ลูอิส จาก Ant-Man ไมเคิล เพนยา ฮาจัดหนักในบทพ่อของ Dora ฉบับคนแสดง

 

 

เอเลนาและโคล พ่อแม่ของดอร่า รับบทโดยนักแสดงเชื้อสายลาตินระดับแนวหน้า ไมเคิล เพนยา ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอินดีเพนเดนท์ สปิริต อวอร์ดจากการแสดงใน End of Watch และอีวา ลองโกเรีย ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงหลายรางวัลลูกโลกทองคำจากผลงานของเธอในซีรีส์ยอดนิยมเรื่อง “Desperate Housewives” “พวกเขาต่างก็มีทักษะการแสดงตลกของตัวเองครับ” โบบินกล่าว “ไมเคิลกับอีวาถนัดเรื่องการอิมโพรไวส์ทั้งคู่ ซึ่งสำหรับผมแล้วเป็นเรื่องสำคัญ มันเป็นเรื่องตลกเสมอในการทดลองสิ่งต่างๆ และพวกเขาก็ใส่พลังงานมากมายลงไปในหนังเรื่องนี้ครับ”

                พ่อแม่ของดอร่าเป็นนักวิชาการผู้กล้าหาญ ผู้เลี้ยงดูลูกสาวของพวกเขาให้ปราศจากความกลัว มีความมานะอดทนและรอบรู้ ชีวิตของพวกเขาในป่าทำให้ดอร่าพึ่งพาตัวเองได้และอ่อนไหวต่อโลกรอบตัวเธอ แต่ในตอนที่เอเลนาและโคลเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางที่สำคัญและอันตรายที่สุดของพวกเขา พวกเขาก็ตัดสินใจคุ้มครองเธอและหวังว่าจะช่วยเธอให้รับมือกับโลกภายนอกป่าได้ด้วยการส่งให้เธอไปใช้ชีวิตในเมืองกับลูกพี่ลูกน้องของเธอ

                เพนยารู้จักดอร่าดีเพราะลูกชายของเขาก็เป็นแฟนของซีรีส์นี้และมีทั้งเกม Dora the Explorer และหนังสือทั้งในภาษาอังกฤษและสเปน “เธอเป็นซูเปอร์ฮีโรตัวน้อยครับ” เขากล่าว “มันเป็นเรื่องราวเยี่ยมๆ และตัวละครหลักก็เป็นชาวลาติน ดังนั้น ผมก็ไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ไปหรอกครับ”

 

 

                ทักษะการเอาตัวรอดในเมืองของโคล ผู้เป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการและนักสำรวจผู้กล้าหาญ ออกจะขึ้นสนิมนิดๆ “เขาพยายามจะแนะนำลูกของเขาโดยไม่บอกเธอว่าต้องทำอะไร” นักแสดงหนุ่มกล่าว “ประสบการณ์ชีวิตของเขาค่อนข้างจะจำกัดอยู่ในห้องเรียนและป่า เขาก็เลยมีความรู้ที่ใช้งานได้จริงน้อยมากๆ ที่จะถ่ายทอดให้กับเธอ แต่เขาก็พยายามจะเตือนเธอเกี่ยวกับอันตรายของเมืองใหญ่อย่างดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้”

                เพนยากล่าวว่าบทภาพยนตร์ที่ดีที่สุดจะเป็นแรงบันดาลใจให้เขาคิดไดอะล็อคสำหรับตัวละครของเขาแบบสดๆ “กับเรื่องนี้ ผมอยากจะหาอารมณ์ขันและดรามาเกี่ยวกับคนเป็นพ่อแม่บางอย่าง ทุกคนเห็นด้วยกับเรื่องนั้นและเราก็ได้ทำเรื่องสนุกหลายอย่าง เช่นการให้โคลให้คำแนะนำล้าสมัยกับดอร่า เช่น ‘อย่าไปงานดิ้นกระจายนะ’ นะครับ”

                โมเนอร์กล่าวว่าช่วงเวลาแบบนั้นเป็นช่วงเวลาสุดฮาสำหรับทุกคนในกองถ่าย “ฉันจะขลุกอยู่ในกองถ่ายทั้งวันเพียงเพื่อจะได้ฟังการอิมโพรไวส์ของเขาค่ะ” เธอเล่า

 

 

                เพนยา ชาวชิคาโก ผู้เติบโตขึ้นมาในพิลเซน ชุมชนเม็กซิกันของเมือง กล่าวว่า ข้อคิดของภาพยนตร์เรื่องนี้ในเรื่องความพยายามจะเป็นตัวของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญต่อคนหนุ่มสาวไม่ว่าจะสีผิวอะไรก็ตาม “ผมคิดว่ามันเจ๋งดี” เขากล่าว “พวกเขาต่างก็เป็นนักสำรวจในสถานการณ์ที่พวกเขาจะต้องทำตามหัวใจตัวเอง นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”

                การรู้จักผลงานในอดีตของโบบิน รวมถึงโปรเจ็กต์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยจินตนาการอย่าง Muppets สองเรื่องและ Alice Through the Looking Glass ทำให้นักแสดงหนุ่มมีความมั่นใจว่าเรื่องราวนี้จะได้รับการบอกเล่าอย่างดี “คริสติน เบอร์ทำงานหนังเรื่องนี้มาได้ซักพักแล้วครับ” เขากล่าว “ในตอนที่เจมส์มาร่วมงานนี้ในฐานะผู้กำกับที่มีความรักให้กับเรื่องราว มันเป็นเวลาที่เพอร์เฟ็กต์ครับ เขาได้สร้างหนังเยี่ยมๆ ที่มีเป้าหมายเป็นเด็ก แต่ก็ยังมีหลายเลเยอร์มากๆ ในกองถ่าย มันยิ่งสนุกกว่าที่ผมคาดคิดอีกครับ คุณต้องมีพลังงานบางประเภท รวมถึงมีความเข้าใจเรื่องราวอย่างดีเยี่ยมถึงจะกำกับหนังที่มีเด็กกลุ่มหนึ่งและผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งที่ทำตัวเหมือนเด็กได้ เขายอมให้เราเสนอไอเดียขึ้นมา แต่เขาก็รักษามันให้อยู่ภายใต้บริบทเสมอครับ”

                เพนยาประทับใจกับความสามารถของโมเนอร์ในการถ่ายทอดแก่นแท้ของตัวละครตัวนี้ออกมา แต่ก็ทำให้มันเป็นตัวละครของตัวเธอเอง “คุณจะจำดอร่าได้ครับ ระดับความทุ่มเทของอิซาเบลาน่าทึ่งมากและเธอก็ทำให้มันให้ความรู้สึกเหมือนการผจญภัยแบบอินเดียนา โจนส์ยุคเก่า ทั้งฉากและเอฟเฟ็กต์จะทำให้คุณอยากให้ตัวเองไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ ครับ”

 

 

                สำหรับใครที่ติดตามผลงานของไมเคิล เพนยา มาอย่างต่อเนื่องคงจะทราบกันดีว่า เขาคนนี้ไม่ได้รับแสดงในบทบาทที่เรียกเสียงหัวเราะเท่านั้น แต่หลายผลงานก็ได้พิสูจน์ความสามารถในการแสดงของเขาไม่น้อย ต้องมารอติดตามว่าใน Dora and the Lost City of Gold เขาจะผสมผสานความเป็นพ่อ และมุกตลกด้นสดของตัวเองออกมาอย่างไร 8 สิงหาคมนี้ที่ Major Cineplex

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram