วายร้ายคนล่าสุดแห่ง DC! ดร.ไซวาน่า ผู้ครอบครองพลังบาป 7 ประการ

 

 “บิลลี่ แบทสัน ฉันเลือกให้นายเป็นผู้ชนะ!”

ทีมนักแสดง

 

มาร์ค สตรองต้องรับบทนี้ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูหยิ่ง ไซวาน่ามองสิ่งที่เกิดขึ้นต่างจากทุกคนอย่างสิ้นเชิง “เขาเสาะหาความชั่วร้ายอย่างบ้าคลั่ง” สตรองกล่าว “ฮีโร่ต้องมีฝีมือเก่งสมน้ำสมเนื้อกับพอกับศัตรู ฉะนั้นถ้าศัตรูไม่น่ากลัวเท่าไหร่ก็เหมือนสิ่งเดิมพันไม่สูงมากพอ เขาต้องดูมีความน่ากลัว”

 

สตรองและแซนด์เบิร์กคุยกันตั้งแต่ช่วงแรกว่าจะแสดงไซวาน่าออกมาแบบไหน “ดร.ไซวาน่าเป็นตัวละครร้ายที่มีความน่าสนใจมากครับ” แซนด์เบิร์กกล่าว “เราจะรู้สึกสงสารเขาเพราะเขาเป็นเด็กที่มีโอกาสได้ทำหน้าที่ซูเปอร์ฮีโร่ แต่กลับพลาด”

 

สตรองยังเชื่ออีกด้วยว่าจะแสดงตัวละครร้ายที่เก่งๆ ออกมาได้ดีขึ้นถ้ามีความเข้าใจ แม้ว่าเราจะไม่ชอบใจพวกเขาก็ตาม “เหล่าซูเปอร์ฮีโร่มักจะมีความหลังในวัยเด็ก ฉะนั้นเราจะเข้าใจได้ว่าพวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง” เขากล่าว “และในหนังเรื่องนี้เราจะได้เห็นแธดีอุสโดนพี่ชายแกล้ง ถูกครอบครัวกีดกันและเกิดความเข้าใจผิด”

 

เมื่อขาดการอบรมดูแลจากครอบครัวจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้แธดีอุส ไซวาน่าเป็นแบบนี้ไม่ต่างจากบิลลี่  การถูกปฏิเสธทให้แธดีอุสต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อีกฟาก พบแต่ความเจ็บปวดและการถูกครอบงำ สตรองเล่าว่า “ตอนที่เขามีโอกาสอีกครั้ง เขามีช่วงที่ไตร่ตรองว่าเคยโดนเหยียดหยามแบบไหนบ้าง สุดท้ายเขาเลยเลือกที่จะอยู่ด้านชั่วร้าย”

 

 

ลูกบอลมายากลหมายเลข 8 เป็นของเล่นโปรดของไซวาน่าที่เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงเวทมนตร์ที่เขาปรารถนาเพียงแค่กระดิกนิ้ว   “นี่คือสิ่งที่เขาเก็บไว้กับตัวในหนังตลอดทั้งเรื่องครับ” แซนด์เบิร์กอธิบาย “ในช่วงแรกพ่ชายก็แกล้งเขาเรื่องนั้น แต่มันยังคงเป็นเหมือนเครื่องรางสำคัญสำหรับเขาอยู่”

 

และสิ่งที่สำคัญต่อการทรยศหักหลังของไซวาน่าคือบาป 7 ประการ ได้แก่ ความโลภ ความขี้เกียจ ความโกรธแค้น ความใคร่ ความตะกละ ความหยิ่ง ความริษยา ซึ่งเป็นความคิดของผู้ชายคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตนานนับทศวรรษอยู่กับความเชื่อมั่นว่า ความผิดพลาดทุกสิ่งในชีวิตของเขาเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของคนที่อยู่รอบตัวเขา ไม่ได้เกิดมาจากความผิดพลาดของตัวเอง

 

 “บาปทั้งหลายมีทั้งความน่ากลัวและมีความมหัจรรย์อยู่ในตัวของมันเอง” สตรองยืนยัน “และขณะที่ไซวาน่ากำลังเถียงว่าเขาควบคุมบาปทั้งหลายอยู่ บาปเหล่านั้นก็อาจเถียงได้ว่าพวกมันกำลังควบคุมเขาอยู่เช่นกัน”

 

แซนด์เบิร์ก “พวกเขาถูกกักบริเวณมานานหลายปี แต่สำหรับตอนนี้ต้องพูดว่าทั้งชาแซมและดร.ไซวาน่าแทบเปลี่ยนแปลงอะไรบนโลกที่เราเป็นอยู่ไม่ได้เลย เว้นแต่เรื่องของเวทมนตร์ ซึ่งหมายความว่าคนใดคนหนึ่งจะต้องเอาชนะกันเอง”

 

 

Shazam! เข้าฉาย 4 เมษายน ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram