เจาะลึกการสร้างสรรค์บทภาพยนตร์ 1917 เก็บรายละเอียดดีจนเต็งออสการ์

 

พันธมิตรภายในเวลากำหนด

แซม เมนเดสและปิ๊ปป้า แฮร์ริสเริ่มต้นการสร้างโลก

 

ปิ๊ปป้า แฮร์ริส เป็นหุ้นส่วนการอำนวยการสร้างที่ยาวนานของเมนเดสที่นีล สตรีท โปรดักชันส์ของพวกเขาและทั้งคู่ก็รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว พวกเขาเรียนด้วยกันที่เคมบริดจ์และเคยได้ร่วมมือกันในโปรเจ็กต์ต่างๆ ผ่านทางนีล สตรีท ซึ่งพวกเขาบริหารงานร่วมกับคาโร นิวลิงและนิโคลัส บราวน์

 

เช่นเดียวกับเมนเดส แฮร์ริสก็มีความผูกพันเป็นการส่วนตัวกับยุคสมัยนี้ ในตอนทที่เธออายุได้ยี่สิบกว่าๆ เธอได้เป็นบรรณาธิการสำหรับจดหมายของรูเพิร์ต บรู๊ค นักกวีผู้หมั้นหมายกับคุณย่าของเธอก่อนที่จะตายในสงคราม “การที่ฉันได้อ่านดูจดหมายพวกนั้น ฉันก็ได้เห็นรายละเอียดของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ได้เห็นการสูญเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ และความหมายของการที่คนหนุ่มพวกนี้ออกไปสู้รบโดยไม่รู้อะไรเลย” แฮร์ริสกล่าว “ฉันคิดว่าตอนนั้น ไม่มีใครในอังกฤษหรอกค่ะที่รู้ว่าสงครามนี้จริงๆ แล้วเกี่ยวกับอะไร มันเป็นครั้งแรกที่ผู้คนที่บ้านเริ่มจะเข้าใจชัดเจนว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ผ่านทางบทกวีและงานเขียนของผู้คนที่อยู่แนวหน้าน่ะค่ะ”

 

เมนเดสและแฮร์ริสตื่นเต้นไปกับการลงรายละเอียดที่ประณีตและความชำนาญในการจัดการกับตัวละครของเธอ ด้วยพื้นฐานจากความหลังที่พวกเขามีร่วมกัน วิลสัน-แคนส์ได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับเมนเดสในขณะที่พวกเขาลงรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาต้องการสำหรับการถ่ายทำลงไปในหน้ากระดาษ พวกเขาร่วมกันสร้างตำนานของพลทหารสโคลฟิลด์และเบลค ชายหนุ่มสองคนที่ได้รับภารกิจที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในการส่งข้อความ ซึ่งหากประสบความสำเร็จล่ะก็ จะช่วยชีวิตทหารอังกฤษได้ 1,600 นาย ท่ามกลางใจกลางดินแดนศัตรู สำหรับเบลค งานนี้มีความเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง เพราะพี่ชายของเขาก็เป็นหนึ่งในทหาร 1,600 นายที่จะตายหากพวกเขาล้มเหลว

 

1917

 

“ผมได้เขียนโครงสร้างเรื่องราวขึ้นมา” เมนเดสกล่าว “แล้วผมก็พาคริสตี้ ผู้ที่ไม่เหมือนผมตรงที่เธอเคยชินกับการเขียน ‘หน้าหนึ่ง ฉากหนึ่ง’  โดยไม่หยุดชะงัก! เธอนำโครงสร้างเรื่องราวนั้นมาใส่ในรูปแบบของบทหนัง แล้วผมก็ใช้ช่วงเวลาแสนสุขในช่วงสามสัปดาห์ปรับแก้บท แล้วก็รับส่งมันกลับไปกลับมา หลังจากผ่านไปประมาณสองเดือน เราก็ได้ร่างบทหนังมา และหนังฉบับสมบูรณ์ก็ยังคงใกล้เคียงกับบทหนังครั้งแรกมากครับ”

 

เมนเดสพบว่ามือเขียนบทร่วมของเขาเป็นนักวิจัยตัวยง และส่วนเพิ่มเติมต่างๆ สำหรับเรื่องเล่าอีพิคของพวกเขาก็มาจากบันทึกส่วนตัวที่เขาและวิลสัน-แคนส์เจอมา “ผมอยากให้คนเข้าใจว่ามันลำบากขนาดไหน” เมนเดสกล่าว  “ในแง่หนึ่ง หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับความเสียสละ...และการที่เราไม่เข้าใจถึงความหมายของมันอย่างแท้จริงอีกต่อไปแล้ว การเสียสละทุกสิ่งเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเองน่ะครับ”

 

เมนเดสและวิลสัน-แคนส์มีแหล่งข้อมูลมากมายให้เลือกใช้ “ตอนที่ฉันกับแซมเริ่มคุยกันเรื่องไอเดียของเขา ฉันก็หลงเสน่ห์มันอย่างจัง ถึงขั้นที่ฉันไปโผล่ที่บ้านของเขาเลย” วิลสัน-แคนส์กล่าว “เราพลิกดูหนังสือมากมาย เพราะเราทั้งคู่มีหนังสือเยอะแยะ เราเน้นไปที่บันทึกส่วนตัว ในการที่ทหารแต่ละคนบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขาหรือผ่านทางบันทึกประจำวัน มีการค้นคว้าวิจัยมากมายเกี่ยวกับสภาวการณ์ในปี 1917 รวมถึงภาพรวมของแนวฮินเดนเบิร์กและการถอนกำลังรบครั้งนั้นค่ะ”

 

1917

 

ผ่านทางการร้อยเรียงเรื่องราวของชายหนุ่มผู้เหนื่อยล้าสองคนในสถานการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวสุดโต่ง เมนเดสและวิลสัน-แคนส์ได้เล่าเรื่องราวที่พูดถึงเนื้อแท้ของคนรุ่นหนึ่งที่ผ่านการทดสอบจากความทารุณของสงคราม เมนเดสกล่าวว่า “ผมหวังว่าด้วยการมองผ่านเลนส์ของเรื่องราวความเป็นมนุษย์ที่มีขนาดเล็กกว่า และการบอกเล่าตามเวลาจริง จะทำให้เราสามารถถ่ายทอดความกว้างใหญ่ไพศาลของภูมิประเทศและสเกลการทำลายล้างได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เป็นการมองเห็นภาพใหญ่ผ่านทางภาพเล็ก อย่างที่มันเป็นน่ะครับ” ด้วยการสนับสนุนจากการนับถอยหลังเวลาแบบตามเวลาจริงในบทภาพยนตร์เรื่องนี้ พวกเขาได้นำเสนอมุมมองภายในการเดินทางของทหารนับไม่ถ้วน ที่พวกเขาทำไปเพื่อปกป้องชีวิตของคนที่รัก...รวมถึงชีวิตของผู้คนอีกมากมายที่พวกเขาไม่รู้จัก และไม่มีวันจะได้รู้จัก

 

เมนเดสและวิลสัน-แคนส์ไม่สนใจที่จะเดินตามรอยของภาพยนตร์หลายเรื่องก่อนหน้านี้ พวกเขาต้องการให้ตำนานของเบลคและสโคฟิลด์ให้ความรู้สึกปัจจุบันทันด่วน เร่งรีบและแปลกใหม่ และให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมไปกับภารกิจครั้งนี้ในเวลาเดียวกับทั้งคู่

 

โอกาสที่หาได้ยากสำหรับมือเขียนบทสาวในการได้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์สงครามเป็นสิ่งที่เย้ายวนใจอย่างยิ่งสำหรับเธอ “แซมไม่รู้เรื่องนี้หรอกตอนที่เขาโทรหาฉัน” วิลสัน-แคนส์กล่าว “แต่ฉันสนใจเรื่องสงครามโลกมาโดยตยลอด และฉันก็คิดว่าสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจเป็นพิเศษ และไม่ค่อยจะปรากฏบนหน้าจอมากนัก ฉันชอบหนังสงครามค่ะ ฉันโตมากับมันและฉันก็อยากจะเขียนบทหนังสงครามมาโดยตลอด ฉันคว้าโอกาสนี้และกระโจนเข้าใส่มันอย่างเต็มตัว”

 

1917

 

วิลสัน-แคนส์พบสิ่งที่มีเสน่ห์เหลือล้นเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ว่าพลังจากทั่วโลกในยุคสมัยนั้นดูเหมือนไร้เรี่ยวแรงในการหยุดยั้งการสังหารโหดที่เกิดขึ้นได้ “สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นสงครามการผลาญชีวิตในปริมาณมากครั้งแรก” วิลสัน-แคนส์กล่าว “มันเป็นสงครามจักรกลครั้งแรกในแง่ที่ว่ามันเป็นตัวแทนของการพบกันครั้งแรกระหว่างอุตสาหกรรมและสงคราม สิ่งที่เริ่มต้นด้วยการรุกของทหารราบและม้ากลายเป็นสงครามชะงักงันที่ต่อสู้ด้วยรถถัง ปืนกล แก๊สและเครื่องบิน ดังนั้น ความตายจึงเกิดขึ้นในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หนึ่งในสิ่งที่พิเศษสุดเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่หนึ่งคือตลอดสี่ปี คน 10 ล้านคนฆ่ากันและกัน และไม่มีใครลุกขึ้นมาพูดเลยว่า ‘พอซะที’ น่ะค่ะ”

 

เช่นเดียวกับผู้อำนวยการสร้างแฮร์ริส สิ่งที่ทำให้วิลสัน-แคนส์สนใจยังรวมถึงลักษณะที่เรื่องราวจากยุคสมัยนี้ถูกบอกเล่าออกมาด้วย ทุกคนในสังคมปิดปากเงียบ รวมถึงนักแสดง ศิลปิน นักกวีและนักเขียน หลายปีก่อนหน้าที่เราจะเข้าใจถึงอาการป่วยทางจิตหลังเหตุการณ์รุนแรง หลายคนไม่ได้พูดคุยถึงประสบการณ์ของพวกเขา ทั้งในลักษณะส่วนตัวหรือเปิดเผยต่อสาธารณชน จนกระทั่งพวกเขาได้กลับมาบ้าน หรือหลายปีให้หลัง  ท้ายที่สุดแล้ว ผลงานที่ถูกสร้างขึ้นหลังสงคราม ผนวกกับบันทึกประจำวันส่วนตัว ก็ได้บอกเล่าความจริงของสงครามครั้งนี้ในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเน้นไปที่ผลกระทบอันน่าเศร้าสลดที่มันมีต่อมนุษยชาติ

 

“สงครามโลกถูกบอกเล่าและนำเสนอในแบบที่แตกต่างมากๆ จากสงครามครั้งก่อนๆ ที่เกิดขึ้น” วิลสัน-แคนส์กล่าว “มันไม่ใช่ ‘The Last of the Light Brigade’ ของคิปลิง และมันก็ไม่ใช่รายงานข้อเท็จจริงแบบผิวเผิน แต่มันเป็นบทกวี นิยายและภาพวาด รวมถึงบันทึกส่วนตัวจำนวนมหาศาลของประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง”

 

1917

 

ระหว่างที่พวกเขาได้เขียนบทบรรยายและไดอะล็อค สิ่งที่ทำให้เมนเดสและวิลสัน-แคนส์ทึ่งคือระดับความน่าสะพรึงกลัวที่ชายหนุ่มทั้งสองจะได้ประสบระหว่างที่พวกเขาพยายามจะส่งข่าวของพวกเขาข้ามดินแดนเวิ้งว้างที่กว้างใหญ่ไพศาลนี้ “มีช่วงเวลาของความโดดเดี่ยวและความสันโดษที่แท้จริงท่ามกลางอุปสรรคชิ้นใหญ่ค่ะ” วิลสัน-แคนส์กล่าว “มีทั้งมือปืนลอบสังหาร และอันตรายอื่นๆ อีกมากมายในบริเวณนี้และเมืองอื่นๆ ที่ไกลออกไป เพียงแค่จากมุมมองของเรื่องราวเยี่ยมๆ และหนังเรื่องนี้ ฉันคิดว่าแอ็กชันแบบปัจจุบันของหนังเรื่องนี้เป็นอะไรที่สะกดสายตาค่ะ”

 

เธอยอมรับว่าหนึ่งในความท้าทายชิ้นใหญ่ที่สุดของการเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้คือในทุกวันของการถ่ายทำ ไดอะล็อคอาจจะต้องถูกเขียนใหม่และสรุปให้ได้อย่างรวดเร็ว “ด้วยธรรมชาติของ 1917 มันก็เลยไม่มีการปรับแก้อะไร” วิลสัน-แคนส์กล่าว “มันไม่มีการรีไรท์ครั้งสุดท้าย เรื่องราวและไดอะล็อคจะถูกสรุปในตอนที่เราเลิกกองในแต่ละวัน และมันก็ไม่มีตัวเลือกให้เปลี่ยนแปลงมันในขั้นตอนโพสต์ด้วย หลังจากทุกเทค เราจะเลือกเทคที่เราชอบแล้วจับคู่มัน มันไม่มีตัวเลือกของการใช้เทคอื่นๆ ด้วยซ้ำไปค่ะ”

 

1917 เข้าฉาย 30 มกราคม ในโรงภาพยนตร์

1917

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram