HIGHLIGHT CONTENT

รีวิว Thor: Love and Thunder เต็มไปด้วยหัวใจ เคล้าเสียงฮา เทพสายฟ้ากับสิ่งที่ชีวิตตามหา

  • 1,533
  • 06 ก.ค. 2022

 

 

รีวิว Thor: Love and Thunder เต็มไปด้วยหัวใจ

เคล้าเสียงฮา เทพสายฟ้ากับสิ่งที่ชีวิตตามหา

 

ก่อนหน้านี้เราอาจจะมองว่าเทพเจ้าสายฟ้า หรือ ธอร์ โอดินสัน แห่ง Marvel Cinematic Universe คือเทพเจ้าสุดลิเก เต็มไปด้วยความเชย และมีเสน่ห์ทุกครั้งเมื่อไปเป็นแขกรับเชิญในภาพยนตร์รวมทีมซูเปอร์ฮีโร่ มากกว่าจะโดดเด่นในภาพยนตร์เดี่ยวของตัวเอง จนกระทั่งเขาถูกใส่ตระกร้าล้าง แล้วเอาขึ้นมาเขย่าจนสะเด็ดน้ำ สาดสีสันสุดจัดจ้าน ลีลาเรียกเสียงฮาสุดโบ๊ะบ๊ะเข้าไปด้วยฝีมือของผู้กำกับสายกวนแต่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งอย่าง ไทก้า ไวตีติ เทพเจ้าสายฟ้าองค์นี้ก็ได้ถือกำเนิดใหม่อีกครั้ง

 

 

เมื่อ Thor: Ragnarok เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เขาก็ได้กลับมาเป็นครั้งที่ 4 กับภาพยนตร์เรื่อง Thor: Love and Thunder หลังจากสิ้นสุดมหาสงครามชี้ชะตาจักรวาล ธอร์ตัดสินใจเดินทางตามหาตัวตนกับทีมการ์เดี้ยนออฟเดอะ กาแล็กซี่ ออกพิทักษ์จักรวาล แต่ก็ไม่อาจที่จะเติมเต็มช่องว่างในจิตใจได้ ในช่วงเวลาที่เขาหลงทางนั้นเอง ภาระหน้าที่ก็เรียกร้องเขาอีกครั้ง ธอร์ต้องกลับมาเพื่อปกป้องแอสการ์ดบ้านเกิดของเขา ที่นั่นทำให้เขาได้พบกับอดีตคนรัก เจน ฟอสเตอร์ ที่ตอนนี้เธอกลายเป็นผู้คู่ควรกับค้อนโยเนียร์ กลายเป็น The Mighty Thor ผู้แสนแข็งแกร่ง ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเหล่าเทพเจ้า กอร์ นักล่าเทพเจ้า ศึกครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การผจญภัยเพื่อกอบกู้ชีวิต แต่ยังเป็นการผจญภัยเพื่อตามหาความหมายของชีวิตที่เขาใช้มามากกว่าพันปีอีกด้วย

 

สิ่งที่ Thor: Love and Thunder ยังคงทำได้ดีต่อเนื่องจาก Thor: Ragnarok ก็คือ ลีลาอันแสนจัดจ้านของผู้กำกับ ที่ใส่อารมณ์ขันมาแทบทุกจังหวะของภาพยนตร์ ทำให้หนังมีความดูง่าย ดึงดูดให้เราอยู่กับมันไปได้ตลอดทั้งเรื่อง แต่ก็เป็นเพราะไทก้า ไวตีติอีกเช่นกัน ที่เมื่อหักเข้าสู่พาร์ทดราม่า เขาก็ดึงเราลงไปลึกถึงก้นบึ้งของจิตใจในแต่ละตัวละครได้อย่างเก่งกาจ เราถูกพาไปสำรวจเรื่องราวชีวิตของทั้งธอร์, เจน ฟอสเตอร์ และกอร์

 

 

เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า กอร์ นักล่าเทพเจ้า คือวายร้ายที่มีภูมิหลังโหดร้ายและน่าสงสารที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ Marvel Cinematic Universe เคยสร้างมา แรงผลักดันในตัวของเขาแสนเรียบง่าย แต่ทรงพลัง ผสมผสานกับการแสดงของคริสเตียน เบลที่ถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ และความน่ากลัวของตัวละครนี้ออกมาได้อย่างถึงแก่น จนบางส่วนทำให้หนังมีความเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเล็ก ๆ เลยทีเดียว เขาคือหนึ่งใน MVP ของหนังเรื่องนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

การกลับมาของนาตาลี พอร์ตแมนในบทของ เจน ฟอสเตอร์เองก็น่าประทับใจ เธอยังคงสวยสง่า และทรงเสน่ห์ จนเราแอบรู้สึกว่าในหนังเรื่องนี้เธอมีเสน่ห์น่าติดตามมากกว่า 2 ภาคแรกที่เธอปรากฎตัวออกมาด้วยซ้ำ เรื่องราวในส่วนของเธอก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญของภาพยนตร์ เธอกลายเป็นเทพเจ้าสายฟ้าที่มีความเป็นมนุษย์มากที่สุด ฉากลีลาแอ็กชั่นของเธอก็เท่สุดตัว วลีเด็ดในตอนที่เป็น The Mighty Thor อย่าง Eat my Hammer! ก็ได้คว้าใจเราไปเรียบร้อย

 

 

บรรดานักแสดงคนอื่น ๆ เองก็สร้างความโดดเด่นในรูปแบบของตัวเองได้ดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น คอร์ก ที่รับบทโดยตัวไทก้า ไวตีติเอง หรือคิงวัลคีรี่ ของเทซซ่า ทอมป์สัน ก็กลายเป็นคู่ดูโอ้เล็ก ๆ ที่น่ารักน่าหยิกไม่หยอก ฉากร่วมมือกันสู้ของทั้งคือหนึ่งในสีสันที่น่าสนใจ อีกหนึ่งตัวละครที่เราไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ รัสเซล โครว์ ในบทของเทพเจ้าซูส ที่ขอบอกเลยว่าทั้งแย่งซีน ทั้งแสบสัน แล้วเขาคนนี้จะกลายเป็นส่วนสำคัญต่อไปในจักรวาลมาร์เวลอย่างแน่นอน

 

 

Thor: Love and Thunder อาจไม่ใช่ภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบ หนังดูมีเนื้อหาให้เล่าอีกเยอะ แต่ถูกจำกัดด้วยเวลา แต่นี่คือการถ่ายทอดเรื่องราวของเทพเจ้าสายฟ้าที่กินใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา เราได้เห็นอีกบทหนึ่งของชีวิตเทพเจ้าสายฟ้าคนนี้ และเราได้ลบความคิดว่าที่ธอร์ คือนักแสดงที่มารับบทเทพเจ้าสายฟ้า แต่คริสได้กลายเป็นธอร์ไปแล้วอย่างเต็มตัว เหมือนกับที่โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ได้กลายเป็นโทนี สตาร์ก หรือคริส อีแวนส์ ได้กลายเป็นสตีฟ โรเจอร์ แม้ว่านี่อาจจะเป็นภาพยนตร์ภาคสุดท้ายของตัวละครนี้ แต่ยอมรับตามตรงว่าเรายังอยากเห็นเขาในบทนี้ไปอีกนาน ๆ

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากพิเศษท้ายเครดิตถึง 2 ฉากด้วยกัน และเป็น 2 ฉากที่สำคัญคุ้มค่าแก่การรอคอย ไม่โดนแกงเหมือนเรื่องที่ผ่าน ๆ มาอย่างแน่นอน อย่ายอมให้ใครมาสปอยล์ ไปสัมผัสความรักและสายฟ้ากันได้แล้วใน Thor: Love and Thunder ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ 

ธอร์ ด้วยรักและอัสนี

  • 06 July 2022
  • Adventure / แอ็คชัน / แฟนตาซี /
  • 119 นาที
15+

ข่าวที่เกี่ยวข้อง