HIGHLIGHT CONTENT

มาฟังความเห็นของคุณปัญชลีย์ นิธิจิระโรจน์ เสียงจากผู้อำนวยการสร้าง “ฮักเจ้าอีหลี”

  • 829
  • 01 ก.ย. 2022

 

มาฟังความเห็นของคุณปัญชลีย์ นิธิจิระโรจน์

เสียงจากผู้อำนวยการสร้าง “ฮักเจ้าอีหลี”  

Managing Director & Executive Producer แห่งบริษัทM39

 

 

พี่นก-ปัญชลีย์ นิธิจิระโรจน์ ผู้อำนวยการสร้างงานภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมามากมาย  จากภาพยนตร์ภาษาท้องถิ่นกินใจคนทุกภูมิภาค และยังไม่หยุดพลังสร้างสรรค์ด้วยการดันผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรง และแจ้งเกิดหน้าใหม่ในวงการภาพยนตร์ เชื่อมโลกความบันเทิงจากเวทีหมอลำเดินสายแสดงสด สู่ความสดใสในจอภาพยนตร์ สำหรับ  “ฮักเจ้าอีหลี” ภาพยนตร์วันรุ่นดนตรีและพูดอีสาน ประจำปี 2565 ของค่าย M39  เป็นผลงานที่ผู้กำกับภาพยนตร์มือใหม่อย่าง แก๊ปเปอร์-วรฤทธิ์ หอบเอาความคิดเล่าเรื่องความฝันบรรเจิดของตลกที่อยากเป็นหมอลำมาเสนอ และ ผู้อำนวยการสร้างดันสุดตัวให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงฝีมือ ส่งความฝันได้ฉายแสงบนจอใหญ่ในโรงภาพยนตร์คำถามไขเบื้องหลังผู้อำนวยการสร้าง

 

1. เหตุผลที่ M39 เลือกสร้างภาพยนตร์ "ฮักเจ้าอีหลี"

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา M39 ก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทําหนังเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น กลุ่มที่เป็นท้องถิ่นมากขึ้น ตั้งแต่ “มนต์รักดอกผักบุ้ง” ก็เป็นหนัง ท้องถิ่นใต้ “ อีหล่าเอ๋ย” ก็เป็นเรื่อง ท้องถิ่นอีสาน จนกระทั่งล่าสุด “ส้มปลาน้อย” ก็เป็นเรื่องท้องถิ่นอีสาน เพราะเราคิดว่าแบบนี้มีกลุ่มคนดูที่ชัดเจน ที่เป็นกลุ่มแฟนๆที่ให้ความชื่นชอบ และให้การตอบรับเป็นอย่างดี ดังนั้นทุกครั้งทุกปี ของM39 เราจะไม่ทิ้งหนังที่มีเรื่องในท้องถิ่นหรือภาษาถิ่นแน่นอน ด้วยความที่รู้จักกับน้องแก๊ป(ผู้กำกับ) เห็นฝีมือเขาทําโปรดักชั่นซีรีส์ และละครต่างๆ ผลงานการทําซีรีส์ต่างๆของแก๊ป(แก๊ปเปอร์) ได้รับความสําเร็จพอสมควร แล้วเขาก็โฟกัสกลุ่มเป้าหมายของเขาได้ชัดเจน ก็เลยชวนกันทํางานชิ้นนี้ขึ้นมา และร่วมกันช่วยกันพัฒนาเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น  เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกันเขาเป็นคนที่มีศักยภาพคนหนึ่ง พี่ว่าน่าจะปั้นให้ไปต่อ(ในสายภาพยนตร์และงานโปรดักชั่นที่ใหญ่กว่าที่เขาเคยทำ)  

 

 

2. แนวเรื่องภาพยนตร์ "ฮักเจ้าอีหลี" เป็นอย่างไร? 

ฮักเจ้าอีหลี  มันก็คือหนังชีวิตวัยรุ่นที่มีความฝันมีเป้าหมาย   คำว่าฮัก มันคือความสัมพันธ์มิตรภาพ ฮักเจ้าคือ พวกเราทุกคน มัน คือการที่ขับเคลื่อนไปโดยใช้ความรัก มันจะขับเคลื่อนเราไปสู่ความสําเร็จ  เราเอาหมอลำซึงเป็นอัตลักษณ์วัฒนธรรมการแสดงอีสาน มันก็เหมือนการแสดงหรือวัฒนธรรมอื่นๆ ที่มีการแตะมือกันจากรุ่นสู่รุ่น ของเก่าๆ ส่งมาถึงรุ่นเด็กวัยรุ่น ปั้นเจนเนอเรชั่นใหม่ต่อๆมา เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมตัวนี้หรือการแสดงหมอลําชุดนี้ มันเข้าถึงได้ทุกกลุ่ม มันเป็นชีวิตเป็นวัฒนธรรมของอีสานที่ทุกคนรู้จัก  เราก็เอาทั้งหมดนี้เข้ามาใส่ในบทภาพยนตร์

 

 

3.การวางตัวนักแสดงหลายคนได้เล่นภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นครั้งแรก มีที่มาอย่างไร? 

ที่มาของการหยิบหน้านักแสดงต่างๆ ที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่นักแสดงตัวจริงเสียงจริง อย่าง เต๋า-ภูศิลป์ ตูมตาม-ยุทธนา และมือใหม่แต่เป็นดาวรุ่งและดังในแนวเขาลูกทุ่งหมอลำอีสานอย่าง กวาง-จิรพรรณ  ท็อป-นรากร และต้าวหยอง ฯลฯ เลือกมาตามความเหมาะสมของเรื่อง เพื่อให้เข้าถึงคนดูและเรื่องราว

 

 

4.ทำไมเลือกพูดถึงกลุ่มวัยรุ่นกับหมอลำในภาพยนตร์ ?

 การเอาวงดนตรีหมอลํา ที่เป็นอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมการแสดงของคนอีสาน ซึ่งไม่ใช่แค่คนโบราณชอบ ปัจจุบันวัยรุ่นก็ชอบกันอยู่ และที่รวมเอา หมอลำคณะระเบียบวาทะศิลป์มาอยู่ในภาพยนตร์เลย เพราะหมอลำคณะนี้มีความสัมพันธ์กับคนดู ทุกคนแม้กระทั่ง เด็กน้อย ที่ภาคอีสานรู้จักถ้าเอ่ยชื่อคณะนี้ขึ้นมา คือ ทุกๆคนเป็นอันรู้กันว่าต้อง "แห่" ไปดู ที่ใช้คำว่า แห่ เพราะมันมากันทุกคน มาตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น คนแก่ ผู้ใหญ่ มากันหมด  เพราะมันมีความมันมีความสัมพันธ์ มันมีความผูกพันกันมากๆระหว่างหมอลำคณะนี้กับคนอีสาน

 

 

5.คำส่งท้ายจากใจ ผู้อำนวยการสร้าง ภาพยนตร์ "ฮักเจ้าอีหลี" เปิดเวทีให้มือใหม่ได้ฉายแสงบนจอใหญ่ในโรงภาพยนตร์ คืออะไร? 

เราอยากจะทํา ฮักเจ้าอีหลี เพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจว่า (นี่นะวัยรุ่นหรือวัยไหนๆก็ได้) พวกคุณนะคุณควรมีเป้าหมายชีวิต ในสิ่งที่คุณอยากจะทํา แล้วก็ให้ใช้ความตั้งใจอันนี้เป็นตัวขับเคลื่อน แล้วก็เมื่อเจออุปสรรคก็อย่าเพิ่งท้อ เพราะว่าหนทางข้างหน้าเมื่อเรามุ่งมั่นทําจริง ความสําเร็จมันรออยู่นะ

 

 

 สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่