HIGHLIGHT CONTENT

การกลับมาของ ฮานส์ ซิมเมอร์ สู่การประพันธ์เพลงใน Dune: Part 2 ที่เขากระหายอยากร่วมงานมาก

  • 358
  • 23 ก.พ. 2024

 

 

การกลับมาของ ฮานส์ ซิมเมอร์ สู่การประพันธ์เพลง

ใน Dune: Part 2 ที่เขากระหายอยากร่วมงานมาก

 

— ฮานส์ ซิมเมอร์ —
ผู้ประพันธ์ดนตรี

 

 

การ “กลับมาเยือน” โลกของ “ดูน”…
“ผมไม่เคยห่างหายไปจากโลกของ ‘ดูน’ เลย อันที่จริงผมคิดว่าเดอนีคิดว่าผมคลั่งไคล้ด้วยซ้ำ เพราะผมยังคงแต่งเพลงหลังจากที่หนังจบลงไปแล้ว แต่เพราะผมรู้จักเรืองราวดี ผมรู้จักหนังสือ ผมรู้ว่าเราต้องเจอกับอะไร อันที่จริงหลายธีมหลักในเรื่องนี้ถูกแต่งขึ้นหลังจากที่จบภาคแรก สิ่งสำคัญอยู่ที่การแต่งเพลงต่อในช่วงที่เรายังอยู่ในภวังค์เดิม”

 

ประสบการณ์ในการแต่งเพลงสำหรับภาพยนตร์ “ดูน” ที่เดอนี วีลเนิฟว์สร้างขึ้น…
“ผมไม่เคยพบประสบการณ์แบบนี้มาก่อน เพราะไม่เคยมีหนังสือเล่มไหนที่ผมกระหายร่วมงานขนาดนั้น บวกกับการที่เดอนีเป็นมนุษย์สุดพิเศษ นั่นคือข้อแรกและเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ข้อที่สองคือเขาเป็นผู้กำกับฯ ที่ไม่ธรรมดา เขาปูทางสร้างมายากลบางอย่างให้ชม คุณรู้จักการพูดในใจคนเดียวโดยที่ไม่ได้อยู่ในหนังไหม? เขาเตรียมปูทางให้คุณได้พบกับสิ่งนั้นไปตามรูปแบบภาพยนตร์ โดยไม่ใช้เสียงพากย์อะไรแบบนั้นเลย เขาเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ที่น่าทึ่งมาก! เขาสร้าง ดูน ในรูปแบบที่ภาพยนตร์ให้ต่างจากหนังสือพูดได้ เพราะมันเป็นหนังสือที่มีบทเยอะมาก ผมจำได้หลังจากจบภาคแรกตอนที่ขึ้นเครดิตตอนท้าย ผมเช็คหนังสือของผมจนรู้ว่าเราอยู่กันที่หน้า 156 เอง! ยังไม่ได้เริ่มอะไรด้วยซ้ำ…”

 

การสร้างธีมเรื่องความแตกต่างหรือวัฒนธรรมที่ขยายใหญ่ขึ้นในโลกของ “ดูน: ภาคสอง”…
“ผมอยากสร้างเสียงบรรยากาศที่ต่างออกไป โลกของฮาร์คอนเนนเกี่ยวกับอุตสาหกรรม เป็นเรื่องปกติมากที่เราจะดินเนอร์กันในโรงหลอมเหล็ก ต่างกับโลกของเฟรเมนที่เพลงของพวกเขาเป็นเสียงร้องของลมพัดกลางทะเลทราย เป็นเสียงธรรมชาติที่งดงามและเรียบง่าย ในบทเพลงจะได้ยินเสียงไม้และทรายเยอะมก จากนั้นยังมีเสียงของเบเน เจสเซริต เสียงผู้หญิง มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป รวมถึงจักรพรรดิสำหรับเขาด้วยเช่นกัน ผมพยายามทำให้เข้าใจว่าภายใต้ความซับซ้อนที่เขาแสดงออกมา คืองูที่จะฆ่าเราเมื่อเราหันหลังให้”

 

 

จุดพลิกผันสำหรับธีมความรักระหว่างพอลและชานี่…
“เราไปดูหนังเพื่อชมความโรแมนติก แต่สำหรับ  ‘ดูน’ เรื่องนี้ ผมไม่ต้องการ ‘ธีมความรัก’ ระหว่างชานี่และพอล ความรักระหว่างพวกเขาผิดแผน แต่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญของเรื่อง สิ่งที่ผมอยากให้เห็นคือเธอแสดงให้เขาเห็นอย่างไรว่าจะรักโลกอันไร้ค่านี้อย่างไร รวมถึงความเข้มแข็งในตัวเธอเองด้วย”

 

การนำบทเพลงของเขาสู่ผลงานตอนต่อไป…
“นี่ไม่ใช่ผลงานภาคต่อ นี่เป็นเรื่องราวที่เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ช่วงที่แต่งเพลงภาคแรก ผมรู้ดีว่าตัวเองต้องพัฒนาสิ่งเหล่านี้ และผมไม่ได้ตัดทิ้งหรือแต่งผลงานใหม่ขึ้นมา แต่มันต้องอาศัยการพัฒนา มันต้องมีช่วงที่เชื่อมต่อกัน… ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากี่ปี สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับนักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์คือผู้ตัดต่อเสียงดนตรีของเรา ไรอัน รูบิน เป็นหนึ่งในผู้ควบคุมผู้ตัดต่อเสียง เราช่วยกันแต่งเพลงทั้งหมดและดูว่าตรงไหนที่ธรรมดา ตรงไหนที่เราระวังเป็นพิเศษ เราสามารถพัฒนาได้หลายอย่าง ทำให้เราได้เสียงดนตรีที่เพราะขึ้น เราแต่งเพลงใหม่กันไม่หยุดเลย! นักแต่งเพลงทั่วไปจะแต่งบนกระดาษหรืออะไรสักอย่างแล้วยื่นให้วงออเคสตร้า พวกเขาจะมีท่วงทำนองและนั่งลงเล่นดนตรีจากนั้นกลับบ้าน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราทำ! พวกเราจะดูกันว่าเราต้องการเสียงดนตรีแบบไหน? ตอนนี้มาผลิตเครื่องมือที่สร้างเสียงดนตรีได้กัน”

 

ผู้ชำนาญที่มาร่วมงานในเรื่องนี้ด้วยของเขา…
“เรามีแชปส์ที่น่าทึ่งจากฝรั่งเศสซึ่งมาพร้อมเสียงดนตรีที่เพราะ มันต้องใช้เวลาสร้างแค่  10 ปีเอง! มันเรียกว่าออสมอส เรามีโปรแกรมซิงค์ที่ดีมาก ทุกคนในทีมจะแต่งเสียงและบันทึกเสียงได้ กูธรี โกเวิร์น นักกีตาร์มาจากประเทศอังกฤษ ฮวน การ์เซีย-เฮอร์เรรอส มือเบสบินมาจากตาฮิติ อเล็กซานดรา ซูคลาร์ นักดนตรีเล่นดนตรีประเภทเคาพบินมาจากเวียนนา กิลลอม บอนนิว, คริสโตเฟอ ดูแกน และ เอ็ดดี้ อีแกน ผู้ออกแบบสุดอัจฉริยะที่มาร่วมงานด้วย สิ่งที่พวกเขาสร้างผลงานคือเมื่อเราเล่นโน้ตบนเปียโน ปกติจะเป็นเสียง ‘ปลองค์’ และจบ แต่ผลงานของพวกเขาคือเมื่อเราสัมผัสคีย์บอร์ด มันรู้ว่าเราสัมผัสเมื่อเราวางนิ้วลง ในช่วงที่เปลี่ยนคีย์นั้นเสียงสามารถเปลี่ยนไปได้โดยทันที แน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่มือคีย์บอร์ดต้องการคือสิ่งทที่นักไวโอลินเล่นได้ นักกีตาร์เล่นได้ ซึ่งล้วนเป็นเสียงที่มาจากการสั่น! เราสามารถโยกคีย์ซ้ายและขวาได้ มันเปลี่ยนเสียงได้ทันทีเพียงแค่เคลื่อนไหวเล็กน้อย”

 

 

การปรับเปลี่ยนซาวด์ดนตรีสำหรับเรื่อง “ดูน: ภาคสอง”…
มันคือการเรียบรู้ตลอดเวลาสำหรับพวกเราเลยครับ เราแลกเปลี่ยนความรู้กันไปมา จะเกิดอะไรขึ้นหากคุณทำแบบนี้หรือลองแบบนี้? ดูฉากนั้นสิ! ตัวอย่างเช่น ชิ้นส่วนของมอลลี่ โรเจอร์ส หนึ่งในนักไวโอลินของเราผู้เป็นนักร้องเสียงทอง พวกเขาพยายามหาทางปรับให้เหมาะสม น้ำเสียงของเธอทำอะไรได้บางอย่าง และแสดงความโหดร้ายออกมาได้ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ นั่นคือเสียงที่ได้ยินตลอดทั้งเรื่อง 

 

การนำเดอนีมาร่วมขั้นตอนการสร้างสรรค์...
“ผมไม่คิดว่าเคยร่วมงานกับใครที่นึกถึงผู้อื่นมากเหมือนเดอนีเลยครับ ตอนที่ห้องอัดเสียงเต็มไปด้วยนักดนตรีและผู้ออกแบบซาวด์ ทุกอย่างล้วนพุ่งไปที่การแต่งเพลง ซึ่งเดอนีก็อยู่ในห้องนี้ด้วย ผมรู้ว่าทุกคนในห้องพร้อมทำทุกอย่างเพื่อเขา และเขาพร้อมทำทุกอย่างเพื่อเราเช่นกัน การได้กลับมาร่วมงานใน ‘ภาคสอง’ เหมือนการได้กลับมาหาครอบครัวครับ”

 

 สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ 

ดูน ภาคสอง

  • 29 February 2024
  • Adventure / แอ็คชัน / ผจญภัย / ชีวิต / แฟนตาซี / วิทยาศาสตร์ /
  • 166 นาที
15+

ข่าวที่เกี่ยวข้อง