HIGHLIGHT CONTENT

แรงบันดาลใจของดนตรีประกอบ Furiosa: A Mad Max Saga ที่ละเอียดลงลึกไปถึงเม็ดทราย

  • 183
  • 20 พฤษภาคม 2024

แรงบันดาลใจของดนตรีประกอบ Furiosa: A Mad Max Saga ที่ละเอียดลงลึกไปถึงเม็ดทราย

 

 

การแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์

ทอม โฮลเคนบอร์ก (ผู้ประพันธ์ดนตรี): ผมร่วมงานในเรื่อง “Fury Road” กับจอร์จ ขั้นตอนการทำงานทั้งหมดใช้เวลาเกือบ 2 ปี ค่อนข้างใช้เวลาจนเรากลายเป็นเพื่อนกันจริงๆ อีกหลายปีหลังจากนั้น การทำงานในเรื่อง “Furiosa” ไม่ค่อยเหมือนการแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ทั่วไป เพราะหลายปีที่เราคุยกันถึงโปรเจ็กต์นี้ ความแตกต่างของเรื่องนี้ที่จะเกิดขึ้นและแนวดนตรีที่ควรจะเป็น ผมพูดได้เลยว่าความสำคัญของผลงานอยู่ที่การพูดคุยกันของเรา พวกเราต่างสนใจเรื่องหลักปรัชญาการทำงานร่วมงกัน บางครั้งเราคุยกันนานหลายชั่วโมงโดยไม่มีการถกเถียงกันเรื่องหนังเลย เราคุยกันไปเรื่อย เราได้พบกับความสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจในการทำงานร่วมกัน การประสานงานระหว่างกัน 

การทำงานทั้งด้านภาพยนตร์และดนตรีต่างมีข้อจำกัด ในเรื่อง “Fury Road” มีความยิ่งใหญ่มาก มีความดุดัน เสียงดนตรีโดดเด่นและมีหลายระดับ แทบจะพบได้ตั้งแต่เริ่มเรื่องไปจนถึงตอนจบเลย ส่วนเรื่อง “Furiosa” ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง เสียงดนตรีจะเหมือนองค์ประกอบ มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ส่วนไหนที่เราอยากถ่ายทอดในฉากนั้นบ้าง? เราจะเว้นช่วงนานขนาดไหนก่อนจะมีเสียงดนตรีดังขึ้น? บทบาทของดนตรีเหมือนกับในเรื่อง “Fury Road” ที่เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวตัวรองของเรื่อง มันมีความหลากหลายและเพิ่มอารมณ์ได้มากขึ้น

 

มีเสียงดนตรีหรือไม่?

ทอม โฮลเคนบอร์ก (ผู้ประพันธ์ดนตรี): บางครั้งภาพรวมที่ได้ในเรื่องนี้เกิดจากความไม่ตั้งใจ และมักเกิดขึ้นกับเพลงประกอบเรื่อง “Fury Road” อย่างเพลงที่ 2 จากการคุยกันทั้งหมดที่เรามีร่วมกัน ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่การถ่ายทอดเรื่องราวและพัฒนาตัวละคร แต่เสียงดนตรีช่วยถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดอย่างมีคุณภาพขึ้นได้อย่างไรบ้าง มันไม่ใช่การเปิดเสียงดนตรีตลอดทั้งซ้ายและขวาเพราะกลัวว่าจะขาดเสียงดนตรี หนังเรื่องนี้มีความแกร่งในตัวมากพอจนไม่ต้องมีเสียงดนตรี การมีเสียงดนตรีช่วยเพิ่มอารมณ์ให้ภาพยนตร์ ผมสนิทกับผู้ควบคุมการตัดต่อซาวด์ ร็อบ แมคเคนซี่ พวกเราใส่ใจเรื่องเสียงกันทั้งคู่ เสียงดนตรีแบบไหนที่เหมาะสมและการออกแบบเสียงช่วยเพิ่มการตอบสนอง เรารวมไอเดียทั้งหมดไปนำเสนอจอร์จ เช่น บางครั้งมีความลงตัวในหนังด้วยการกดดัน แล้วค่อยอาศัยการเล่าเรื่องอย่างชัดเจนขึ้นเมื่อยามจำเป็น

 

ดนตรีประกอบอันเป็นเอกลักษณ์

ทอม โฮลเคนบอร์ก (ผู้ประพันธ์ดนตรี): ความตั้งใจในเรื่อง “Fury Road” คือการสร้างดนตรีและเพลงจากสิ่งที่เคยตั้งใจเอาไว้แล้ว จากนั้นนำมาสร้างเสียงที่ต่างออกไป เช่น เครื่องดนตรีประเภทสายนำมาใช้เป็นเสียงเคาะ เพลงเมทัลเคยสร้างโดยใช้ซอฟต์แวร์จนมีโน้ตดนตรีออกมาจากเพลงนั้น สำหรับเรื่องนี้ยังคงคอนเซปต์นั้นไว้ แต่มีการเพิ่มบางอย่างที่ทำให้มีเอกลักษณ์มากขึ้น 

อย่างแรกเลยคือมีการใช้เครื่องดนตรีเป็นองค์ประกอบสำคัญในเพลงประกอบเยอะมาก ชนิดแรกคือดูดุค [เครื่องดนตรีทำจากไม้อาร์เมเนียนประเภทเป่า] ที่ได้ยินเวลาที่มีการพูดถึงดินแดนอันเขียวชอุ่ม มันมีบทบาทสำคัญในเพลงนี้มาก มันเป็นโทนเสียงที่สูงแต่อ่อนโยนอย่างน่าทึ่งจนทำเราหลงใหล สัมผัสความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง นักแสดงหลักจะเกิดความรู้สึกมากขึ้นจากเพลงบรรเลงนี้โดยไม่ต้องเพิ่มเติมอะไร อย่างที่สองคือดิดเกอริดู [เครื่องดนตรีชนิดเป่าของชาวออสเตรเลียนแต่ดั้งเดิม] มีความสำคัญมากในเพลงประกอบเช่นกัน เพราะมันสร้างเสียงที่มีความเป็นออสเตรเลียน และเห็นภาพได้ชัดเจนว่าหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ออสเตรเลีย ทั้งดูดุคและดิดเกอริดูต่างทำหน้าที่สงความรู้สึกถึงบ้านเกิดอย่างดินแดนอันเขียวชอุ่ม ที่ฟูริโอซ่าเคยอาศัยอยู่ และเมื่อเธอต้องเดินทางจากมาไกล เธอนึกถึงคำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ได้จากเสียงเหล่านี้ แต่ตามเรื่องราวในเรื่องทำให้เธอต้องเดินทางจากดินแดนอันเขียวชอุ่มไปอีกไกลแสนไกล เธอสามารถรักษาสัญญานั้นเอาไว้ได้ ดูดุคและดิดเกอริดูดังตามแรงลม พอเสียงจากอุปกรณ์ไฟฟ้าดังมากขึ้น เสียงนั้นก็เริ่มจางหายไป 

เสียงอื่นที่เราสร้างขึ้นด้วยอุปกรณ์ปรับผสมเสียงที่เรียกว่า Buchla เทียบกับ  Moog จะให้เสียงที่ต่างออกไปและความรู้สึกที่ได้ยินก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมมีอันหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเราต้องใช้เวลารระบบเพราะมันสั่งทำเท่านั้น พอผมชำนาญกับระบบก็มีการพูดคุยกับจอร์จ ผมบอกเขาว่า “สิ่งนี้ทำให้เกิดเสียงที่มีเอกลักษณ์มาก เป็นการสร้างจังหวะ ท่วงทำนอง บรรยากาศของเสียงได้แปลกตามใจเราต้องการเลย มันสามารถคืนคุณภาพเสียงต้นฉบับเดิมที่เราบันทึกเอาไว้ได้ด้วย เช่น เสียงออร์เคสตร้าเครื่องสาย หรือในเรื่องนี้คือเสียงของดิดเกอริดูและดูดุค มันทำให้ผมได้ทดลองมันอย่างจริงจังด้วย” เครื่องดนตรีนี้เลยกลายเป็นหัวใจสำคัญของเพลงประกอบไปเลยครับ 

และส่วนใหญ่เสียงที่ผมสร้างขึ้นมาสำรหับฟูริโอซ่าด้วยระบบนี้จะออกแนวรุนแรงมาก เราได้ยินเสียงนี้ตอนช่วงเริ่มเรื่อง ผมอยากให้ทุกคนได้ยินแล้วทำท่า “สิ่งที่จะเกิดขึ้นสังเกตได้จากเสียงนั้นผ่านชื่อของเธอ?” และผมใช้ระบบนั้นสร้างธีมของฟูริโอซ่าขึ้นมาด้วยครับ มันเหมือนกับจังหวะเรียบง่ายที่วนไปมา มันมีการปรับเปลี่ยนในตัวละครและความเร็วด้วย เวลาที่เธออยู่ในสถานการณ์ที่กลัว อย่างตอนที่ถูกลักพาตัวไปในวัยเด็ก จะเป็นจังหวะเสียงที่เหมือนการกระพือปีกถูกขัดจังหวะและเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง คล้ายกับจังหวะการเต้นของหัวใจ เวลาที่เธอรู้สึกสบายใจจังหวะจะช้าและมั่นคง ระหว่างช่วงการต่อสู้จังหวะจะเร็วขึ้นพร้อมความคาดเดาไม่ได้ เพื่อเน้นย้ำความคาดเดาสิ่งที่อาจเกิดขึ้นไม่ได้ เสียงดนตรีต้องสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นได้เหมือนซาวด์เอ็ฟเฟ็กต์หรือบทพูด ผมเลยรู้สึกว่าการทำงานร่วมกับจอร์จคือการสร้างธีมเพลงที่เรียบง่ายที่สุด แค่ปรับให้ลงจังหวะ ไม่ต้องใช้เมโลดี้ ไม่ต้องมีการประสานเสียง เป็นแค่จังหวะธรรมดา มันได้ผลกับในหนังมาก และมันช่วยสร้างความลงตัวเข้ากับเพลงประกอบภาพยนตร์ได้อย่างมีเอกลักษณ์มาก

 

 

ขั้นตอนการทำงาน

โรเบิร์ต แมคเคนซี่ (ผู้ควบคุมการตัดต่อซาวด์): จอร์จเป็นคนที่มีความพิเศษมาก เราเริ่มจากการคุยกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะทิศทางต่อความรู้สึกของเพลงประกอบภาพยนตร์โดยรวม การทำงานร่วมกับจอร์จเหมือนการออกไปสำรวจและการทดลอง ผมจะทำอะไรสักอย่างและเขาให้การตอบรับกลับมา จากนั้นเราจะใส่ไอเดียอื่นลงไปเดีย เหมือนการสำรวจเพื่อการถ่ายทอดเรื่องราวออกมา แต่ในบทภาพยนตร์เขาจะมีโน้ตดนตรีที่มีความพิเศษมาก และทุกคนจะอยู่ตรงนั้นเพื่อใช้เสียงดนตรีเพื่อการถ่ายทอดเรื่องราวร่วมกัน

 

ความแปลกของเสียง

โรเบิร์ต แมคเคนซี่ (ผู้ควบคุมการตัดต่อซาวด์): ที่ดินแดนรกร้างว่างเปล่า มันมีแต่การหาเจอและสร้างขึ้นมา พาหนะทุกคันในเรื่องต้องมีคุณสมบัตินั้น พวกเขานำมาประกอบกันจากชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่พาหนะที่มีเสียงตามการผลิตขึ้นมาจากโรงงานแน่นอน ทุกคันผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษและมีคุณสมบัตินั้น ใช้เชื้อเพลิงธรรมดาไม่ได้ นั่นคือตัวอย่างพาหนะในเรื่องตามคุณภาพของดินแดนอันรกร้างว่างเปล่า พาหนะที่ใช้ในเรื่อง Mad Max จะสะท้อนถึงตัวละครที่ขับขี่คันนั้น และส่วนใหญ่เป็นผลงานของโคลิน กิ๊บสัน ลักษณะการปรับแต่งเครื่องและผลิตขึ้นในฉากจะมีความพิเศษ แค่เสียงเครื่องยนต์ก็จะเสียงชัดเจน เป็นพาหนะของจริงที่มีเสียงเครื่องยนต์จริง 

จากทั้งหมดทำให้เราพบความโดดเด่น ซึ่งเป็นเสียงที่เกิดขึ้นวันนี้ จอร์จจะให้คำแนะนำกับเราว่าอยากให้มีการปรับเปลี่ยนในทิศทางใดบ้าง? เช่น มีการบันทึกเสียงมอเตอร์ไซค์ใหม่หลายรอบ เพื่อให้แตกต่างจากเสียงรถมอเตอร์ไซค์พังและรถอีกหลายพันคัน มีความตื่นเต้นในการบันทึกเสียงรถบรรทุกคันใหญ่ยักษ์ วอร์ริกต้องมี 2 เครื่องยนต์ เครื่องยนต์หลักกับเครื่องยนต์รองที่เป็นเทอร์โบบูสต์ เราต้องบันทึกเสียงทั้งคู่ และบางครั้งเราต้องอาศัยเสียงรถของจริง จากนั้นแทรกเสียงที่แต่งขึ้นมาลงไปด้วย ทั้งพวกเสียงสัตว์ เสียงฟ้าร้อง หรือเสียงอะไรก็ตามที่เราจะนึกอก องค์ประกอบอื่นที่จะนำมาใช้ปรับเสียง เพื่อเกิดการพัฒนาขึ้น มีเสียงสัตว์คำราม เพื่อนำมาใช้ในฉากที่มนุษย์ต้องทำเสียงเหมือนสิงโตหรือเสือ เรานำมาผสมเสียงใส่เข้าไปในวอร์ริก

 

เสียงของเม็ดทราย

โรเบิร์ต แมคเคนซี่ (ผู้ควบคุมการตัดต่อซาวด์): มีสภาพแวดล้อมหลายรูปแบบที่เราอยากนำเสนอในดินแดนอันรกร้างว่างเปล่า โดยเฉพาะพายุทะเลทราย เราเข้าไปในโกดังและบันทึกเสียงทรายกระทบกับวัตถุหลากชนิด เราเริ่มจากทรายระเบิดท่ามกลางทรายที่พัดรุนแรง จากนั้นเปลี่ยนไปใช้พวกควินัว เมล็ดข้าว เมล็ดกาแฟ ธัญพืชที่น้ำกว่าเดิม และโปรยไปตามวัตถุที่เป็นโลหะ แก้ว และสิ่งต่างๆ เสียงของพายุทะเลทรายคือเสียงทรายที่กระแทกที่กันลม ฝาครอบเครื่องจักร ด้านข้างรถ ล้วนสร้างมาจากเสียงเหล่านั้นทั้งหมด

 

 

เสียงของความเป็นสีเขียว

ไซมอน ดักแกน (ผู้กำกับภาพ): ผมรู้ว่า “Furiosa” จะต้องมีความหลากหลายในเรื่องมากขึ้น เรายังคงตัวละครหลักใน “Fury Road” แต่เพราะเรามีการเข้าสำรวจสถานที่อีกหลายแห่ง มีบรรยากาศและตัวละครใหมๆ เรามีหลายภาพที่อยากเล่าเรื่อง ในเรื่อง “Fury Road” ความรู้สึกส่วนใหญ่จะเหมือนติดอยู่ในทะเลทรายและซิทาเดล เราเห็นแต่ซิทาเดล แต่เราได้ยินชื่อสถานที่อื่นในเรื่อง เราไม่เคยไปเยือนที่เหล่านั้น ป้อมปราการอื่นล้วนมีความเกี่ยวข้งกัน และพวกมันสร้างบริวารที่อยู่รอบซิทาเดล

 

การเดินทางผ่านดินแดนอันรกร้างว่างเปล่า

โรเบิร์ต แมคเคนซี่ (ผู้ควบคุมการตัดต่อซาวด์): ผึ้งมีความสำคัญในเรื่อง “Furiosa” มาก ภาพยนตร์เปิดตัวด้วยภาพฟูริโอซ่าอยู่ที่ต้นพีซโดยมีผึ้งรายล้อม ผมจับผึ้งพวกนั้นมาแล้วเอามาหมุน นั่นคือความรู้สึกของฟูริโอซ่า ผมต้องสร้างเสือกผึ้งบินรอบตัวและทำให้ดูเป็นเสียงธรรมชาติ ซึ่งเป็นความรู้สึกของฟูริโอซ่า มันเป็นเสียงที่สะท้อนรายละเอียดของอารมณ์ และเสียงนั้นก็ได้ยินตลอดทั้งเรื่องเมื่อตัวละครของเธอมีการพัฒนา กฎข้อหนึ่งของดินแดนอันรกร้างว่างเปล่าคือต้องเห็นข้าวของชัดเจน และมันต้องเอามาปรับใช้ได้ ผมเดาว่านั่นเหมือนกับเสียงของเรา เรามีเสียงจริงแต่เราก็นำมาปรับใช้ให้เป็นเสียงสะท้อนอารมณ์ สื่อถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในฉากนั้น อารมณ์ของฉากนั้น

 

การเก็บรายละเอียดบทสนทนา

โรเบิร์ต แมคเคนซี่ (ผู้ควบคุมการตัดต่อซาวด์): ในเรื่อง “Furiosa” มีบทพูดเยอะมาก และเรามีการบันทึกเสียงในฉากกันเอาไว้เยอะ เราไม่มีการใช้เสียงแทนด้วย ADR เรารักษาเสียงต้นฉบับเอาไว้ให้ได้มากที่สุด จอร์จร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ควบคุมด้านบทสนทนา เพื่อความแน่ใจว่าทุกประโยคออกมาอย่างเหมาะสมที่สุด สำหรับการตัดต่อจอร์จและผู้ควบคุมจะเลือกบทสนทนาจากเทคอื่น และนำมาใส่ในการแสดงที่เห็นบนหน้าจอตอนท้าย บรรยากาศในฉากจะได้ยินเสียงแบบไหน แต่อาจมีการผสมกับเทคอื่นได้อีก

 

Furiosa: A Mad Max Saga หรือ ฟูริโอซ่า มหากาพย์แมดแม็กซ์ มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 22 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้

 

สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่าย ๆ เพียงแค่คลิก ที่นี่ 

ขอบคุณข้อมูลจาก Total Film

ฟูริโอซ่า มหากาพย์แมดแม็กซ์

  • 22 May 2024
  • Adventure / แอ็คชัน / ผจญภัย / วิทยาศาสตร์ /
  • 148 นาที
15+

ข่าวที่เกี่ยวข้อง