รีวิว Blade Runner 2049 สานต่อไซไฟสุดยิ่งใหญ่ มนุษยธรรมในตัวมนุษย์เทียม

 

รีวิว Blade Runner 2049

สานต่อไซไฟสุดยิ่งใหญ่ มนุษยธรรมในตัวมนุษย์เทียม

 

                หนึ่งในภาพยนตร์ Sci-fi ที่ถูกยกให้ขึ้นหิ้ง เป็นหนังแนววิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของโลกภาพยนตร์ โดย Blade Runner ที่ออกฉายในปี 1982 กลายเป็นตำนานที่หลายคนจดจำจนกลายเป็นต้นฉบับของภาพยนตร์หลายเรื่องในยุคถัดมา กาลเวลาล่วงเลยมากว่า 35 ปี ตอนนี้ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวได้กลับมาใหม่อีกครั้ง กับภาคต่อในชื่อ Blade Runner 2049 ด้วยผลงานกำกับของ เดนิส วิลล์เนิฟ (Sicario, Arrival, Prisoners) นำทีมนักแสดงโดยไรอัน กอสลิ่ง, จาเร็ด เลโต และ แฮร์ริสัน ฟอร์ดกลับมาร่วมแสดงต่ออีกครั้ง

 

 

เรื่องย่อ

 

                Blade Runner 2049 ว่าด้วยเรื่องราวต่อจาก 30 ปีที่แล้ว บริษัทไทเรล ล่มสลายจากการก่อกบฎทำให้เกิดข้อห้ามการสร้างมนุษย์เทียม กาลเวลาผ่านไป ถือกำเนิดบริษัทใหม่ Wallace Corporation นำโดย ไนแอนเดอร์ วอลเลซ (รับบทโดย จาเร็ด เลโต) เข้ามาแทนที่ เขาได้ดีงเอาเทคโนโลยีของไทเรลมาผนวกกับวิสัยทัศน์ใหม่ และได้เริ่มผลิตมนุษย์เทียมรุ่น Nexus-9 ขึ้นมา พร้อมออกกฎให้ปราบปรามหุ่นรุ่นเก่าอันเป็นต้นเหตุของการก่อกบฎให้หมดสิ้น

                นั่นทำให้ เค (รับบทโดย ไรอัน กอสลิ่ง) เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เป็นมนุษย์เทียมที่มีหน้าที่ปราบปรามเหล่าหุ่นรุ่นเก่า เขาถูกเรียกว่า Blade Runner ได้ออกกวาดล้างมนุษย์เทียมรุ่น Nexus-8 จนไปพบกับมนุษย์เทียมชื่อ แซปเปอร์ มอร์ตัน (รับบทโดยเดฟ บาทิสต้า) ที่นั่นเขาเจอเบาะแสสุดสำคัญที่นำไปสู่ ริค เดคการ์ด (รับบทโดยแฮร์ริสัน ฟอร์ด) ผู้กุมความลับที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของโลก และชีวิตของ เค ไปตลอดกาล

 

อ่านเพิ่มเติม รู้ไว้ก่อนดู ไทม์ไลน์ของ Blade Runner จากภาคแรกจนถึงปี 2049 เรียงกันยังไงบ้าง

 

 

งานภาพและ Special Effect สุดล้ำ

 

                สิ่งแรกที่ต้องชมสำหรับ Blade Runner 2049 ก็คือ งานภาพสุดวิจิตรและลงรายละเอียดได้อย่างละเมียดละไม นำเสนอโลกในอนาคตสุดสิ้นหวังได้อย่างสมจริง ด้วยเทคนิคที่ถูกดีไซน์ออกมาให้สะท้อนความคลุมเครือที่แสนจะเย็นชาของโลกในยุคนั้น ยิ่งประกอบกับเทคนิคการถ่ายทำด้วยกล้อง IMAX ในอัตราส่วนพิเศษ (ภาพไม่ปรับขนาดไปมาระหว่างฉาย) ทำให้เราเต็มอิ่มกับงานภาพยิ่งกว่าเดิม สมกับชื่อของ โรเจอร์ ดีกินส์ ผู้กำกับภาพที่เคยฝากฝีมือขั้นเทพเอาไว้ในเวทีออสการ์มากมายหลายเรื่อง

 

 

พลังดนตรีประกอบอัดแน่นทุกช่วงของภาพยนตร์

 

                อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับ Blade Runner 2049 ก็คือดนตรีประกอบภาพยนตร์สุดอัดแน่นที่ได้ ฮันส์ ซิมเมอร์ นักประพันธ์พลังสุดโด่งดังที่ได้สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับ The Dark Knight Trilogy, Interstellar และ Dunkirk ยิ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ไปสุดในเรื่องการเร้าอารมณ์ของผู้ชม แม้ว่าภาพยนตร์จะดำเนินเรื่องไปอย่างเนิบนาบ ไม่รีบร้อน แต่ในความสงบนิ่งนั้นกลับอัดแน่นไปด้วยความอึกทึกของความรู้สึกที่สื่อผ่านบทเพลงได้อย่างชัดเจน

 

สัมผัสผลงานของฮันส์ ซิมเมอร์ ได้ที่นี่  รวม 10 เพลงดีที่สุดของ ฮันส์ ซิมเมอร์ เจ้าพ่อดนตรีประกอบหนัง

 

 

การแสดงสมราคา และบทสุดละเมียดละไม

 

                ในส่วนของบทภาพยนตร์เรื่องนี้ เห็นได้ชัดเลยว่า ผู้กำกับเดนิส วิลล์เนิฟ ใส่ใจกับหนังต้นฉบับอย่างเต็มที่ มีการยกเอาฉากอ้างอิงจากหนังในปี 1982 มาไม่น้อย รวมถึงปูเรื่องราวตอบคำถามที่ค้างคาเอาไว้ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังขยายปมจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ พร้อมตั้งคำถามให้กับคนดูว่าใครที่เป็นมนุษย์มากกว่ากันได้อย่างน่าสนใจ

                สำหรับการแสดงของเหล่านักแสดงนั้น ทุกตัวละครมีบทบาทที่ชัดเจน และนำเสนอตัวตนได้หลากหลายมิติ แม้ว่าจาเร็ด เลโตจะปรากฎตัวออกมาไม่เยอะ แต่ฉากที่เขาออกมานั้นเรียกได้ว่าถึงแก่น ลบภาพโจ๊กเกอร์ไปจนหมดสิ้น ส่วนแฮร์ริสัน ฟอร์ด ก็ยังคงมีเสน่ห์เหลือร้าย แม้ในภาคนี้จะแก่ชราไปพอสมควรแต่พลังการแสดงไม่ตกเลย สามารถประมือกับพระเอกได้อย่างสูสี และสุดท้ายคือไรอัน กอสลิ่ง ที่แบกหนังตลอดทั้งเรื่องได้เต็มความสามารถ สื่ออารมณ์ความสับสน งานแอ็คชั่นหนักแน่น และในจุดหักมุมที่พลิกผันเรื่องราวทั้งหมดก็ทำให้เราแทบตะลึงอยู่ในใจ

 

              

 

สรุป

                ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ถูกจริตคนส่วนใหญ่ ใครที่ชอบงานไซไฟและติดตามมาจากภาคแรกก็อาจจะหลงรักได้ไม่ยาก ในขณะที่ใครคาดหวังงานแอ็คชั่นถล่มทลายก็คงผิดหวังไปตามระเบียบ เพราะนี่คือภาพยนตร์ไซไฟปรัชญาที่ทรงพลังที่สุดเรื่องหนึ่ง และไม่ได้ให้น้ำหนักในฉากบู๊มากนัก

                Blade Runner 2049 ตั้งคำถามกับจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ ระหว่างมนุษย์ทั่วไปและมนุษย์เทียมที่ถูกสร้างขึ้น ใครที่ไม่เคยดูภาคแรกมาก่อนก็สามารถดูได้เข้าใจพอประมาณ แต่หากได้ชมในเวอร์ชั่นปี 1982 มาก่อนก็จะยิ่งเข้าถึงสิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้พยายามจะสื่อได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

                สุดท้ายนี้เราจะไม่การันตีว่านี่จะเป็นภาพยนตร์ที่จะสนุกสำหรับทุกคน แต่ Blade Runner 2049 คือภาพยนตร์ที่ควรจะต้องเข้าไปดูสักครั้ง เพื่อเสพย์ความงดงามของงานภาพ ความหนักแน่นของดนตรีประกอบ ความลุ่มลึกของบทภาพยนตร์ ความหนักหน่วงในพลังการแสดง และภาพยนตร์เรื่องนี้จะหลอกให้เราเดาคำตอบได้ แล้วหักหลังเราในตอนจบ แต่มันเป็นการหักหลังที่จะทำให้เราประทับใจอย่างที่สุด

 

อ่านเพิ่มเติม  เทบวก 100% Blade Runner 2049 ภาพสวย เรื่องเยี่ยม คอไซไฟถูกใจแน่นอน!

 

 

Blade Runner 2049 วันนี้ในโรงภาพยนตร์

พิเศษเต็มอิ่มทุกอารมณ์ในระบบ IMAX3D และ True l 4DX

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram