รีวิว TENET ตัดทฤษฎีกาลเวลาสุดซับซ้อนไป นี่คือหนังสายลับแอ็คชั่นชั้นเยี่ยม!

 

 

รีวิว TENET ตัดทฤษฎีกาลเวลาสุดซับซ้อนไป

นี่คือหนังสายลับแอ็คชั่นชั้นเยี่ยม!

 

    หลายคนคงได้เห็นคำอธิบายแกม ๆ คำขู่กันมาแล้วมากมายสำหรับภาพยนตร์เรื่อง TENET ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ต้องใช้สติในการจดจ่อกับเนื้อหา เพื่อทำความเข้าใจทฤษฎีการย้อนกลับของเวลา หรือ Time Inversion ที่เป็นแก่นเรื่องหลักของภาพยนตร์ ซึ่งไอ้ทฤษฎีที่ว่าเนี่ยเป็นทฤษฎีในสาขาฟิสิกส์ขั้นสูง ที่คนทั่วไปน้อยคนนักที่จะสามารถทำความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ เพราะฉะนั้นการตะบี้ตะบันอยากทำความเข้าใจมันทั้งหมดในเวลาแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง มันจึงไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเราจะดูหนังเรื่องนี้ไม่สนุก

 

 

    เทเน็ท เป็นเรื่องราวที่ของชายคนหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นสายลับ CIA ในปฏิบัติการหนึ่ง ณ กรุงเคียฟ ที่เขาต้องบุกเข้าไปช่วยเหลือสายลับที่ตกอยู่ท่ามกลางการก่อการร้าย แผนการนั้นถูกเปิดโปงทำให้เขาต้องจับตัวไปรีดเค้นความจริง เขาเลือกที่จะเงียบปากไว้และนั่นแลกมาด้วยชีวิตของเขา แต่ชีวิตที่เหมือนจะจบสิ้นลงนั้น กลับตื่นขึ้นมาบนเรือ พร้อมกับชายอีกคนที่บอกว่าเขาถูกเกณฑ์ให้เข้าร่วมกับ TENET องค์กรลับระหว่างประเทศที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อหยุดยั้งสงครามโลกครั้งที่ 3

 

    นั่นเป็นเพียงเรื่องย่อคร่าว ๆ ในช่วงต้นเรื่องเท่านั้น ซึ่งการเข้าร่วมองค์กร TENET นี้เอง ทำให้เราได้ไปรู้จักกับเทคโนโลยีที่สามารถทำให้แอนโทรพี หรือการไหลของเวลาย้อนกลับได้ จุดนี้เองทำให้การดีไซน์การถ่ายทำ และการดีไซน์ฉากแอ็คชั่นของภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเป็น Original และมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ประกอบกับดนตรีประกอบที่ใส่หนักใส่เต็มก็ชวนให้เราตื่นเต้นได้แทบทุกครั้งที่มีฉากต่อสู้เกิดขึ้น

 

 

    ข้อเสียที่แสนสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ การตัดต่อภาพยนตร์ ที่ตัดต่ออย่างรวดเร็วจนบางครั้งทำให้เรารู้สึกสะดุดไปบ้าง หรือตามเนื้อหาของภาพยนตร์ไม่ทันบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นตัวหนังก็ไม่ได้ใจร้ายจนทำให้เราไม่เข้าใจไปเสียทั้งหมด เพราะหนังได้ปูเนื้อหามาให้มากพอที่เราจะเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเปลี่ยนองค์ใหม่ก็ใส่ข้อมูลใหม่เข้ามาให้เพียงพอสำหรับเนื้อหาในองค์ต่อไปเช่นกัน ซึ่งจุดเด่นก็คือการลำดับเนื้อหาที่ชวนให้เราอยากติดตามไปได้จนจบ

 

 

    สำหรับการแสดงของทั้ง 4 ตัวละครสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น the Protagonist ของ จอห์น เดวิด วอร์ชิงตัน, นีล ของ โรเบิร์ต แพททินสัน, แคท ของ เอลิซาเบธ เดบิกกิ และอังเดร เซเทอร์ ของ เคนเน็ธ บรานาห์ ต่างก็เป็นส่วนผสมอันแสนสำคัญที่ได้ถ่ายทอดความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์ได้อย่างเต็มที่ ทั้งความเท่ของ the Protagonist, มันสมองอันฉลาดหลักแหลม และแสนมีเสน่ห์ของ นีล, ความสง่างามและแข็งแกร่งของ แคท หรือ ความน่ากลัว และอุดมการณ์อันแสนบ้าคลั้งของอังเดร เซเทอร์ พวกเขาทำให้หนังเรื่อง TENET มีชีวิต และเป็นมากกว่าหนังยัดทฤษฎีสุดล้ำเท่านั้น

 

 

    สิ่งที่เราชื่นชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้ก็คือ ฉากแอ็คชั่นสุดท้ายของเรื่อง ที่พวกเขาได้เนรมิตฉากบุกโจมตีของกองกำลังทหารออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่ และแตกต่างจากภาพยนตร์ทุกเรื่องที่เคยมีมา พร้อมทั้งการนำเอาเทคนิคการเดินทางไปข้างหน้า และการย้อนกลับของเวลามาผสมผสานในฉาก ๆ นี้ได้อย่างคุ้มค่า นำไปสู่การต่อสู้สุดระทึกชั้นเยี่ยม ที่แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของทีมงานอย่างเต็มที่

 

    แม้ว่า TENET ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบ แต่นี่คือประสบการณ์ภาพยนตร์ที่จำเป็นต้องไปสัมผัสในโรงภาพยนตร์เท่านั้น ใครที่ยังกลัวว่าจะไปแล้วดูภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เข้าใจ เราอยากจะให้ลองปรับความคิดใหม่สักเล็กน้อย เปลี่ยนมาเป็นทำความเข้าใจกับเนื้อหาเท่าที่เราเข้าใจได้ สัมผัสอารมณ์ที่หนังถ่ายทอดออกมา เราเชื่อเลยว่า เทเน็ท จะเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่แสนคุ้มค่าอย่างแน่นอน

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram