HIGHLIGHT CONTENT

ผู้กำกับเปิดเผยถึงที่มาของประโยคก้องโลกใน “Titanic” ที่กำลังจะมีอายุครบ 25 ปี

  • 1,153
  • 22 ธ.ค. 2022

ผู้กำกับเจมส์ คาเมรอน ให้รายละเอียดเกี่ยวกับประโยคในตำนานของ Leonardo DiCaprio ในภาพยนตร์ Titanic เมื่อ 25 ปีที่แล้ว โดยภาพยนตร์ชู้รักเรือล้มประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ลบคำสบประมาททั้งหลายที่ถูกคาดการไว้ก่อนที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายได้ทั้งหมดจนไม่เหลือข้อกังขา ทั้งประเด็นของกระบวนการถ่ายทำที่ยืดยาวจนค่าใช้จ่ายในเกินงบประมาณที่ตั้งกันไว้ในตอนแรก นำมาสู่การเลื่อนวันฉาย และประเด็นของเรื่องความปลอดภัยในกองถ่าย

ในวันที่ภาพยนตร์เข้าฉายในวันที่ 19 ธันวาคม 1997 มันไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าวเพียงอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้ทั่วโลกสูงเป็นอันดับสามตลอดกาล และชนะรางวัลออสการ์ไปถึง 11 รางวัล รวมไปถึงรางวัลใหญ่อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม

ในการให้สัมภาษณ์กับ THR James Cameron Cameron อธิบายว่าประโยคในตำนานของนักแสดงหนุ่มน้อยในตอนนั้นอย่าง Leonardo DiCaprio ได้เกิดขึ้นในห่วงเวลาของความสุขที่ล้นหลามของตัวละคร Jack Dawson ที่รับบทโดย DiCaprio ผู้ซึ่งยืนอยู่ที่บริเวณหัวเรือของเรือที่เลื่องชื่อที่สุดในโลก และตะโกนออกไปว่า “ฉันคือราชาของโลกใบนี้!” โดยตามที่ผู้กำกับชาวแคนาเดียนเปิดเผย ประโยคดังกล่าวเป็นการแสดงอารมณ์เกี่ยวกับชีวิตของตัวละครดังกล่าวว่า เป็นผู้ที่มีพลังงานล้นเหลือและเต็มไปด้วยศักยภาพ

ในตอนแรกชายผู้ที่เป็นทั้งผู้กำกับและมือเขียนบท ได้ให้นักแสดงชื่อดังชาวอเมริกันทำเสียงที่เหมือนกันเสียงหอนของหมาป่า หลังจากที่พวกเขาลองทำแบบนี้ไปถึงสิบครั้ง เมื่อในตอนที่จิตวิญญาณของนักแสดงเข้าที่เข้าทางกับฉากนั้นแล้ว ประโยคที่ถูกต้องก็เผยตัวออกมา ทันใดนั้นเอง ความคิดของการตะโกนว่า “ฉันคือราชาของโลกใบนี้” ก็ผุดขึ้นมาในหัวของผู้กำกับวัย 68 ปี

อย่างที่ได้บอกไปก่อนหน้านี้ ว่า Titanic ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลทั้งในด้านคำวิจารณ์, รายได้ และความสำเร็จบนเวทีออสการ์ ถ้าหากคิดว่าภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวจะเข้าฉายในวันเวลาปัจจุบันนี้ ก็คงจะมีข้อกังขาอยู่บ้างว่ามันจะประสบความสำเร็จได้อย่างในตอนนั้นหรือไม่ ในขณะที่ในส่วนของงานภาพอาจจะเริ่มตกยุคไปบ้าง แต่แกนกลางที่เป็นหัวใจของเรื่องอย่างความน่าหวาดกลัวยังคงอยู่ โดย Jack และ Rose ก็ยังคงเป็นคู่ตัวละครที่เปล่งประกาย และเรื่องราวความรักแบบโรมิโอกับจูเลียตของพวกเขาจะเป็นอมตะ และยังคงจะประสบความสำเร็จอยู่รำ่ไป เมื่อนำไปผสมรวมเข้ากับส่วนผสมของความน่าหวาดหวั่นแล้วก็จะได้ออกมาเป็น Titanic ที่เป็นผลลัพธ์ของสูตรสำเร็จอันเป็นความยิ่งใหญ่ที่ไร้ซึ่งข้อกังขา และเต็มไปด้วยพลังงานของความโรแมนติกและความน่ากลัว ที่ชวนให้อบอุ่นหัวใจไปจนถึงปวดตับกันเลยทีเดียว ดังนั้นการกลับมาชมภาพยนตร์เรื่องนี้อีกครั้งหลังจากผ่านไปแล้ว 25 ปี จึงยังคงให้อารมณ์และบรรยากาศเดียวกันกับตอนที่อยู่ในปี 1997 อย่างแน่นอน

โดยประโยคก้องโลกที่ถูกกล่าวออกมาในตอนนั้น ถือว่าผู้กำกับชั้นครูได้แสดงให้เห็นถึงเป้าหมายของฉากดังกล่าว หลังจากที่ Jack ได้ตั๋วขึ้นเรือมาจากการชนะไพ่และได้ออกเดินทางในการเดินทางที่จะเป็นตำนาน เขาได้ตะโกนประโยคนั้นออกมาอย่างถูกที่ถูกเวลา แต่โชคไม่ดีที่มันก็กลายเป็นการยั่วล้อกับชะตากรรมของเขาเอง เมื่อผู้ชมรู้ว่าการเดินทางของเรือโดยสารเที่ยวนี้จบลงอย่างไร

ในขณะที่เรื่องราวของความรักถูกทำลายลงด้วยเหตุการณ์อันไม่คาดคิด ซึ่งเป็นเรื่องจริงซึ่งถูกภาพยนตร์นำมาดัดแปลง การผู้ชมได้เฝ้ามองไฟรักในตัวของ Jack และ Rose ตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกันใน Titanic ได้กลายเป็นมรดกของวงการภาพยนตร์และเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล

Titanic จะกลับมาเข้าฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้งเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี ของภาพยนตร์ ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2023

สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ 

ขอบคุณข้อมูลจาก Screenrant

ไททานิค ครบรอบ 25 ปี

  • 09 February 2023
  • Adventure / ชีวิต / โรแมนติก /
  • 194 นาที
15+

ข่าวที่เกี่ยวข้อง