หากจะเป็นฮีโร่จงพูดคำวิเศษนั้นออกมา! เกิดอะไรขึ้นบ้าง? ก่อนจะเกิดเป็นหนัง Shazam!

 

รายละเอียดการถ่ายทำภาพยนตร์

หากต้องการปกป้องโลก จงพูดคำวิเศษนั้นออกมา!

 

 “เด็กทุกคนมีความฝันที่จะได้กลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่” เดวิด เอฟ. แซนด์เบิร์ก ผู้กำกับฯ เรื่อง SHAZAM!” กล่าว “ในโลกแห่งภาพยนตร์ของเราที่มีทั้งซูเปอร์แมนและแบทแมน บิลลี่ แบทสันเป็นเด็กคนหนึ่งที่มีความปรารถนาในเรื่องแบบนั้น” แต่สำหรับบิลลี่กลับมีมุมที่ต่างออกไป เพราะเขาไม่ได้มีแค่พลังวิเศษเพียงอย่างเดียว อย่างน้อยบุคลิกภายนอกของเขาก็ได้กลายเป็นผู้ใหญ่ พร้อมด้วยพลังจากการเอ่ยคำว่า ชาแซม ที่ย่อมาจากโซโลมอน เฮอร์คิวลิส แอตลาส ซีอุส อะคีลิส และเมอร์คิวรี่

 

ส่วนเรื่องจิตใจของซูเปอร์ฮีโร่ชาแซม เขาเริ่มจากการเป็นเด็กกำพร้าที่พยายามหาสถานที่ๆ เขาจะรู้สึกอุ่นใจได้บนโลก เขาไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับฮีโร่เลยสักนิด เพราะเขารู้แต่การใช้ชีวิตอยู่อย่างลำพัง นี่เป็นตัวละครที่มีความแหวกแนว โดยแซนด์เบิร์กยอมรับและกล่าวเสริมว่า “พลังของเขามาจากเวทมนตร์ เขาเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง แต่ในฐานะที่เขามีจิตใจบริสุทธิ์และมีจิตใจที่แข็งแกร่ง เขาจึงกลายเป็นผู้ถูกเลือก เขากลายเป็นผู้ชนะ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมเกิดความสนใจมาก”

 

นักแสดงซาคารี่ ลีวายได้เล่าถึงการผสมผสานทุกแง่มุมในเรื่องที่เขารู้สึกว่ามีความน่าสนใจว่า “นี่เป็นเรื่องราวของบิลลี่ แบทสันที่กลายเป็นผู้ปกป้องโลกที่มีความแข็งแกร่งที่สุด ในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายที่มีพลังเหนือธรรมชาติ ซึ่งเขาต้องเรียนรู้วิธีการป้องกัน แต่จริงๆ แล้วนี่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเจริญเติบโตในขอบเขตของครอบครัวที่มีฉากแอคชั่นอยู่ในเรื่อง”

 

สำหรับลีวายผู้แสดงในเรื่อง “SHAZAM!” ภาพยนตร์เป็นเรื่องราวของการทำความฝันให้กลายเป็นจริง เป็นศิลปะการใช้ชีวิตหรืออาจจะเป็นอีกโลกหนึ่งไปเลยก็ได้ มันยากที่จะพูดได้ว่าความฝันของใครจะกลายเป็นจริงได้ จะเป็นความฝันของชาแซมหรือความฝันของตัวเขาเอง “ยิ่งไปกว่านั้นเรายังมีตัวละครที่ต้องแสดงความเป็นซูเปอร์ฮีโร่ออกมา เรามีพลังวิเศษแบบนี้ ซึ่งทุกคนต่างต้องการและพวกเขาต่างคิดกันว่า ‘โอ้ เยี่ยมเลย ฉันต้องปกป้องโลกอีกแล้วใช่มั้ย?’” ลีวายอธิบาย “แต่บิลลี่ แบทสันมีความต่างออกไป ทำให้ชาแซมกลายเป็นหนึ่งในซูเปอร์ฮีโร่ไม่กี่คนในโลกของหนังสือการ์ตูนที่ตื่นเต้นกับการเป็นซูเปอร์ฮีโร่จากใจ ผมรู้ดีว่ามันจะทำให้งานของผมในฐานะของนักแสดงง่ายขึ้นมาก เพราะผมไม่ต้องซ่อนความตื่นเต้นในการถ่ายทอดชาแซมออกมา”

 

 

ภาพยนตร์เรื่อง “SHAZAM!” เป็นความตั้งใจของผู้อำนวยการสร้างฯ ในการทำหนังซูเปอร์ฮีโร่เป็นครั้งที่ 2 หลังจากปีที่แล้วได้สร้างความสำเร็จไว้อย่างยิ่งใหญ่ในภาพยนตร์เรื่อง “Aquaman” เขารู้ว่าทั้งสองตัวละครมีความคล้ายกันตรงที่พยายามหาความลงตัวในโลกของพวกเขา ซาฟรานเล่าว่า “ตัวละครแต่ละตัวจาก DC มีทั้งความสามารถและควรมีโทนที่แตกต่างกันไป พวกเขาอยู่ในโลกที่ต่างกัน สำหรับชาแซมเรารักไอเดียที่มีการผสมผสานฉากแอคชั่นที่ยิ่งใหญ่เข้ากับตัวละครที่มีความตลกอยู่ในตัว สิ่งที่ผมรักเป็นพิเศษเกี่ยวกับ ‘SHAZAM!’ คือเรื่องการได้ทำความฝันให้เป็นจริง ซึ่งมันหมายถึงใครก็กลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ได้ พ่อของเราไม่จำเป็นต้องเป็นเศรษฐีพันล้าน เราไม่จำเป็นต้องมาจากดาวคริปตัน มีการผสมเรื่องราวของครอบครัวที่สะท้อนอยู่ในบทของบิลลี่ แบทสัน/ชาแซมตลอด นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมสนใจในโปรเจ็กต์นี้ครับ”

 

ซาฟรานยังรู้สึกยินดีมากที่ได้ร่วมงานกับแซนด์เบิร์ก ทั้งคู่เป็นผู้ชำนาญด้านความสยองต่างก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ก้าวเข้าสู่โลกของ DC “เดวิดกลายเป็นผู้รู้เรื่องประวัติด้านความสยองขวัญของเขาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว” ซาฟรานเล่าต่อว่า “ “ภาพยนตร์เรื่อง ‘Lights Out,’ ‘Annabelle: Creation’ ล้วนได้รับคำชมจากนักวิจารณ์และประสบความสำเร็จในแง่ของการตลาดเช่นเดียวกัน ผู้ชมจะรู้จัก ‘SHAZAM!’ ในแง่ของความว่องไวที่มีพร้อมความตลกในตัวของเขา”

 

เฮนรี่ เกย์เด็นเขียนบทฯ ที่มีฉากแอคชั่นอย่างไม่เหมือนใคร และเป็นบทฯ ที่สร้างความประทับใจจากการที่เขาและดาร์เร็น เลมเก้ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูน “ผมอ่านหนังสือการ์ตูนของเจฟ จอห์นสเรื่อง New 52” เกย์เด็นเล่าถึงตอนนั้น “แล้วผมก็ได้อ่าน The Power of Shazam! ของเจอร์รี่ ออร์ดเวย์ตั้งแต่ปี 1990 และหนังสืออีก 2-3 เล่มในยุคนั้น ผมเห็นความน่าสนใจของเรื่องราวและตัวละครทันที และมันทำให้ผมได้ใช้ฝีมือในสิ่งที่ผมรักที่จะถ่ายทอดออกมาด้วย ทุกอย่างรวมอยู่ในเรื่องเดียวกันเลย ผมสนุกกับการได้เขียนเรื่องจากมุมของเด็ก ต้องเข้าถึงความคิดของเด็กวัย 14 ปีที่อยู่ๆ ก็มีพลังแบบนี้โดยที่ไม่คิดว่า ‘ฉันจะปกป้องโลกได้ยังไง’ แต่คิดว่า ‘ฉันจะทำอะไรสนุกๆ ได้บ้าง?’”

 

 

ลีวายยอมรับว่าตอนที่บทฯ เรื่อง “SHAZAM!” มาถึงเขา “ผมวางบทฯ ไม่ลงเลยครับ! ผมอ่านและพลิกหน้าไปมา เอาแต่ร้องว่านี่แหละ ใช่เลย แบบนี้แหละ ทุกอย่างใช่เลย มันมีทั้งเรื่องราวของฮีโร่ มีเรื่องราวของเด็ก มีเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว …และทุกอย่างถูกหลอมรวมด้วยความตลกและเรื่องาวน่าประทับใจ”

 

นอกจากลีวายแล้ว ทีมผู้สร้างภาพยนตร์ยังคัดเลือกกลุ่มนักแสดงที่มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อมารับบทบาทสำคัญตั้งแต่นักแสดงผู้มากประสบการณ์อย่างมาร์ค สตรองที่มารับบท ดร.แธดีอุส วายร้ายตัวฉกาจและไดมอน ฮอนซูที่มารับบทพ่อมดผู้มีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ ไปจนถึงนักแสดงที่คุ้นหน้าอย่างแอชเชอร์ แองเจลในบทบิลลี่ แบทสันและแจ็ค ดีแลน กราเซอร์ที่มารับบทเฟรดดี้ ฟรีแมน พร้อมด้วยเฟธ เฮอร์แมน, เกรซ ฟุลตัน, เอียน เชน และ โจแวน อาร์แมนด์ที่มาสร้างสีสันให้ทีมนักแสดง

 

การถ่ายทำเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นที่โตรอนโต ทั้งพื้นที่ภายนอกและรอบนอกแคนาดาช่วงที่อากาศหนาวจัด แซนด์เบิร์กอยู่ที่นั่นพร้อมกับทีมงานเบื้องหลังที่มากฝีมือ ซึ่งเขาเคยร่วมงานด้วยแล้ว อาทิเช่น ผู้ควบคุมการถ่ายทำ แม็กซิเม่ อเล็กซานเดอร์ ผู้ออกแบบฉากเจนนิเฟอร์ สเปนซ์ และผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายลีอาห์ บัตเลอร์ แซนด์เบิร์กเล่าว่า “เราโชคดีมากที่มีทีมงานที่เก่งๆ ทั้งมาจากโตรอนโตและทีมนักแสดงผาดโผนจากเรื่อง ‘Aquaman’ ที่เดินทางมาจากออสเตรเลีย ผู้ช่วยผู้กำกับฯ ที่เคยผ่านหนังฟอร์มยักษ์มาหลายเรื่อง เรามีทีมงานระดับแนวหน้ามาร่วมงานกับเราทั้งนั้นเลย”

 

Shazam! เข้าฉาย 4 เมษายน ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram