รีวิวสยอง IT: Chapter Two ถึงเวลาย้อนอดีต กลับไปฆ่ามัน ความกลัวสุดสะพรึงในวัยเด็ก

 

 

รีวิว IT: Chapter Two

ถึงเวลาย้อนอดีตกลับไปฆ่าความกลัวในวัยเด็ก

 

ทุกคนมีเพนนีไวส์เป็นของตัวเอง ลองค้นหาให้เจอ

และถ้าเราเชื่อว่าเราเอาชนะปีศาจได้ เราก็จะทำได้

 

                อดีตและความหลังฝังใจ เป็นสิ่งที่มีอยู่ในส่วนลึกของใครหลายคน บางคนเรียนรู้ที่จะยอมรับมันได้ ในขณะที่บางคนเลือกจะกดทับและลืมมันไป แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิตทุกอย่างมันจะเรียกร้องให้เรากลับไปสะสาง เพราะสุดท้ายทุกคนต้องการจะเดินหน้าต่อเพื่อไปสู่จุดต่อไปที่แสนสำคัญในชีวิต นั่นคือ สิ่งสำคัญที่ IT: Chapter Two พยายามจะเล่าเรื่องราวผ่านความยาวหนังกว่า 2 ชั่วโมง 49 นาที

 

                IT: Chapter Two เริ่มต้นเรื่องราวด้วยการแสดงให้เห็นชีวิตที่เติบโตขึ้นของเหล่าแก๊งค์เด็กขี้แพ้ ทุกคนแยกย้ายออกจากเมืองเดอร์รี มีชีวิตและหน้าที่การงานอันแสนก้าวหน้า แต่วงจรการจำศีลของเพนนีไวส์ที่เมืองเดอร์รีกำลังเวียนมาบรรจบ เหตุร้ายเริ่มเกิดขึ้นในเมืองที่พระเจ้าทอดทิ้งแห่งนี้ ไมค์ หนึ่งในกลุ่มเด็กขี้แพ้ ผู้เป็นคนเดียวที่อยู่ในเมืองเดอร์รีมาตลอด เขารู้ในทันทีว่า 'มัน' กลับมาแล้ว เขาจึงเริ่มตามตัวกลุ่มเพื่อนที่สาบานร่วมกันเอาไว้ให้กลับมารวมตัวเพื่อสะสาง

 

 

                การกลับมาของพวกเขามันไม่ใช่แค่การกลับมารวมตัวกันทั่วไป แต่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความกลัวที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในวัยเด็ก ความกลัวด้านลึกที่เกาะกินจิตใจของพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะลืมเรื่องราวไปทั้งหมดแล้ว แต่เมื่อมันถูกสะกิดขึ้นมาเพียงเล็กน้อย ปมเหล่านั้นก็ถูกขมวดและรัดแน่นจนพวกเขาไม่สามารถลืมมันได้อีกต่อไป ทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่พวกเขาทั้งหมดต้องย้อนนึกกลับไปเพื่อยอมรับ และก้าวข้าม เพื่อได้มีโอกาสเติบโตขึ้นอย่างแท้จริง

 

                สิ่งที่เหมือนกันของ IT และ IT: Chapter Two คือเรื่องราวของพวกเขาไม่ได้เป็นภาคต่อ แต่เป็นเรื่องราวเดียวกันที่ต่อเนื่องกันในทันที สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นชัดก็คือ ในวัยเด็กเราต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความกลัวที่เราสามารถจับต้องได้ แต่ไม่สามารถจะจัดการมันได้ด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง ในขณะที่ผู้ใหญ่มักจะยึดติดกับความกลัวที่รอเราอยู่ในมุมมืดของอดีต เราไม่รู้ตัวว่ามันมีมันอยู่จนกระทั่งมันออกมาหลอกหลอน

 

 

                IT และ IT: Chapter Two คือภาพยนตร์ Coming of Age หรือ การก้าวข้ามผ่านวัย การเอาชนะความกลัว การยอมรับตัวเอง และการไม่ตัดสินตัวเอง มันไม่ผิดเลยที่เราจะเป็นกลุ่มคนขี้แพ้ เราแค่รู้ว่าเราคือใคร และเราเป็นอะไร ภูมิใจในตัวเอง เท่านั้นความกลัวในอดีตมันก็ไม่สามารถกลับมาหลอกหลอนเราได้อีกต่อไป ทุกคนมีเพนนีไวส์เป็นของตัวเอง ลองค้นหาให้เจอ และถ้าเราเชื่อว่าเราเอาชนะปีศาจได้ เราก็จะทำได้

 

                ความเปลี่ยนแปลงของ IT: Chapter Two คือการยกระดับตามวัยของตัวละคร ความน่ากลัว ความสะพรึงที่จริงจังมากยิ่งขึ้น เลือดจริง เจ็บจริง ตายจริง นอกจากนี้แล้วอิทธิฤทธิ์ของเพนนีไวส์เจาะลึกไปที่ความกลัวของแต่ละตัวละคร ความบันเทิงของภาพยนตร์คือ จังหวะการ Jump Scare ที่ทำให้สะดุ้งจนนั่งไม่ติดเบาะ พร้อมกับความหลอนที่ออกไปในแนวของการเป็น Dark Fantasy ไม่ใช่แนวผีหลอกวิญญาณหลอน

 

 

                การแสดงของทีมนักแสดงนับเป็นส่วนสำคัญที่พาภาพยนตร์ไปสู่จุดสูงสุด บรรดานักแสดงที่ถูกคัดเลือกมาเรียกได้ว่าเป็นเหมือนกลุ่มเด็กขี้แพ้ที่เติบโตขึ้นมาจริง ๆ หากดูต่อเนื่องกันทั้ง 2 ภาคความเต็มอิ่มและการเชื่อมต่อเนื้อเรื่องจะสมบูรณ์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะใน IT: Chapter Two นี้ ตัวละครที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้น ริชชี่ ที่แสดงโดยบิล ฮาร์เดอร์ นอกจากนั้น สตีเฟน คิง ผู้เขียนนวนิยายเรื่องนี้ยังมาปรากฎตัวเป็น Cameo พิเศษด้วย

 

                ใครที่คาดหวังว่า IT: Chapter Two จะเป็นภาพยนตร์วิญญาณตามติดอาจจะผิดหวัง แต่ถ้าใครกำลังมองหาภาพยนตร์ที่กลมกล่อมทั้งในส่วนของความสยดสยอง, ความระทึกขวัญ, ความดราม่า, การออกแบบปีศาจที่มาจากก้นบึ้งของความกลัว หรือกำลังตามหาแรงบันดาลใจในชีวิต นี่คือภาพยนตร์ที่รอคุณอยู่ ไปพิสูจน์กันได้แล้ววันนี้กับ โผล่จากนรก 2 ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram