HIGHLIGHT CONTENT

ยุคใหม่ต้องชุดใหม่! ความสำคัญของคอสตูมใน Shazam! Fury of the Gods

  • 1,065
  • 13 มี.ค. 2023

ยุคใหม่ต้องชุดใหม่! ความสำคัญของคอสตูมใน

Shazam! Fury of the Gods

 

 

มีซูเปอร์ฮีโร่สวมชุดสีแดงและมีสัญลักษณ์สายฟ้าบนชุดอยู่แล้วนี่…!
—    ชาแซม

 

ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย “Shazam! Fury of the Gods” หลุยส์ มิงเกนแบชคุ้นเคยกับการออกแบบชุดซูเปอร์ฮีโร่เป็นอย่างดี เธอพร้อมทำให้ทีมนักแสดงกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ตัวจริงได้ ซึ่งแต่ละชุดของเรื่องนี้ไม่ง่ายเลย มีการผลิตจากเหล็กและต้องใช้เวลานาน 4-6 เดือน จนกว่าจะพร้มสำหรับการถ่ายทำ มีการอัพเดทชุดและลองสวมใส่ตลอดการทำงานช่วงนั้น ส่วนชุดที่หนักสุดจะเป็นชุดเฮสเพร่าของเฮเล็น เมอร์เร็นที่มีน้ำหนักถึง 20 ปอนด์ 

มินเกนแบชอธิบายว่า “ตั้งแต่เราพัฒนาลุคต่างๆ หนึ่งในหน้าที่ของฉันคือการสานต่อความงดงามนั้น พัฒนาเทคนิคใหม่ๆ และอัพเดททุกความเป็นไปได้ เป้าหมายสูงสุดคือการรักษาสีสันที่สดใสและรายละเอียดที่ซับซ้อนเอาไว้ เช่น ชุดของชาแซมที่ถึงแม้จะดูเรียบง่าย แต่มันมีการผสมสผานของชิ้นส่วนรายละเอียดพิเศษมากกว่า 15 ชิ้น ทุกลวดลายปรินท์ในรูปแบบของตัวเองบนเนื้อผ้า”

แซนด์เบิร์กเล่าว่า “ผมตื่นเต้นที่ได้กลับมายังโลกใบนี้ เพราะอย่างแรกเลยคือผมรักมัน คิดว่าเหล่าตัวละครดูเท่มากและมีอีกหลายเรื่องที่เราเล่าออกมาได้ แต่เวลาที่เราสร้างหนังสักเรื่อง มักจะมีสิ่งที่เราได้เรียนรู้และรู้สึกว่าน่าจะทำในแบบอื่นได้ นี่เป็นโอกาสที่จะได้พัฒนาสิ่งเหล่านั้น เช่น เราได้เรียนรู้หลายเรื่องเกี่ยวกับชุด สำหรับชุดแรกมีหลายอย่างที่ไม่ค่อยลงตัว เราจึงคิดว่า ‘โอเค ตอนนี้เราย้อนกลับไปหามันได้ และลองทำสิ่งใหม่ๆ ได้ เราอยากปรับเปลี่ยนหลายสิ่ง’ พวกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างในภาคแรกที่เขามีหมวกบนเสื้อคลุม ซึ่งนั่นเป็นเวอร์ชันหนึ่งของหนังสือการ์ตูน ครั้งนี้เราลองตัดหมวกและออกแบบบางอย่างให้ดูต่างออกไป เพื่อดูว่าเราจะทำอะไรให้ดีขึ้นได้บ้าง”

ลีวายเห็นด้วย “ชุดแรกก็ดูเท่ดีนะครับ มันดูทันสมัยและเหมือนต้นฉบับ และหนังของเราต่างจากเรื่องอื่นในจักรวาลดีซียุคนั้นด้วย แม้แต่ตอนนี้ผมคิดว่าเราก็มีรูปแบบของตัวเองได้ แต่สำหรับหนังเรื่องนี้เราได้เรียนรู้ไปกับผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายของเราคือหลุยส์และเดวิด พวกเขามาร่วมงานด้วยกันเพื่อปรับเปลี่ยนชุดให้ดูเท่ขึ้น แต่ยังเคารพในต้นฉบับที่เป็นจุดเริ่มต้นของเราอยู่ เพียงแค่ดูทันสมัยและโตขึ้น"

“เด็กทุกคนเติบโตกันมากขึ้น ฉะนั้นการออกแบบจะไม่คิดในมุมของเด็ก สีสันต้องดูเท่ขึ้นอีกนิด และใช้สีทอง สีเงิน สีบรอนซ์กับถุงมือและรองเท้าบูท”

สำหรับการผลิตชุดให้เหมาะกับสภาพบรรยากาศที่ต่างออกไปและการต่อสู้ที่เกิดขึ้น ของเดิมมีการผลิตด้วยผ้าสแปนเด็กซ์ที่รองรับการยืดหยุ่น มีความทนทานต่อการใส่รายละเอียดลงไปบนเนื้อผ้า บางครั้งมีการใส่รายละเอียดสีสันต่างกันถึง 2-3 สี ทุกชิ้นมีการลงสีลงไปลึกเพื่อให้กล้องจับภาพรายละเอียดนั้นได้ และเมื่อมีการพิมพ์เสร็จเยบร้อย ชุดที่ออกมาจะดูไม่ออกเลยว่าใช้เนื้อผ้าอะไร

แม้ว่าโทนสีของชุดซูเปอร์ฮีโร่กับเหล่าร้ายจะต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ชุดยังมีความคล้ายกันตรงสีทอง สีเงิน และสีบรอนซ์ที่ช่วยเชื่อมโยงทุกคนเข้ากันได้อย่างชัดเจน

การอัพเดทของชุดผู้วิเศษ

ชุดของซูเปอร์ฮีโร่มีการอัพเดททั้งรายละเอียดและความเหมาะสมที่ลงตัวหลายอย่าง ซึ่งทั้งหมดมีการปรับปรุงให้เข้ากับชุดดังนี้:

เสื้อคลุมแบบสั้นและหมวกเปลี่ยนเป็นผ้าคลุมยาวที่ดูทันสมัย ทำให้สามารถติดซิปได้ ช่วยประหยัดเวลาการแต่งตัวของนักแสดงแต่ละคน, สัญลักษณ์สายฟ้าไม่สามารถติดแบตขนาดใหญ่ได้ จึงถูกแปะเอาไว้ให้ดูกลมกลืนกับร่างกาย และมีการพัฒนาต่อทีหลังด้วยซีจีไอ, ถุงมือยาว เข็มขัด และรองเท้าต้องดูเหมาะสมเข้ากับนักแสดงแต่ละคน, กล้ามที่เสริมขึ้นมาถูกพัฒนาให้หายใจสะดวกมากขึ้น, ชุดซูเปอร์ฮีโร่แมรี่ต่างจากชุดอื่นมาก ได้แรงบันดาลใจจากเนื้อผ้าที่เสริมเข้ามา มีการเพิ่มปกเสื้อและกระโปรง 

การอัพเดทของชุดพ่อมด

เสื้อคลุมของพ่อมดมีการลงสีมากกว่า 14 สีสัน จากนั้นทำการ “ออมเบร” อีกหลายครั้ง ทำให้เห็นกลุ่มโทนสีเขียวและผสมผสานหลายรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในตัวละคร

เทพธิดา (เฮสเพร่า, เคย์ลิปโซ่ และ แอนเธีย)

เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เริ่มจากการวาดภาพผ่าน Onyx ที่ต้องใช้เวลานานราว 5 เดือน นักแสดงจะถูกสแกนและระหว่างนั้นจะมีการผลิตเสื้อผ้าออกมา เพื่อให้เสื้อผ้าเข้ารูปกับลุคนั้นทันที มีการใช้ยูรีเธนเพื่อง่ายต่อการแก้ไขและกลมกลืนกัน ทีมงานจะใช้การปรินท์แบบ 3 มิติ เพื่อเพิ่มความโดดเด่นและรายละเอียดของชุดท่อนบนและกระโปรง  

เมอร์เร็นเล่าว่า “นี่เป็นเสื้อผ้าที่สวยมากค่ะ เสื้อผ้าทุกชุดไม่ธรรมดาเลย และฉันพูดได้ว่าความดีใจอย่างหนึ่งในเรื่องนี้คือการผสมผสานระหว่างศิลปะที่ดูเหลือเชื่อ งานคราฟท์ ศิลปิน และความสร้างสรรค์ ในทุกแง่มุมนับตั้งแต่การออกแบบเสื้อผ้าไปจนถึงช่วงที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโปรเจ็กต์นี้ คือการได้เดินทางไปยังห้องเสื้อสำหรับการลองชุดครั้งแรก พวกเขาจะทำการสแกนร่างกายเพื่อผลิตเสื้อผ้าออกมา หลุยส์ออกแบบและส่งผลิตให้ฟิตเข้ารูปที่สุด ซึ่งแต่ละชิ้นส่วนไม่ใช่การเย็บติดกัน ฉันบอกได้เลยว่ามันหนักมาก เป็นชุดที่หนักสุดในเรื่องเลยค่ะ แต่ก็น่าตื่นเต้นมากและฉันดีใจที่จะมีโอกาสสวมใส่มัน

เมอร์เร็นเปิดเผยว่าตอนที่เธอลองเสื้อผ้า เธอได้เชิญแขกพิเศษมาคนหนึ่งด้วย “ฉันชวนหลานมาด้วยค่ะ อายุ 8 ขวบ ฉันคิดว่าเขาคงตายตาหลับและขึ้นสวรรค์แล้วที่ได้เห็นการผลิตชุดสวยๆ พวกนี้ ถ้าสังเกตใกล้ๆ ตรงช่วงท่อนแขนของฉัน มันสวยมากเลยค่ะ ผลิตออกมาอย่างประณีตมาก เป็นผลงานที่น่าตื่นเต้นจริงๆ การได้ร่วมงานกับผู้คนเหล่านี้และมีส่วนร่วมในงานสร้างสรรค์ของพวกเขาทำให้ฉันตื่นเต้นมากค่ะ ฉันกล้าพูดเลย”

เดวิด แซนด์เบิร์กรู้สึกว่า “ผู้ชมจะตื่นเต้นมากกับหนังเรื่องนี้ เพราะเราไม่ได้มีแค่ฉากอลังการและการต่อสู้ธรรมดา แต่เป็นการต่อสู้ที่อลังการและยิ่งใหญ่มากในหนังเรื่องนี้” เขากล่าว “ประเด็นสำคัญคือเรามีตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยหลายความรู้สึกที่สมจริงและเข้าใจได้ เวลาเราสนใจกับตัวละครในหนังเราจะรู้สึกอินไปกับมัน และจะเกิดความสะเทือนใจมากขึ้น บวกกับการที่ในหนังมีทั้งมังกร ตัวละครในตำนาน ชะตากรรมโลกที่อยู่บนความเสี่ยง และกลุ่มซูเปอร์ฮีโร่ที่จะต้องปกป้องโลก เราจะอยากได้อะไรไปมากกว่านี้อีก?”

Shazam! Fury of the Gods หรือ ชาแซม! จุดเดือดเทพเจ้า มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 16 มีนาคม ที่จะถึงนี้

 

สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ 

ชาแซม จุดเดือดเทพเจ้า

  • 16 March 2023
  • Adventure / แอ็คชัน / ผจญภัย / ตลก /
  • 130 นาที
15+

ข่าวที่เกี่ยวข้อง