ยังไม่ได้ดูอย่าเพิ่งคลิก!! เฉลย Midsommar พฤติกรรมฉ.20 ของแต่ละตัวละครสื่อถึงอะไร?

 

Midsommar ละครเวทีแห่งเทพนิยายปรัมปรา

คำเตือน: บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาภายในเรื่อง Midsommar เทศกาลสยอง

 

บทความนี้เป็นเพียงแค่การตีความเพียงส่วนหนึ่งในแบบฉบับของผู้เขียนเท่านั้น

“The brightest light casts the darkest shadow”

“ยิ่งแสงสว่างเจิดจ้ามากเท่าไหร่....เงาด้านหลังจะยิ่งดำมืดมากขึ้นเท่านั้น”

 

 

การเดินเรื่องแบบละครเวที / โรงละคร /การเล่านิทาน /เทพนิยายปรัมปรา

ตั้งแต่เริ่มเรื่องหากสังเกตดีๆ ฉากเริ่มแรกจะเป็นฉากของภาพวาดภาพหนึ่ง ที่มีเรื่องราว 5 ช่อง เป็นภาพเหมือนภาพเขียนโบราณบอกเล่าตำนานในอดีต แต่หากใครได้ดูรอบที่ 2 จะรู้ทันทีว่า มันคือเรื่องราวเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นภาพในหนัง ไม่ว่าจะเป็น

1.ฉากโศกนาฏกรรมการตายของครอบครัวนางเอกทั้ง พ่อ แม่ และน้องสาว

2.เรื่องราวความรักของนางเอก (แดนี่) และพระเอก (คริสเตียน) ที่ไม่ค่อยจะราบรื่นซักเท่าไหร่ โดยมี เพลเล่ ผู้ที่หลงรักนางเอก คอยเฝ้ามองอยู่

3.การเดินทางท่องเที่ยวของกลุ่มพระเอก โดยมีพระเอก (คริสเตียน) และนางเอก (แดนี่) เป็นคู่รัก / จอร์ช ชายหนุ่มผิวสีเป็นนักวิชาการ / มาร์ค เป็นตัวตลก และ เพลเล่ เป็นผู้ชักจูง

4.กลุ่มพวกตัวละครหลักทั้ง 5 ได้ก้าวเข้าสู่เมืองฮอร์กา เมืองที่มอบทั้งเครื่องบรรณาการ และความตายให้กับพวกเขา นอกจากนี้เราจะได้เห็นพิธีกรรมการกระโดดเหวฆ่าตัวตายของผู้สูงวัยด้วย

5.1 ในกิจกรรมในงาน Midsommar การเต้นรอบแท่นเสาจนกว่าจะ(ตาย)เหลือเพียงคนสุดท้ายและได้กลายเป็นราชินี

หลังจากนั้นภาพนี้ก็ถูกแยกออกเป็นสองส่วน เหมือนกับการเปิดม่านของโรงละครให้ผู้ชมได้เข้าชมเรื่องราว อีกทั้งมันยังเหมือนกับการเปิดหนังสืออ่านนิยายโบราณอีกด้วย

 

 

หากสังเกตดูดีๆ ถ้าเรามองลองไปลึกๆหนังเรื่องนี้ มันเหมือนกับละครเวทีขนาดใหญ่ที่มีเวทีการแสดงคือโลกทั้งใบในหนัง มีการเปิดเรื่องด้วยเสียงขับร้องอันทรงพลังอันแปลกและน่ากลัว มีการเดินเรื่องด้วยการตัดฉากแบบเนียนๆ มีฉากอันงดงาม สวยงาม แต่การจัดวางสิ่งต่างๆในทุกๆฉากกลับให้ความรู้สึกเหมือนว่าผู้สร้างตั้งใจให้เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกเซ็ตขึ้นเหมือนกับละครเวที ตัวละครต่างๆที่นอกเหนือจากเหล่าตัวละครหลัก โดยเฉพาะเหล่าตัวละครในหมู่บ้านที่แต่งชุดขาว เปรียบเสมือนตัวประกอบบนเวทีพวกเขาจะเล่นใหญ่เป็นพิเศษ โดยเฉพาะฉากของอารมณ์ พวกเขาจะดูไม่มีชีวิตจิตใจเหมือนมนุษย์ทั่วๆไป การกระทำต่างๆก็ดูเหมือนถูกเซ็ตไว้เป็นฉากหลังเฉยๆ การจะเล่นจะแสดงอะไรจะเป็นคิวๆตลอด และนี่ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เรารู้สึกกลัวพวกเขาข้างในลึกๆของจิตใจก็ได้

 

 

ลองคิดภาพตามว่า หากเราดูละครเวทีและเจอเรื่องราวอะไรแบบนี้ภายในหนัง มีการเล่นใหญ่ มีการร้องเพลง หรือมีการกระโดดฆ่าตัวตาย ที่แน่นอนว่าในละครเวที ฉากมันไม่สมจริง หลายๆอย่างมันไม่สมจริง เราก็คงจะรื่นรมย์ไปกับเรื่องราวที่ละครเวทีเหล่านั้นนำเสนอ แต่หากเรื่องราวในละครเวที มันกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น? Midsommar ได้โชว์ให้ทุกคนได้เห็นแล้ว ว่าเราจะได้เห็นถึงความผิดเพี้ยนของมนุษย์และความน่ากลัวขนาดไหน หากโลกแห่งเทพนิยายมีจริงๆอยู่บนโลกใบนี้ ผ่านทางความเชื่อ / ศาสนา / พิธีกรรม / วัฒนธรรม โบราณ ที่หนังสามารถนำเสนอออกมาให้มีความเป็นไปได้จริงที่สุด

 

 

ภายในหนัง Midsommar มีการบอกใบ้เรื่องราวหลายๆอย่างเกี่ยวกับเนื้อเรื่องผ่านทางรูปภาพโบราณมากมายที่ปรากฎออกมาบ่อยมากๆภายในหนัง ไม่ว่าจะเป็น ภาพแรกๆในช่วงตอนเริ่ม เหนือเตียงนางเอก ภาพของเจ้าหญิงผู้ที่กำลังจูบกับอสูรหมียักษ์ ที่หากใครดูแล้วก็จะรู้ว่า นางเอกคือเจ้าหญิง และอสูรคือพระเอก / เหล่าภาพวาดภายในเมืองฮอร์กา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวบนผืนผ้า ที่ให้เราได้เห็นวิธีการทำเสน่ห์ของหญิงสาวภายในเมืองกับผู้ชายที่ตนหลงรัก หรือ รูปภาพบนหัวเตียงของ แดนี่ ที่แสดงให้เห็น ถึงรูปของหญิงสาวผู้หนึ่งที่ชนะเลิศการแข่งขันการเต้นและกลายเป็นราชินีในที่สุด ส่วนรูปภาพบนหัวเตียงของ คริสเตียน จะเป็นภาพของชายผู้หนึ่งที่กำลังร่วมรักกับหญิงสาวผู้หนึ่ง โดยที่มีผู้หญิงรายล้อมอยู่ทั่ว. ทั้ง 2 รูปนี้เป็นเหมือนกับการพยากรณ์ สิ่งที่ทั้งสองพระนางต้องเจอในอนาคต

 

 

เรื่องราวใน Midsommar เป็นการนำเสนอเรื่องราวของความรู้สึก / อารมณ์ / ปมชีวิต ของตัวละครแดนี่. หญิงสาวนิสัยดี หน้าตาดี ผู้เป็นคนคิดมากที่ต้องเจอกับเรื่องร้ายๆ เธอสูญเสียครอบครัวไปทั้งหมดจากการฆ่าตัวตายของน้องสาว เธอไม่เหลือใคร กลายเป็นเด็กกำพร้า เธอต้องพลัดพรากออกจากบ้าน ไปยังสถานที่ไกลๆ เธอต้องพยายามทำตัวเข้มแข็ง ก้าวผ่านเรื่องร้ายๆที่เป็นปมในจิตใจเธอ เธอกลั้นร้องไห้อยู่ตลอด หญิงสาวผู้นี้ได้พลัดหลงเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีความงดงาม สวยงาม เธอเจอเรื่องราวทั้งดีและร้ายมากมาย ณ ที่แห่งนี้ เธอเข้าร่วมพิธีกรรมต่างๆรวมไปถึงเทศกาลเต้นรำภายในเมือง เธอเอาชนะเทศกาลนี้ได้และกลายเป็นเจ้าหญิง เธอขึ้นขบวนรถม้า ไปทำพิธีเพื่อให้เมืองนี้มีความเจริญมากยิ่งขึ้น ในขณะที่อสูร(พระเอก)ได้เผยธาตุแท้ออกมา เธอเสียใจมากที่ได้กลับมาเห็น...แต่มันเปลี่ยนไปแล้ว เพราะในครั้งนี้เธอสามารถร้องไห้ออกมาได้สุดเสียง ผู้คนในหมู่บ้านเห็นเธอเป็นครอบครัวแล้ว พวกเขารองรับความรู้สึกของเธอและร้องไห้ไปกับเธอ เธอรู้สึกอบอุ่นที่ในที่สุดเธอก็ได้เจอที่พึ่งพิง ในที่สุดอสูรถูกกำจัด ความเศร้าในจิตใจเธอหายไป เธอกลายเป็นเจ้าหญิง ณ หมู่บ้านแห่งนี้ สิ่งร้ายๆได้ผ่านพ้นไปแล้ว เธอมีครอบครัวที่สมบูรณ์และเป็นอิสระจากเจ้าอสูรแล้ว เธอจึงค่อยๆยิ้มขึ้น...จบบริบูรณ์ (เทพนิยาย Midsommar)

 

 

Midsommar วันนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram