ที่เดียวจบ! ปูพื้น Blade Runner 2049 ใครอยากเข้าใจเราสรุปง่ายๆ มาให้แล้ว

 

รู้ไว้ก่อนดู ไทม์ไลน์ของ Blade Runner

จากภาคแรกจนถึงปี 2049 เรียงกันยังไงบ้าง

 

                หนึ่งในภาพยนตร์ที่พูดถึงเรื่องราวของปรัชญาและวิทยาศาสตร์ในยุคอนาคตได้อย่างลึกซึ้ง คงหนีไม่พ้น Blade Runner จากภาคแรกที่ออกฉายในปี 1982 ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกอนาคตปี 2019 ในครั้งนั้นรับบทนำของแฮร์ริสัน ฟอร์ด กลับมาในปีนี้ 35 ปีผ่านไปจากการเข้าฉายครั้งแรก Blade Runner 2049 กลับมาใหม่อีกครั้งโดยได้นักแสดงชายสุดโด่งดังจาก La La Land ไรอัน กลอสลิ่ง มารับบทนำ

 

                35 ปีในโลกจริง และ 30 (Blade Runner 2019 - 2049) ปีในโลกของภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง วันนี้เรารวบรวม เรียงไทม์ไลน์ และสรุปเนื้อหาให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด เตรียมความพร้อมก่อนสัมผัสความล้ำยุคในแบบไซเบอร์พังก์กับ Blade Runner 2049        

 

                จุดเริ่มต้น (Blade Runner 2019)

 

                ภาพยนตร์เรื่อง Blade Runner ในภาคแรกนั้นว่าด้วยเรื่องราวความเสื่อมทรามของสังคมนิวยอร์กในปี 2019 ในอนาคตที่ภาพยนตร์ว่าเอาไว้นั้น ธรรมชาติเสื่อมโทรมถึงขีดสุด ฝนกรดตกลงมาอย่างต่อเนื่องด้วยผลจากมลพิษในอากาศ ปัญหาความแออัดปรากฎให้เห็นทุกพื้นที่ เสียงจากป้ายโฆษณาและสปอร์ตไลท์ยิ่งช่วยฉายให้เห็นถึงความพังพินาศและสิ่งสกปรกของเมืองนี้

                นั่นเป็นเหตุผลให้เกิดการสร้าง Replicants หรือ มนุษย์เทียม ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแรงงานทาสในการรับใช้มนุษย์ พวกมันถูกจำกัดอายุเอาไว้เพียง 4 ปี แม้จะเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นแต่พวกมันกลับมีชีวิตจิตใจ และพยายามหลบหนีเจ้านายมาเพื่อตามหาผู้สร้างและต้องการยืดอายุขัยของตนให้นานขึ้นกว่าเดิม ร้อนไปถึงทางการต้องตามตัว ริค เดคคาร์ด (รับบทโดย แฮร์ริสัน ฟอร์ด) อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วย Blade Runner ให้กลับมาตามล่าเหล่ามนุษย์เทียมที่หลบหนีไป

 

                เหล่ามนุษย์ก่อการกบฎ (Blade Runner 2022 - Black Out)

 

                4 ปีหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องหลัก ในปี 2022 ของโลกในภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกสร้างออกมาเป็นอนิเมชั่นขนาดสั้น ว่าด้วยการลุกขึ้นก่อกบฎต่อองค์กรผู้สร้างมนุษย์เทียม Tyrell Corporations แต่กบฎครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์แท้ แต่พวกเขาใช้มนุษย์เทียมเป็นเครื่องมือในการเข้าประหัตประหาร

                ทางบริษัทไทเรลจึงได้ออกกวาดล้างเหล่ามนุษย์เทียมอย่างเลือดเย็น เปรียบเสมือนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สุดโหดร้าย แผนการของเหล่าผู้ก่อกบฎคือทำลายร้างบริษัทไทเรลให้หมดสิ้น ยุติความโหดร้ายต่อมนุษย์และมนุษย์เทียม ผลจากเหตุการณ์ครั้งนั้นคือ Tyrell Corporations ถูกปิดตัวลงอย่างสิ้นเชิง พร้อมกับเมือง Los Angelis ที่ตกอยู่ในสภาพที่มืดมิด (Black Out)

 

                แสงแรกแห่งความโหดร้าย (Blade Runner 2036 - Nexus Dawn)

 

                หลังจากจบเหตุการณ์กบฎไปกว่า 14 ปี Tyrell Corporations ล่มสลาย วิกฤติมนุษย์เทียมดูเหมือนจะจบสิ้น แต่ธุรกิจก็ย่อมเป็นธุรกิจ มีการเกิดขึ้นใหม่ของบริษัท Wallace Corporations ที่นำโดย Niander Wallace (รับบทโดยจาเร็ด เลโต) ตัวละครสุดปริศนาที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ เขาเตรียมฉายแสงอีกครั้งในการสร้างมนุษย์เทียมภายใต้ชื่อโปรเจ็คต์ Nexus-9 มนุษย์เทียมรุ่นใหม่ที่เขาสามารถควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จ

 

 

               หมดสิ้นหนทางหนี (Blade Runner 2048 - Nowhere to Run)

 

               หนังสั้นเรื่องสุดท้ายที่ถูกปล่อยออกมาเพื่อเชื่อมเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน Nexus Dawn กับ Blade Runner 2049 ในหนังสั้นเรื่องนี้จะโฟกัสไปที่มนุษย์เทียมรุ่น Nexus-8 ชื่อว่า แซ็ปเปอร์ มอร์ตัน (รับบทโดยเดฟ บาทิสต้า) มนุษย์เทียมที่ปลีกวิเวก เขาอาศัยอยู่โดยหลบหนีออกจากสาธารณชน และพยายามจะใช้ชีวิตอย่างคนปกติโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์กบฎที่เคยเกิดขึ้นไปแล้ว แต่การหลบหนีจากความจริงของเขาก็ต้องจบสิ้นลงเมื่อ K (รับบทโดยไรอัน กลอสลิ่ง) มาเจอตัวเขา และหลังจากนั้นคือเหตุการณ์ที่เราจะได้ชมต่อไปใน Blade Runner 2049

 

 

จากที่เราได้ชมภาพยนตร์ Blade Runner ในภาคแรกที่ออกฉายในปี 1982 ไปนั้น จึงได้ข้อสรุปว่านี่อาจจะไม่ใช่ภาพยนตร์บู๊แอ็คชั่น แต่เป็นภาพยนตร์ไซไฟสุดล้ำที่บอกเล่าเรื่องในอนาคตแบบดิสโทเปียอันโหดร้าย หรือที่เรียกกันว่าเป็นหนังแนวไซเบอร์ฟังก์ (แบบเดียวกับ Ghost in the Shell) แล้วไปค้นหาความจริงและคำตอบของชีวิตพร้อมกันได้ใน Blade Runner 2049 กำหนดฉาย 5 ตุลาคมนี้

 

               

 

Source : Moviepilot.com

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram