HIGHLIGHT CONTENT

โปรเจคหนัง Scarface ของผู้กำกับ ลูกา กัวดานีโน ยุติเส้นทางการพัฒนาแล้ว

  • 797
  • 07 พ.ย. 2023

โปรเจคหนัง Scarface ของผู้กำกับ ลูกา กัวดานีโน ยุติเส้นทางการพัฒนาแล้ว

 

 

คงต้องโบกมือลากันไปเพียงเท่านี้ สำหรับภาพยนตร์ Scarface หรือ มาเฟียหน้าบาก ของเวอร์ชั่นของผู้กำกับ ลูกา กัวดานีโน หลังจากที่เขาได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับของภาพยนตร์เรื่องนี้อีกต่อไป

โดยผู้กำกับภาพยนตร์ Call Me by Your Name (2017) หรือ คอล มี บาย ยัวร์ เนม ได้ออกมายืนยันกับสำนักข่าว เดอะ ฮินดู เอาไว้ว่า

 

“ผมไม่ได้ทำงานกับ มาเฟียหน้าบาก อีกต่อไปแล้ว”

“สำหรับผมแล้ว เมื่อทำหนังที่ดัดแปลงมาจากหนังสือหรือพวกหนังรีเมค มันคือเรื่องของการเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่เรื่องราวเหล่านี้มีอยู่แล้วมันจะไปได้ไกลว่าผลงานต้นฉบับ ดังนั้นคุณจึงสามารถบอกเล่าเรื่องราวจากมุมมองที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงได้ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรที่สดใหม่หรือไม่ก็ตาม ผมอธิบายไม่ถูกเหมือนกัน แต่มันเป็นอะไรที่แตกต่างออกไป”

 

 

ภาพยนตร์ มาเฟียหน้าบาก ภาคต้นฉบับถูกสร้างขึ้นในปี 1932 จากผลงานนวนิยายโดย อาร์มิเทจ เทรล มาสู่ผลงานภาพยนตร์ของผู้กำกับ ฮาเวิร์ด ฮอว์กส์ ก่อนที่มันจะถูกรีเมคมาเป็นฉบับภาพยนตร์ที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดีในปี 1983 กับบทบาทนำ โทนี มอนทาน่า อันน่าจดจำของ อัล ปาชิโน่ โดย มาเฟียหน้าบาก เวอร์ชั่นนี้เป็นผลงานของผู้กำกับ ไบรอัน เดอ พัลม่า จากที่สร้างขึ้นจากบทภาพยนตร์โดย โอลิเวอร์ สโตน 

ส่วน กัวดานีโน ถูกวางตัวเอาไว้ให้กำกับภาพยนตร์ มาเฟียหน้าบาก เวอร์ชั่นใหม่นี้ตั้งแต่ในปี 2020 พร้อมได้สองพี่น้อง อีธาน โคเอน และ โจเอล โคเอน มาทำหน้าที่สานต่อบทภาพยนตร์จากร่างแรกของ แกเรธ ดันเน็ต-อัลโคเซอร์, โจนาธาน เฮอร์แมน และ พอล อัททานาซิโอ ซึ่งในตอนนี้ก็ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าสองพี่น้อง โคเอน จะทำหน้าที่เดิมต่อไปหรือไม่ หลังจากที่ผู้กำกับชาวอิตาเลียนตัดสินใจถอนตัวออกไปจากภาพยนตร์เรื่องนี้

ย้อนกลับไปในปี 2020 ในตอนที่ กัวดานีโน ได้ออกมาประกาศว่าเขาจะทำหน้าที่ผู้กำกับภาพยนตร์ มาเฟียหน้าบาก เวอร์ชั่นใหม่ เขาได้พูดถึงโครงการนี้ว่า เป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกจังหวะมาก

 

“ผู้คนมักจะพูดกันว่าผมทำแต่หนังรีเมค”

“แต่ความเป็นจริงก็คือ วงการภาพยนตร์ได้รีเมคตัวเองมาตลอดการมีอยู่ของมัน ไม่ใช่เพราะว่าความขี้เกียจที่จะค้นหาเรื่องราวต้นฉบับใหม่ ๆ มันเกี่ยวข้องกับวิธีการมองเรื่องราวหนึ่งในแต่ละยุคสมัยที่ต่างกัน อย่างหนัง มาเฟียหน้าบาก ของ ฮาเวิร์ด ฮอว์กส์ เรื่องราวทั้งหมดล้วนเกี่ยวกับยุคสมัยของการห้ามสุราในสหรัฐอเมริกา อีกห้าสิบปีต่อมา โอลิเวอร์ สโตน และ ไบรอัน เดอ พัลม่า ก็ได้สร้างเวอร์ชั่นของพวกเขาขึ้นมา ซึ่งแตกต่างอย่างมากกับเวอร์ชั่นของ ฮอว์กส์ สุดท้ายแล้วทั้งสองเรื่องก็ยังสามารถกลายเป็นหนังขึ้นหิ้งได้ทั้งคู่ และก็หวังว่าเวอร์ชั่นของเรา ที่สร้างหลังจากผ่านเวลาผ่านไปกว่า 40 ปีแล้ว จะได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งเครื่องสะท้อนสำคัญ ผ่านทางตัวละครที่เป็นแบบอย่างของพฤติกรรมซํ้า ๆ ที่เกิดขึ้นจากสิ่งกระตุ้นที่มากเกินไปร่วมกับความทะเยอทะยาน ผมคิดว่าเวอร์ชั่นของผมจะเกิดขึ้นได้อย่างถูกจังหวะมาก”

 

 

อีกครั้งหนึ่งในเทศกาลภาพยนตร์เวนิชครั้งที่ 77 ผู้กำกับภาพยนตร์วัย 52 ปี ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า มาเฟียหน้าบาก จะเกี่ยวข้องกับความฝันที่ต้องการความสำเร็จมาเติมเต็ม ด้วยฉากหลังของเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่าทิศทางของ ไบรอัน เดอ พัลม่า, ฮาเวิร์ด ฮอว์กส์ และตัวของเขาเอง

 

“ความจริงก็คือ ผมสนใจในตัวละคร โทนี่ มอนทาน่า เขามีความคิดแบบความฝันอเมริกันชน และผมคิดว่าหนังเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อยุคสมัยของมันเอง มาเฟียหน้าบาก ของผมจะเกิดขึ้นหลังจากเวอร์ชั่นก่อนหน้า 40 ปี ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญเกี่ยวกับหนังเหล่านี้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ว่ามันเต็มอิ่มและมีรากฐานที่แข็งแกร่งแบบของ เดอ พัลม่า แต่สิ่งที่สำคัญคือการที่รู้ว่า โทนี่ มอนทาน่า เป็นตัวละครที่มีต้นกำเนิดมาจากอะไรบางอย่าง”

 

ถือเป็นข่าวที่น่าเสียดายอีกครั้งของภาพยนตร์ มาเฟียหน้าบาก ที่การพัฒนาของมันต้องล้มเหลวลงไปอีกครั้ง หลังจากที่ตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ผู้กำกับมากหน้าหลายตา ทั้ง เดวิด เอเยอร์, เดวิด เยตส์, พาโบล ลาร์เรน และ อองตวน ฟูคัว เคยมีชื่อเป็นผู้กำกับของภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ก็ต้องพบกับความล้มเหลวในช่วงของการพัฒนาเหมือนกันหมดทุกคน

 

 

ส่วนผลงานภาพยนตร์เรื่องต่อไปของผู้กำกับชาวอิตาเลียน ก็คือ Challengers (2024) หรือ ชาเลนเจอร์ส ภาพยนตร์แนวดราม่ากีฬาเกี่ยวกับรักสามเส้าในวงการเทนนิส ที่นำแสดงโดย เซนเดย์อา, จอช โอคอนเนอร์ และ ไมค์ ฟาสต์ โดยก่อนหน้านี้ภาพยนตรเรื่องนี้มีกำหนดเข้าฉายในปีนี้ แต่ก็ต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากการประท้วงหยุดงานของ SAG-AFTRA หรือ สมาพันธ์ศิลปินโทรทัศน์และวิทยุอเมริกัน

Challengers หรือ ชาเลนเจอร์ส มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 25 เมษายน 2024

 

สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ 

ขอบคุณข้อมูลจาก IndieWire

ชาเลนเจอร์ส

  • 01 May 2024
  • Adventure / ตลก / ชีวิต / โรแมนติก /
  • 132 นาที
15+