยบางอย่าง ยังทำให้ผมคิดว่าบางพาร์ทมันยังดูง่ายเกินไป และมันยังเหมือนไม่เคลียร์ให้กระจ่าง มีหลายส่วนหลายช่วงของหนังที่สามารถทำให้กระจ่างหรือเพิ่ม Detailเข้าไปในหนังได้ มันเลยทำให้รู้สึกว่ามันยังไม่สุด แต่ก็ไม่ใช่ว่าแย่ไปซะทั้งหมด ยังมีส่วนที่ดีอยู่บ้าง อย่างพวกดนตรีประกอบ ก็ถือว่าทำออกมาได้สมบูรณ์

7. SPIDER-MAN 3 ( 2007 )

คะแนน rotten tomatoes 63%

ถือว่าเป็นภาคที่ได้คะแนนน้อยมาก หลังจากที่ Peter Parker (รับบทโดย Tobey Maguire) ได้ทราบว่าฆาตกรที่แท้จริงของลุงเบนคือ Sandman (รับบทโดย Thomas Haden Church) นักโทษหลบหนีที่เผอิญตกลงไปในบ่อทรายของการทดลอง และมีพลังเหนือมนุษย์ขึ้นมา . . ด้วยความที่ประจวบเหมาะกับการหาหนทางแก้แค้น Peter ก็ได้ถูกครอบงำโดยสารสีดำบางอย่างที่มาจากนอกโลก มันกัดกร่อนเขา ให้มีอาการก้าวร้าวและทำให้นิสัยใจคอเปลี่ยนไป . . ในขณะเดียวกันก่อนหน้านั้น Harry Osborn (รับบทโดย James Franco) เพื่อนสนิทที่รู้ความจริงว่า Peter คือ Spider-Man และคิดว่าเขาฆ่าพ่อของตน ต้องการที่จะตามล้างแค้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ในระหว่างการต่อสู้ของทั้งสองคน ก็ทำให้ Harry สูญเสียความทรงจำที่มีต่อเรื่องนี้ไปชั่วขณะ . . นอกจากนั้นช่างภาพคู่ปรับของ Peter อย่าง Eddie Brock ก็ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับการแข่งขันด้านการงาน อันนำมาสู่เรื่องราวความขัดแย้งที่เกี่ยวพันกับหญิงสาวอย่าง Gwen Stacy อีกด้วย . . ส่วนด้านความรักของ Peter กับ Mary Jane ทั้งสองก็มีปมบางอย่างของความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น

8. THE AMAZING SPIDER-MAN 2 ( 2014 )

คะแนน rotten tomatoes 52% 

ภาคนี้ยังคงเป็น Sony ที่ผลิตตามเคย และยังคงกำกับโดย Marc Webb ตามเดิม ด้วยเรื่องราวที่ต่อเนื่องมาจากภาคแรก หนังเล่าเรื่องย้อนกลับไปในวันเก่าๆ อยู่บ้างเพื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่องในภายหลัง เรื่องราวและตัวละคร ถ้าจะว่าไปแล้ว หลายคนคงเห็นพ้องต้องกันว่า ภาคนี้ของ The Amazing Spider-Man ค่อนข้างมีตัวละครเยอะเกินไปหน่อย ขณะที่การผูกปมก็ยังดูหลวมๆ เหมือนไม่เน้นมากนัก อาจต้องการเพียงให้เรื่องดำเนินไปยังจุดที่ต้องการก็เป็นได้ จุดเปลี่ยนของตัวละครบางตัวนั้นฉับไวเกินจนรู้สึกว่านี่ยังเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่สไตล์เด็กๆ อยู่ ตัวละครที่เป็นวายร้ายดูยังไม่มีน้ำหนักและความลึกมากพอจะทำให้คนดูเข้าถึงหัวจิตหัวใจของพวกเขาได้มากพอ จึงได้คะแนนไปน้อยที่สุดเลยจาก 9 ภาค ได้ไปแค่ 52% เท่านั้น

 

 สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ 

 

สไปเดอร์แมนโฮมคัมมิ่ง

  • 05 November 2020
  • Adventure / แอ็คชัน /
  • 133 นาที
15+

ข่าวที่เกี่ยวข้อง