ฝ่าสมรภูมิรบ WWI กับ พลหทาร สโคฟิลด์และเบลค แห่งกองพันที่แปด ใน 1917

 

การคัดเลือกนักแสดงนำ

การหาตัวสโคฟิลด์และเบลค

จอร์จ แม็คเคย์และดีน-ชาร์ลส์ แช็ปแมน

 

            พลหทารสโคฟิลด์และเบลค แห่งกองพันที่แปด มีมิตรภาพและความเป็นสหายร่วมรบ ซึ่งภายในระยะเวลาอันสั้น ต้องถูกทดสอบมากกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้ ด้วยอุปกรณ์ติดตัว แผนที่ คบเพลิง ปืนยิงพลุ ระเบิดมือและอาหารเล็กน้อย พวกเขาจะต้องข้ามดินแดนที่ไร้ผู้ครอบครอง เพื่อตามหาพี่ชายของเบลค ร้อยโทในกองพันเดวอนส์ที่สอง คำสั่งของพวกเขาก็คือ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จนกว่าจะถึงเมืองเอกูต์ จากนั้นก็หาที่ตั้งของกองพันที่กำลังรออยู่ที่ป่าครัวซิเยที่อยู่ใกล้ๆ นั้น ส่งมอบจดหมายจากนายพลอีรินมอร์ให้กับผู้บังคับบัญชาการและช่วยชีวิตเพื่อนทหารหลายร้อยนายจากการตายด้วยฝีมือของพวกเยอรมัน “ที่กำลังถอยทัพ” ภารกิจที่น่าสะพรึงกลัวและคาดไม่ถึงของพวกเขาได้เปลี่ยนแปลงกระแสชีวิตของทั้งคู่

 

            ในตอนที่เมนเดสเลือกนักแสดงมารับบททหารหนุ่มสองคนนี้ สิ่งสำคัญสำหรับเขาคือผู้ชมจะต้องได้รับรู้เรื่องราวนี้ร่วมไปกับนักแสดงที่ค่อนข้างจะเป็นหน้าใหม่ จอร์จ แม็คเคย์ นักแสดงสมทบจาก Captain Fantastic ได้รับเลือกสำหรับบทพลทหารสโคฟิลด์ และดีน-ชาร์ลส์ แช็ปแมนจาก Game of Thrones มารับบทพลทหารเบลค

 

            “หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางของทหารหนุ่มสองนายที่เมื่อมองแวบแรกดูไม่มีอะไรพิเศษ และตามความคิดผม ผมอยากให้ผู้ชมไม่มีความสัมพันธ์กับพวกเขามาก่อนหน้านี้” เมนเดสกล่าว “มันเป็นอภิสิทธิอย่างแท้จริงในการสร้างหนังสเกลขนาดนี้โดยที่นักแสดงหลักสองคนค่อนข้างจะใหม่ในวงการ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสตูดิโอน่ะครับ”

 

1917

 

            สำหรับแม็คเคย์ เมนเดสไม่เพียงแต่พบนักแสดงหนุ่มที่วิเศษสุด แต่เขายังได้พบนักแสดงที่มีคุณสมบัติตามที่เขาใส่ลงไปในตัวพระเอกที่เขาและวิลสัน-แคนส์ได้จินตนาการเอาไว้อีกด้วย “มีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับจอร์จที่เก่าแก่นิดๆ ตรงที่ว่าเขามีคุณงามความดีบางอย่าง ทั้งเกียรติ ศักดิ์ศรี ความเป็นวีรบุรุษ ที่เกือบจะเป็นเหมือนของอีกยุคสมัยหนึ่ง เขาเป็นคนที่ให้ความรู้สึกว่าไร้กาลเวลาครับ” เมนเดสกล่าว “มีองค์ประกอบเรื่องของชนชั้นฝังอยู่ในเรื่องราวนี้ด้วย สโคลฟิลด์มีคุณสมบัติแบบนักเรียนโรงเรียนดีๆ ในประเทศนี้ เราจะเรียกมันว่า ‘ชนชั้นกลาง’ น่ะครับ เขาถูกเลี้ยงดูมาให้สุภาพ เรียบร้อย แบบผู้ดีอังกฤษ แต่เขาก็มีคุณสมบัติภายในที่ยิ่งใหญ่ด้วย จอร์จมีความละเอียดอ่อนอย่างมากและเขาก็มีความสามารถที่จะนำเสนอสิ่งต่างๆ เหล่านั้นด้วยการเคลื่อนไหวที่เบาบางที่สุดครับ”

 

            แม็คเคย์รู้สึกถูกดึงดูดเข้าหารายละเอียดต่างๆ เหล่านี้ในตัวละครของเขา “สโคฟิลด์เป็นคนเงียบๆ” แม็คเคย์กล่าว “เขาเป็นคนที่รับมือกับสิ่งต่างๆ ที่เขาต้องเจอและสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาด้วยการฝังกลบมันข้างใน เขามีครอบครัวรออยู่ที่บ้าน ที่เขารักมากๆ แต่ด้วยความที่พวกเขาไม่ได้อยู่ตรงที่นี้และเพราะเขาไม่สามารถอยู่กับพวกเขาได้ เขาก็เลยเก็บเรื่องของพวกเขาไว้กับตัวเอง เขาพยายามจะรับมือกับความสุดโต่งของสิ่งที่เขากำลังเผชิญด้วยการประคองตัวเองให้มั่นคงมากๆ ซึ่งผมพบว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจจริงๆ ที่ได้แสดงออกมาครับ”

 

            สโคฟิลด์ ในวัยยี่สิบกว่าๆ เป็นทหารผู้มีประสบการณ์จากธีปวัล ซึ่งเป็นการโจมตีกองกำลังเยอรมัน ที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกับกองกำลังของเครือจักรภพอังกฤษ “ในตอนที่สโคฟิลด์ได้รับข่าวเกี่ยวกับภารกิจนี้ ตอนแรก เขาก็รู้สึกไม่ไว้วางใจ” แม็คเคย์กล่าว “สโคลฟิลด์เป็นทหารที่มีประสบการณ์มากกว่าในบรรดาพวกเขาสองคน เขารบมานานกว่าเบลคประมาณหนึ่งปี นั่นไม่ได้ทำให้เขาเป็นสุดยอดทหารหรืออะไรแบบนั้น แต่เขาเชี่ยวชาญมากกว่า เขาเป็นคนที่มีศีลธรรมอันดี และเขาก็เข้าใจถึงสิ่งที่ต้องทำ แต่เขาก็พยายามจะทำมันอย่างปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพราะเขามีประสบการณ์ ทั้งหมดนั้นอ้างอิงมาจากการที่เขารอดชีวิตจากสงครามที่ธิปวัล ที่ซึ่งพวกทหารปฏิบัติตามข้อมูลที่พวกเขาตระหนักว่าไม่ถูกต้องและต้องประสบกับการสูญเสียที่ร้ายแรง เขาสูญเสียคนไป และตัวเองก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด และเขาก็ไม่อยากจะทำแบบนั้นอีกแล้ว”

 

1917

 

            แม็คเคย์ทุ่มเทให้กับตัวละครของเขามากจนเขายืนกรานที่จะแสดงฉากสตันท์ส่วนใหญ่ระหว่างการถ่ายทำด้วยตัวเอง หนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ทีมงานใช้นักแสดงแทนสำหรับเขาคือตอนที่ตัวละครของเขาหงายหลังร่วงจากบันไดของบ้านผู้ดูแลประตูน้ำ “ผมกลัวว่าเขาจะสลบ” เมนเดสกล่าว “ซึ่งด้วยระดับความทุ่มเทของจอร์จแล้ว เขาคงจะทำมันโดยไม่ลังเลเลยครับ!”

 

            ส่วนเบลค เพื่อนร่วมรบของสโคฟิลด์ ตัวผู้กำกับตั้งใจจะเลือกชายหนุ่มที่สามารถถ่ายทอดความไร้เดียงสาและความเรียบง่ายของตัวละครตัวนี้ออกมาได้ “ผมไม่เคยเจอดีน-ชาร์ลส์จนกระทั่งเขาเข้ามาอ่านบทสำหรับการทดสอบ” เมนเดสกล่าว “เขามีความเปราะบางและความอ่อนหวานที่วิเศษสุด เขาเป็นนักแสดงที่ดี เป็นธรรมชาติและมีสัญชาตญาณเฉียบคมครับ”

 

            ด้วยวัยเพียง 19 ปี เบลคชำนาญในเรื่องแผนที่ทีเดียวและเขาก็กระตือรือร้นที่จะอาสารับงานใดๆ ก็ตามที่จะพาเขากลับไปยังแนวรบ หรือกระทั่งทำให้เขาได้รับอาหารมากขึ้น “ครั้งแรกที่ผมอ่านบท ผมก็ตกหลุมรักเบลคครับ” ดีน-ชาร์ลส์ แช็ปแมนกล่าว “เขาเป็นเด็กบ้านนอกที่รักแม่ของเขา รักหมาของเขา รักพี่ชายของเขา เขาเป็นเด็กที่น่ารัก อ่อนหวาน ที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ตกหลุมรักเขาครับ”

 

1917

 

            แต่เมื่อเขาได้รับเลือกให้เลือกเพื่อนสมาชิกกองพันที่แปดเพื่อไปส่งข่าวสำคัญให้กับกองพันเดวอนส์ที่สอง เขาก็ไม่เลยรู้ว่าเขาตอบรับให้พวกเขาทั้งคู่ไปเจอกับอะไร “เขาไม่มีประสบการณ์กับสงครามมากนัก หรือไม่มีเลยด้วยซ้ำ” แช็ปแมนกล่าว “เขาเพิ่งจะถูกเคลื่อนพลไปที่นั่น ระหว่างภารกิจของพวกเขา เบลคมักจะถูกเตือนให้นึกถึงครอบครัวและพี่ชายของเขาเสมอและเขาก็คิดถึงบ้าน ความสิ้นหวังของเขาผลักดันให้เขาสู้ต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

 

            ความมุ่งมั่นของเบลคค่อยๆ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสโคฟิลด์ “การเดินทางของสโคลฟิลด์คือเพื่อรักษาชีวิตของคนหลายร้อยคน แต่ท้ายที่สุดแล้ว มันก็กลายเป็นเรื่องเกี่ยวกับการช่วยชีวิตพี่ชายของเบลค” แม็คเคย์กล่าว “มันกลายเป็นเรื่องส่วนตัวสำหรับสโคฟิลด์ ถ้าไม่ใช่เพราะคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับเบลคที่จะทำภารกิจนี้ให้ลุล่วง ผมก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะไปถึงที่นั่นได้รึเปล่า คำสัญญาที่เขาให้ไว้กับเบลคคือสิ่งที่ผลักดันให้เขาก้าวต่อไปครับ”

 

            ด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีศูนย์กลางเป็นมิตรภาพนี้และสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมันถูกทดสอบจนถึงจุดแตกหัก เมนเดสก็รู้ว่านักแสดงหนุ่มทั้งคู่จะต้องมีความเชื่อมโยงกันในทันที “ในสงครามครั้งนี้ คนหลายพันคนถูกจับมารวมกันในสถานการณ์ที่ซึ่งพรมแดนระหว่างชนชั้นและรุ่นถูกสลายไป” เมนเดสกล่าว “สายสัมพันธ์ถูกสร้างขึ้นและมิตรภาพถูกก่อกำเนิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ยั่งยืนตลอดชีวิตของพวกเขา ผมอยากจะตามหามิตรภาพที่คาดไม่ถึงนั้นระหว่างผู้ชายสองคน พวกเขาชื่นชอบกันและกันและรู้สึกได้ถึงสายสัมพันธ์ แต่พวกเขาก็ไม่เข้าใจถึงเหตุผลของมันซะทีเดียวหรอกครับ พวกเขาช่วยกันและกัน ในแบบที่พวกเขายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้”

 

1917

 

            แม็คเคย์และแช็ปแมนร่วมงานกับกองถ่ายเรื่องนี้ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2018 และทำการซักซ้อมบทของพวกเขาอย่างขะมักเขม้น พร้อมไปกับการเข้ารับการฝึกฝนทางทหารที่หนักหน่วง “เราได้ทำการฝึกหนักมากๆ ประมาณห้าเดือนก่อนที่เราจะเริ่มถ่ายทำกัน” แช็ปแมนกล่าว “พอล บิดดิส ที่ปรึกษาทางทหารของเราคุยกับเราบ่อยๆ ถึงการเป็นทหาร ลงลึกไปถึงวิธีการทำความเคารพ วิธีการแบกอาวุธ นอกจากนั้น เรายังได้ยิงปืนกับทีมอาวุธบางคน เพื่อฝึกท่ายืนของเราและทำให้แน่ใจว่าเราจะรู้จักอาวุธของเราอย่างทะลุปรุโปร่ง ผมถึงกับเรียนรู้วิธีการใช้เข็มทิศอย่างถูกต้องด้วยนะครับ”

 

            ระหว่างการซ้อมนี่เองที่แม็คเคย์เริ่มกระจ่างใจว่าเขาจะต้องยกระดับการฟิตซ้อมร่างกายของตัวเองก่อนที่การถ่ายทำจะเริ่มต้นขึ้น “สโคฟิลด์และเบลคเคลื่อนไหวอยู่เกือบจะตลอดทั้งเรื่อง” แม็คเคย์กล่าว “อาจจะมีแค่สองหรือสามฉากที่พวกเขาได้นั่งลงจริงๆ นอกเหนือจากนั้น คุณอาจจะต้องวิ่งหรือเดินหกสิบครั้งต่อวัน พอคุณนึกถึงเรื่องนั้น คุณก็จะรู้สึกแบบ ‘พระเจ้าช่วย’ คุณจะรู้ตัวได้อย่างรวดเร็วเลยว่าคุณจะต้องฟิตพอ เพียงแค่ให้คุณมีเรี่ยวแรงพอน่ะครับ”

 

            นอกจากนั้น นักแสดงทั้งสองยังได้ไปยังโลเกชันถ่ายทำเพื่อซักซ้อมทางเทคนิคและใช้เวลาอยู่ในภูมิประเทศที่พวกเขาจะต้องเดินทางผ่านอีกด้วย มันทำให้พวกเขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของการเป็นตัวเบี้ยในความขัดแย้งระดับโลก รวมถึงทำให้พวกเขาเกิดความเข้าใจในสิ่งที่เมนเดสต้องการจะสื่อด้วยการแสดงของพวกเขาด้วย

 

1917

 

            “ผมกับจอร์จไปที่ฝรั่งเศสและเบลเยียม” แช็ปแมนกล่าว “เราไปเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ เราได้เดินผ่านสนามเพลาะที่ถูกอนุรักษ์ไว้บางแห่งด้วยซ้ำไป ผมได้อะไรมากมายจากการเดินทางครั้งนั้น นอกจากนั้น ผมยังได้อ่านหนังสือชื่อ The Western Front Diaries มันเป็นสิ่งละอันพันละน้อยจากบันทึกของพวกทหาร แต่ทวดของผมก็มีส่วนบันทึกของเขาอยู่ในหนังสือเล่มนั้นด้วย เขาได้เข้าไปในดินแดนที่ไม่มีผู้ครอบครองและถูกยิงทะลุสะโพก เขานอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้นสี่วันและรอดชีวิตมาได้ ผมอ่านหนังสือเล่มนั้นแทบทุกวันก่อนที่ผมจะเดินเข้าไปในกองถ่าย เพื่อให้เข้าถึงอารมณ์ตรงนั้นน่ะครับ”

 

            สิ่งที่ทำให้แม็คเคย์สนใจบทสโคฟิลด์มากที่สุดไม่เพียงแต่เป็นโอกาสในการได้ร่วมงานกับปรมาจารย์ในศาสตร์ต่างๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความท้าทายชิ้นใหญ่ระหว่างการถ่ายทำด้วย “ตัวหนังเองเป็นเศษเสี้ยวของเวลาและการถ่ายทำเองก็เหมือนเศษเสี้ยวของละครเวที ทุกเทคเลยครับ” แม็คเคย์กล่าว “พอมันเริ่มต้น มันก็หยุดไม่ได้ ถ้ามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น คุณก็ต้องเดินหน้าต่อไปครับ”

 

            แช็ปแมนเห็นด้วยกับเพื่อนร่วมแสดงของเขา “กล้องไม่เคยละสายตาไปจากตัวละครสองตัวนี้เลย” แช็ปแมนกล่าว นอกจากนั้น ตัวนักแสดงหนุ่มยังชื่นชมการที่ทีมงานและนักแสดงทุกคนจะต้องพร้อมเสมอ เพื่อรอคอยเวลาเสี้ยววินาทีในตอนที่เทพเจ้าแห่งดินฟ้าอากาศผู้แปรปรวนจะยินยอมให้เกิดการถ่ายทำขึ้นได้ “เราจะต้องรอครับ” แช็ปแมนกล่าว “และทุกคนก็จะแหงนหน้าขึ้นมองฟ้าเพื่อพยายามจะดูว่าอีกนานแค่ไหนกว่าพระอาทิตย์จะหลบอยู่หลังเมฆ แต่เมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างเข้าที่ ทุกอย่างก็น่าตื่นเต้นทีเดียวครับ”

 

1917

 

            สำหรับนักแสดงนำทั้งสอง ประสบการณ์ใน 1917 ทำให้พวกเขาผูกพันกันในแบบที่พวกเขาคาดไม่ถึง แต่มันก็สะท้อนถึงมิตรภาพที่ก่อเกิดขึ้นมาระหว่างตัวละครของพวกเขาด้วย “มันฟังดูเรียบง่ายมากๆ แต่หลักใหญ่ใจความคือดีนเป็นคนดีครับ เขาเป็นคนที่ดีจริงๆ” แม็คเคย์กล่าว “ผมคิดว่านั่นคือสิ่งสำคัญที่ดีนใส่ลงไปในตัวเบลค เขาเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมและสิ่งที่เปล่งประกายทะลุทั้งหมดนี่คือ...ความดีงามครับ เขาเป็นคนที่ให้การสนับสนุนอย่างเหลือเชื่อและเอื้อเฟื้ออย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนกับเขา ไม่ว่าคุณจะทำอะไรอยู่ เขาไม่เพียงแค่อยู่ตรงนั้น แต่เขาจะคอยอยู่เคียงข้างคุณ เขาจะสนใจคุณแม้ว่าเขาจะทำโดยไม่รู้สึกตัวก็ตาม มันเป็นตัวตนของเขาน่ะครับ”

 

            เพื่อนร่วมแสดงของเขาก็มีความชื่นชอบและความชื่นชมในแบบเดียวกัน “ผมกับจอร์จ เราผ่านอะไรด้วยกันมามากมาย ทั้งงานหนัก น้ำตา ทุกอย่างเลยครับ” แช็ปแมนกล่าว “ผมคิดว่าผมไม่เคยเผชิญหน้ากับอะไรพวกนั้นตามลำพังเลย ผมรักเขามากๆ”

 

            สำหรับทั้งคู่ การสร้าง 1917 มีผลกระทบต่อสิ่งที่นอกเหนือตัวผลงานเองด้วยเช่นกัน “สเกลของหนังเรื่องนี้ยิ่งใหญ่มาก แต่มันก็เกี่ยวกับสิ่งที่เล็กๆ และเป็นส่วนตัวด้วยเหมือนกัน” แม็คเคย์กล่าว “มันเกี่ยวกับผู้ชายสองคนนี้ ผู้ชายสองคนที่เป็นคนธรรมดา ที่ถูกบีบให้ทำในสิ่งที่พิเศษสุด คุณจะได้รู้จักพวกเขาและเข้าใจพวกเขา ก่อนที่จะค่อยๆ ขยายออกไปทำความรู้จักกับผู้ชายทุกคนรอบตัวพวกเขา ซึ่งคุณตระหนักว่าแต่ละคนเป็นพระเอกในเรื่องราวของตัวเอง เบลคและสโคฟิลด์อาจเป็นผู้ชายสองคนไหนก็ได้ แต่สองคนนี้คือคนที่เราได้ทำความรู้จักและนั่นก็เผยบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับพวกเขาทุกคน หรือจริงๆ แล้ว ก็เกี่ยวกับเราทุกคนนั่นแหละครับ”

 

1917 เข้าฉาย 30 มกราคม ในโรงภาพยนตร์

1917

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram