เฉลย 10 ปริศนาที่ถูกซ่อนไว้ใน Batman V Superman ก่อนลุยหนังรวมฮีโร่ justice league

 

10ปริศนาEaster Eggs ที่เชื่อมโยงจักรวาลDC
ก่อนลุยหนังรวมฮีโร่ Justice League 

โดย Aye, Ms. You.

 

หลายคนที่ได้ดู Batman v Superman: Dawn of Justice อาจจะยังงงๆกับเรื่องราวต่างๆทีเกิดขึ้น งงว่าหลายฉากผกก.ใส่มาทำไม แล้วมันหมายถึงอะไร ดูไม่มีความหมายเกี่ยวโยงกับเรื่องเลย มาทางนี้เลยค่ะ เราจะแถลงไขให้กระจ่างเองว่า เจ้าพวกฉากที่ทุกท่านงงกันนั้นแท้จริงแล้วมันคือ Easter Eggs หรือจุดเชื่อมต่อไปสู่ภาพยนตร์ในอนาคตของจักรวาล DC นั่นเอง และนี่คือ 10 Easter Eggs สุดยอดเยี่ยมแห่ง Batman v Superman ตามกันทันมั้ย?!

 

 

ฉากแฟลชข้ามมิติมาขอความช่วยเหลือจากบรูซ เวย์น

ฉากนี้เป็นฉากที่บรูซ เวย์น (เบน แอฟเฟล็ก) กำลังรอการถอดรหัสป้องกันไฟล์ที่เขาขโมยมาจากเล็กซ์ ลูเธอร์ ซึ่งรหัสลับแน่นหนามากทำให้บรูซ เวย์นผล็อยหลับไป แล้วจู่ๆบรูซก็สะดุ้งตื่นขึ้น พร้อมกับเห็น “แฟลช” วิ่งข้ามมิติมาเพื่อส่งสารเตือนและให้ช่วยเขาด้วย ฉากนี้คือฉากที่เชื่อมไปยังเส้นเรื่องใน Crisis On Infinite Earths ตามคอมิกที่ปรากฏให้ แบร์รี่ (หรือแฟลช) วิ่งข้ามมิติมาหาบรูซ และหายตัวไปก่อนที่จะส่งสารได้สำเร็จ ซึ่งแซ็ค สไนเดอร์นั้นใส่ฉากนี้มาเพื่อให้รู้ว่า ซักเวลาใน Justice League เราจะได้พบกับเส้นเรื่องนี้อีกครั้งแน่นอน และการที่แฟลชโผล่มาใน Batman v Superman นั้นก็อาจจะเป็นจุดที่ให้บรูซตัดสินใจตามหาฮีโร่ที่เหลือเพื่อก่อตั้ง Justice League ก็ได้

 

 

“ฉันเชื่อนาย”

แซ็ค สไนเดอร์ยืมบทพูดเด็ดๆจาก The Dark Knight Returns มาค่อนข้างเยอะ แต่หนึ่งในไลน์ที่เจ๋งที่สุดคือฉากที่แบทแมนเผชิญหน้ากับอนาโตลี คยาเซฟ (ลูกสมุนของเล็กซ์ ลูเธอร์) โดยในฉากนี้นั้นเป็นการเลียนแบบฉากแอคชั่นจากคอมิกมาเหมือนเป๊ะ ต่างกันตรงที่ว่าเหยื่อนั้นกลับเป็น มาร์ธา เคนท์ แทนที่เด็กในคอมิกนั่นเอง และเปลี่ยนจากปืนธรรมดาเป็นปืนไฟที่ระเบิดได้ด้วย

 

 

ปีศาจจากหลุมศพแห่งตระกูลเวย์น

ใน Batman v Superman จะมีฉากที่บรูซ เวย์นฝันว่าไปเยี่ยมหลุมศพของครอบครัว และระหว่างกำลังเศร้ากับการจากไปของพ่อแม่นั้น จู่ๆก็มีเลือดไหลออกมาจากหลุมศพของมาร์ธา เวย์น แม่ของเขา และแล้วปีศาจก็พุ่งออกมาจากหลุมนั้น! ทำเอาฮีโร่ของเราตื่นจากฝัน ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือ Man-Bat วายร้ายในโลกคอมิกของ DC ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามกับแบทแมนนั่นเอง

แซ็ค สไนเดอร์กำลังปูพื้นให้จักรวาลนี้! แม้จุดประสงค์ของมันจะยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นเพียง “สัญลักษณ์” ของสิ่งที่ไม่ดีทีเกิดขึ้นในจิตใจของอัศวินรัตติกาลคนนี้ หรือเป็น “จุดเชื่อมโยง” สู่หนังเดี่ยวของแบทแมนจริงๆ ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นหนังแยกเดี่ยวของแบทแมนในอนาคตที่ปูการต่อสู้ระหว่าง 2 คนนี้ก็ได้

 

 

เรื่องราวในอดีตของแบทแมน

ในฉากย้อนอดีตตอนที่โจรฆาตกรรมพ่อแม่ของบรูซ เวย์น เราจะเห็นว่าฉากที่สร้อยคอของมาร์ธาขาดเพราะปืนของโจรนั้นมาจากคอมิกอย่าง The Dark Knight Returns โดยตรง! ซึ่งมันกลายเป็นฉากที่เปี่ยมด้วยความหมายทางด้านภาพเป็นอย่างมากสำหรับการนำมาทำแบบฉบับภาพยนตร์ และฝันต่อจากนั้นที่บรูซถูกยกขึ้นโดยฝูงค้าวคาวนั้นก็เป็นงานทางด้านภาพจากแฟรงค์ มิลเลอร์ ศิลปินผู้เขียน The Dark Knight Returns นั่นเอง

 

 

Mother Box – อุปกรณ์ลึกลับที่เปิดมิติได้

ฉากเปิดตัวห้องทดลองลับของวิคเตอร์ สโตนและพ่อของเขาซึ่งเป็นฉากเปิดตัว Cyborg หนึ่งในเมต้าฮิวแมนที่จะกลายมาเป็นสมาชิก Justice League ภายหลังนั้น กลับปรากฏ mother box หรืออุปกรณ์ลึกลับที่สามารถรักษาลูกชายของเขาให้เป็นปกติได้ (และกลายเป็น Cyborg นั่นเอง) โดยจุดนี้นั้นมีการเปลี่ยนที่มาเล็กน้อย โดยเปลี่ยนจากเดิมที่ Cyborg สามารถสื่อสารกับ mother box และสร้าง Boom Tubes เปิดมิติให้เหล่าสมาชิก JL เดินทางข้ามมิติได้ กลายเป็นให้ตัว Cyborg นั่นแหละเป็น mother box ซะเอง ซึ่งเชื่อมโยงไปยัง Darkseid วายร้ายของจักรวาลได้ในทันที! และมันยังเป็นการคอนเฟิร์มไปยัง “เสียงระฆัง” ที่เล็กซ์ ลูเธอร์ปิดไว้ตอนท้ายด้วย เพราะเสียงระฆัง ดิ๊ง ดิ๊ง ดิ๊ง นั้นคือเสียงของ mother box ที่จะมีส่วนสำคัญในการพา Darkseid มาสู่โลกนั่นเอง

 

 

เสียงหัวใจเต้น

ระหว่างพิธีศพของซูเปอร์แมนนั้น เราจะได้ยินเสียงของหัวใจเต้นเป็นจังหวะ ก่อนที่สกอร์สุดพลังของ ฮานส์ ซิมเมอร์ จะดังขึ้นมา ซึ่งนั่นอาจหมายความได้ว่า บุรุษเหล็กของเรายังไม่ตายนั่นเอง และนั่นยังเป็นฉากที่โยงไปยังคอมิกอย่าง The Dark Knight Returns ด้วย โดยเสียงหัวใจเต้นนั้นเป็นเสียงหัวใจของอัศวินรัตติกาลที่ซูเปอร์แมนได้ยิน และในฉากท้ายนั้นเราก็ฟันธงได้อย่างชัดเจนเลยว่า ซูเปอร์แมนจะกลับมาแน่นอน แต่จะกลับมายังไงนั้น ต้องรอดูกันต่อไป

 

 

TK-421

ตอนที่ Batman v Superman และ STAR WARS 7 ถ่ายทำนั้น ทั้ง แซ็ค สไนเดอร์ และ เจ. เจ. อับรามส์ ต่างชอบหยอกล้อกันโดยการเอาอุปกรณ์เด็ดๆของแต่ละเรื่องอย่างยานมิลเลเนียมฟอลคอนหรือแบทโมบิลมาจอยกัน เล่นเป็นหนังเรื่องเดียว ซึ่งใน Batman v Superman นั้น แซ็ค สไนเดอร์ได้ใส่องค์ประกอบเล็กๆเชื่อมโยงไปถึง STAR WARS เข้าจริงๆ โดยให้ตัวเลข TK-421 ปรากฏอยู่บนชุดนักโทษของเล็กซ์ ลูเธอร์ ซึ่งเลขนี้เป็นเลขชื่อของสตอร์มทรูปเปอร์ที่ฮาน โซโลและลุค กายวอล์คเกอร์ขโมยชุดไปเพื่อแฝงตัวบนดาว Death Star ใน A New Hope นั่นเอง

 

 

Darkseid

สัญลักษณ์โอเมก้า สัญลักษณ์ที่ Darkseid วายร้ายแห่งโลก DC ใช้ในการบ่งบอกว่าใครคือผู้ที่อ่อนแอสำหรับเขา ซึ่งเป็นแน่นอนว่าในตอนท้ายบทสนทนาระหว่างแบทแมนและเล็กซ์ ลูเธอร์ก็ชัดเจนแล้วว่า Darkseid มาร่วมในจักรวาลนี้แน่ๆ รวมไปถึงในฝันร้ายของอัศวินรัตติกาล เราก็เห็นฝูง Parademon ที่มีปีกคล้ายแมลงบินว่อนไปทั่วด้วย ซึ่งมันเป็นตัวละครที่หลุดออกมาจาก Justice League นั่นเอง แถมนี่ยังเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่ชี้เป้าดาวเคราะห์อย่าง Apokalips ที่ครอบครองเทคโนโลยีอย่าง mother box ด้วย ปูพื้นแน่นเพื่อ Justice League เลยนะเนี่ย

 

 

จิมมี่ โอลเซ่น

จิมมี่ โอลเซ่น คือชื่อของช่างภาพที่ถูกฆ่าตายเพราะโดนจับได้ว่าเป็น CIA ตอนต้นเรื่อง แซ็ค สไนเดอร์ ผกก.บอกว่านี่คือหนึ่งใน Easter Eggs ที่เขาใส่ไว้ และในเวอร์ชั่นนี้เขาจะมีเวลาบนจอนานกว่าเดิม จิมมี่ โอลเซ่นคือเพื่อนสนิทที่สุดของโลอิส เลน นักข่าวสาวแห่งเดลี่ แพล็นเน็ต ซึ่งตัวละครนี้ถือเป็นหนึ่งในตัวละครสมทบที่เป็นที่โปรดปรานที่สุดของคอมิก Superman นั่นเอง  

 

 

1938

ฉากที่คลาร์ก เคนท์ และ เพอร์รี่ ไวท์ (ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น) บก.หนังสือพิมพ์เดลี่ แพลเน็ตถกเถียงกันถึงเรื่องจุดยืนของหนังสือพิมพ์นั้น มีไลน์หนึ่งที่เพอร์รี่ ไวท์ได้พูดขึ้นมาว่า “นี่ไม่ใช่ปี 1938 แล้วนะ” ตอบโต้คลาร์ก เคนท์ที่กำลังขุดเอาจรรยาบรรณ ความดีงามที่เดลี่ แพลเน็ตเคยรักษาไว้ขึ้นมาโน้มน้าวใจ ซึ่งตัวเลข 1938 นั้นก็คือปีที่คอมิก Man of Steel ถูกสร้างขึ้นมานั่นเอง

 

เตรียมพบกับศึกรวมพลเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ได้ใน Justice league วันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram