[รีวิว] ทุกจังหวะชวนให้ไม่ไว้วางใจ! Alien: Covenant เปิดบทใหม่ของความสยองตามแบบฉบับริดลีย์ สก็อตต์!!

 

[รีวิว] ทุกจังหวะชวนให้ไม่ไว้วางใจ! Alien: Covenant เปิดบทใหม่ของความสยอง

ตามแบบฉบับริดลีย์ สก็อตต์!!

 

 

ย้อนกลับไปในปี 1979 นั่นเป็นครั้งแรกที่ภาพยนตร์เอเลียนได้ออกมาอวดโฉมสร้างความน่ากลัวแปลกใหม่ให้เราได้ชมกัน เวลาผ่านไปหลายสิบปีจนกระทั่งปี 2012 ที่แฟรนไชส์นี้พาเราไปพบกับต้นกำเนิดของเรื่องราวทั้งหมดใน Prometheus และในปีนี้ริดลีย์ สก็อตต์ ผู้กำกับตัวพ่อแห่งจักรวาลเอเลียน ได้พาเราไปพบกับเรื่องราว 10 ปีให้หลังจากจบเหตุการณ์ยานโพรมีทีอุส เพื่อเติมเต็มเรื่องราวและสานต่อความสะพรึงให้เราหวาดระแวงตลอด 2 ชั่วโมงใน Alien: Covenant

 

 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่ยานอาณานิคม Covenant ที่กำลังเดินทางไปยังดาวดวงใหม่เพื่อสร้างอารยธรรมมนุษย์ขึ้นมาอีกครั้ง ณ ที่แห่งนั้น แต่แล้วเหตุการณ์ทุกอย่างพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง ลูกเรือโคเวแนนท์ต้องพบเจอกับชะตากรรมที่อันตรายเหนือชีวิตของพวกเขา เมื่อตัดสินใจลงไปสำรวจดาวดวงหนึ่งในระหว่างทางนั้น ที่ดาวดวงนี้พวกเขาต้องเผชิญกับสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์สยองที่ใช้ร่างของมนุษย์เป็นภาชนะในการเติบโต ลูกเรือค่อยๆตายไปทีละคน ในจังหวะวิกฤตนั้นเองพวกเขาก็ได้รับความช่วยเหลือจากเดวิด (รับบทโดย ไมเคิล ฟาสเบนเนอร์) แต่นั่น...จะใช่ความช่วยเหลือจริงหรือ??

 

ส่วนที่น่าจะประทับใจสำหรับแฟนภาพยนตร์เรื่อง Alien ก็คือการขนเอาฉากในตำนานเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากเฟซฮัคเกอร์กระโดดเกาะหน้าเหยื่อ หรือฉากทะลวงทรวงอกออกมาสู่โลกของเอเลียนระยะเชสเบิร์สเตอร์ รวมไปถึงบรรยากาศที่ชวนให้หวาดกลัวตลอดเวลาอย่างที่ Alien ภาคก่อนๆได้เคยทำเอาไว้ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานของเจ้าพ่อหนังเอเลียนอย่างริดลีย์ สก็อตต์ที่สร้างมาเอาใจแฟนๆของเจ้าสัตว์ประหลาดต่างดาวนี้อย่างแท้จริง

 

 

สำหรับการแสดงของไมเคิล ฟาสเบนเนอร์ ในบทของเดวิด ที่กลับมาสร้างความประหวั่นพรั่นพรึงให้กับเราต่อเนื่องจาก Prometheus นั้นก็ยังคงเป็นคาแรคเตอร์ที่ชวนให้เราไม่ไว้ใจได้ตลอดเวลาเช่นเคย นอกจากนั้นแล้วเขายังรับบทเป็นวัลเธอร์ หุ่นยนต์สังเคราะห์ที่คอยช่วยเหลือฝั่งนางเอกด้วย งานนี้ไมเคิลเล่นน้อยแต่ได้มาก ส่วนนางเอกของเรื่องนั้นคือแดเนียล (รับบทโดย แคทเทอรีน วอร์เตอร์สตัน) ก็เป็นอีกตัวละครที่ไหวพริบดี เท่ และน่าเอาใจช่วยตลอดทั้งเรื่อง ถือว่าสอบผ่านเลยทีเดียว

 

แต่จะไม่พูดถึงพระเอกหลักของเรื่องอย่างเจ้าซีโนมอร์ฟก็เห็นทีจะไม่ได้ แม้ในภาคนี้จะไม่ใช่เป็นคนใส่ชุดเอเลียนมาแสดงแล้ว แต่มาในรูปลักษณ์ CG ที่ไฉไลกว่าเดิม ทีมงานเก็บรายละเอียดของเจ้าเอเลียนตัวนี้ได้ดีมาก รับรองว่าแฟนๆจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ซึ่งสิ่งที่ Alien: Covenant ต่างจาก Prometheus อย่างชัดเจนเลยก็คือ ในภาคนี้จะเน้นไปที่ฉากแอคชั่น และความระทึกขวัญที่ไม่ได้มุ่งตั้งคำถามกับประเด็นทางปรัชญามากนัก ถือเป็นความบันเทิงในแบบฉบับเอเลียนเพียวๆคล้ายคลึงจากปี 1979 เลยทีเดียว

 

สุดท้ายนี้ Alien: Covenant ได้ทำการตอบคำถามที่ค้างคาเอาไว้ใน Prometheus ได้ชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งตอนจบยังทิ้งผู้ชมไว้กับความสะพรึงของจุดพลิกผัน ที่ทำให้เราแทบอดใจไม่ไหวที่จะได้ชมภาคต่อของแฟรนไชส์นี้ แม้ว่าในภาคนี้จะไม่ใช่ระบบ 3 มิติ แต่หากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์สยองชนิดชิดติดหน้า มือต้องผละจากถึงป็อปคอร์นขึ้นมาปิดตาแล้วละก็ เราขอแนะนำในระบบ IMAX ที่ยิ่งใหญ่ กระหึ่มทั้งภาพและเสียง แล้วคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอนกับ Alien: Covenant ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์!

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram