HIGHLIGHT CONTENT

มาร่วมดำดิ่งลงไปในความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นในสงครามกับ The Covenant จากผู้กำกับ กาย ริทชี่

  • 1,106
  • 31 มี.ค. 2023

มาร่วมดำดิ่งลงไปในความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นในสงครามกับ The Covenant

จากผู้กำกับ กาย ริทชี่

 

 

ในที่สุดชายผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์แอคชั่นสุดมันอย่าง The Gentleman (2019) หรือ สุภาพบุรุษมาหากัญ และ The Man from U.N.C.L.E. (2015) หรือ เดอะ แมน ฟรอม อั.ง.เ.คิ.ล. คู่ดุไร้ปรานี อย่าง กาย ริทชี่ ก็ได้ร่วมงานกับนักแสดงมากฝีมืออย่าง เจค จิลเลนฮาล ในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขาที่มีชื่อว่า The Covenant (2023) หรือ เดอะ โคเวแนนท์ ซึ่งเป็นภาพยนตร์แอคชั่น-ดราม่า โดยการได้ตัว จิลเลนฮาล มารับบทนำในภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าเหมาะสมมาก เนื่องจากเขาเคยรับบททั้งในภาพยนตร์ดราม่าและภาพยนตร์แอคชั่นมาหลายต่อหลายเรื่อง ยังไม่นับว่าเขาเคยรับบทในภาพยนตร์เกี่ยวกับสงครามอ่าวของผู้กำกับ แซม เมนเดส อย่าง Jarhead (2005) หรือ จาร์เฮด พลระห่ำสงครามนรก การเลือกเอาตัว จิลเลนฮาล มารับบทนำ จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับ กาย ริทชี่ 

และล่าสุด จิลเลนฮาล, ริทชี่ และนักแสดงนำอีกคนอย่าง ดาร์ ซาลิม ได้พูดคุยกันเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์ เดอะ โคเวแนนท์ แตกต่างออกไปจากภาพยนตร์สงครามเรื่องอื่น และยังพูดถึงวิธีการที่จะนำเสนอเรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างชายสองคนที่ต้องพึ่งพากันเพื่อเอาชีวิตรอด

โดยโครงเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับ ล่ามชื่อว่า อาเหม็ด (ซาลิม) ผู้ที่ลูกชายของเขาถูกสังหารโดยกลุ่มตาลีบัน และด้วยความต้องการเงิน เข้าเข้าร่วมภารกิจของ จ่าจอห์น คินลี่ย์ (จิลเลนฮาล) ในภารกิจที่ต้องเข้าไปในดินแดนของข้าศึก และเมื่อพูดถึงหัวใจหลักของหนัง จิลเลนฮาล ก็ได้อธิบายว่ามันเป็นภาพสะท้อนของวิธีการที่เราจะตอบสนองเมื่อมีใครสักคนหนึ่งช่วยชีวิตของเราไว้

อย่างที่เราได้เห็นกันในตัวอย่างภาพยนตร์ คู่หูคู่นี้จะต้องเดินทางข้ามทะเลทรายที่จะเป็นสถานที่หลักในองค์แรก โดย ซาลิม ที่หลายคนอาจจะจำกันได้จากภาพยนตร์ Exodus: Gods and Kings (2014) หรือ เอ็กโซดัส : ก็อดส์ แอนด์ คิงส์ และซีรีส์ Game of Thrones (2011-2019) หรือ มหาศึกชิงบัลลังก์ ได้อธิบายว่ามันมีความสวยงายของภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่จะได้เห็นทั้งสองคนตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายสุด ๆ พร้อมกับสถานการณ์ที่การรอดชีวิตของทั้งสองขึ้นอยู่กับอีกคนหนึ่ง

และทั้งเสียงระเบิดและการปะทะกันของอาวุธจะทำนำพากให้ตัวละครนำทั้งสองไปสู่จุดแตกหัก ในขณะที่ จิลเลนฮาล ก็ยังบอกอีกด้วยว่าในตอนสุดท้ายของภาพยนตร์ ผู้ชมจะถูกนำพาไปยังที่ไกลแสนไกล

ในขณะที่นักแสดงนำทั้งสองและผู้กำกับอธิบายว่า หัวใจของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ เรื่องราวของเส้นทางที่คนสองคนจะต้องเดินทางไปเพื่อที่จะทำให้อีกคนหนึ่งปลอดภัยและความผูกพันธ์ที่ผูกโยงเราเข้าหากัน ภาพยนตร์เริ่มต้นขึ้นระหว่างสงครามในอัฟกานิสถาน เมื่อ อาเหม็ด ถูกจ้างให้มาเป็นล่ามให้กับ จ่าคินลี่ย์ และทีมของเขา และเมื่อกลุ่มทหารถูกซุ่มโจมตีโดนตาลีบัน คินลี่ย์ ก็กำลังจะถูกจับตัวก็ได้ถูก อาเหม็ด ช่วยชีวิตไว้ ต่อมาคู่หูคู่นี้ก็ต้องเดินทางในเส้นทางกลางทะเลทรายที่ทั้งยาวไกลและอันตรายเพื่อที่จะไปสู่ที่ปลอดภัย แต่ อาเหม็ด ก็สามารถช่วยเหลือไป คินลี่ย์ เดินทางกลับไปยังสหรัฐอเมริกาได้ แต่ช่วงเวลาที่บ้านของเขาก็อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อเขาพบว่า อาเหม็ด ผู้ที่ต้องการจะแก้แค้นเหล่าตาลีบันที่สังหารลูกชายของเขา ได้ถูกติดตามตัวโดยองค์กรก่อการร้าย เพื่อที่จะช่วยเหลือและตอบแทนที่เคยถูกชายคนนี้ช่วยชีวิตไว้ คินลี่ย์ ก็เดินทางไปยังอัฟกานิสถานเพื่อช่วยเหลือเพื่อนของเขา

ในขณะที่ภาพยนตร์จะให้ความสำคัญกับ จิลเลนฮาล และ ซาลิม ก็ยังมีนักแสดงจากซีรีส์ The Boys (2019-) หรือ ก๊วนหนุ่มซ่าล่าซูเปอร์ฮีโร่ อย่าง แอนโทนี สตาร์, อเล็กซานเดอร์ ลุดวิก, เจสัน หว่อง, เอมิลี่ บีชาม และ จอนนี่ ลี มิลเลอร์ นอกเหนือไปจากบทบาทผู้กำกับแล้ว ริทชี่ ยังเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ร่วมกับ อิวาน แอตกินสัน และ มาร์น เดวี่ส์ ส่วน ริทชี่ และ แอตกินสัน จะออกแบบงานสร้างร่วมกันกับ จอห์น ไฟร์เบิร์ก และ จอช เบอร์เกอร์

The Covenant มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 20 เมษายน ที่จะถึงนี้

 

สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ 

ขอบคุณข้อมูลจาก Collider

เดอะ โคเวแนนท์

  • 20 April 2023
  • Adventure / แอ็คชัน / อาชญากรรม / ระทึกขวัญ /
  • 123 นาที
15+