รีวิว คืนยุติ-ธรรม ...แด่ทุกความอยุติธรรม ความบิดเบี้ยวด้วยอำนาจและเงินตรา

 

 

รีวิว คืนยุติ-ธรรม

 

    ความยุติธรรม คือหนึ่งในกลไกทางสังคมที่ช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของมนุษย์สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างเป็นปกติเรียบร้อย แต่เมื่อกลไกนี้ถูกสั่นคลอน ไม่ว่าจะด้วยอำนาจ หรือเงินตรา ความบิดเบี้ยวนั้นย่อมนำมาซึ่งผลของการกระทำ นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่อง คืนยุติ-ธรรม เรื่องราวของมานพ ชายหนุ่มผู้ถูกใส่ความว่าสังหารภรรยาที่ตั้งครรภ์ของตัวเอง พร้อมถูกกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้ป่วยวิกลจริต จนต้องเข้ารับการรักษาคุมขังยาวนานกว่า 6 ปี แต่เขารู้อยู่แก่ใจว่าความจริงและเบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดมันเป็นอย่างไร ทำให้เมื่อเขาพ้นโทษออกมาการตามล่าล้างแค้นจึงเริ่มต้นขึ้น

 

 

    ความน่าสนใจของเนื้อเรื่องในคืนยุติ-ธรรมก็คือ การหยิบเอาโรคบุคลิกภาพแตกแยกเข้ามาเสริมเป็นอีกหนึ่งปมสำคัญของเรื่อง เพิ่มมิติและความน่าสนใจ ร่วมไปถึงการท้าทายความสามารถทางการแสดงของ ก็อต จิรายุ อย่างเต็มที่ และต้องขอชื่นชมจริง ๆ ว่าเขาสามารถถ่ายทอดบทบาทของทั้งสองบุคลิกได้อย่างชัดเจน เมื่อเป็นมานพ เขาก็ดูเป็นผู้ชายที่จมอยู่กับความเศร้าได้อย่างน่าสงสาร และเมื่อกลายเป็นอีกบุคลิกหนึ่งอย่าง ศิวะ เขาก็เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว น่าหวั่นเกรง

 

    อีกหนึ่งตัวละครที่น่าชื่นชมไม่แพ้กันก็คือ หมอกานดา รับบทโดย ปูเป้ รามาวดี จิตแพทย์หญิงที่ดูแลการรักษาของมานพ ความซับซ้อนในตัวละครตัวนี้ก็เป็นเหมือนอีกด้านของตัวละครของก็อต จิรายุ ที่ถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ออกมาในอีกรูปแบบ ตัวบทภาพยนตร์ก็ได้พัฒนาตัวละครนี้ให้มีเรื่องราวของตัวเอง จากตัวละครที่เหมือนจะเป็นเพียงตัวละครเสริมของภาพยนตร์ แต่กลับกลายเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สมบูรณ์ได้มากขึ้น

 

 

    แน่นอนว่าในภาพยนตร์ได้หยิบเอาความเหลื่อมล้ำ พฤติกรรมความผิดทั้งหลายมาตีแผ่ ราวกับสาดน้ำเย็น ๆ ใส่คนทั่วไปอย่างเรา ๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันมีเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้น แต่ไม่รู้ว่าด้วยสองมือเล็ก ๆ ของเราจะสามารถทำอะไรได้ ทำให้บทพูดหนึ่งของตัวละครภายในเรื่องที่กระทบจิตใจเราพอสมควร บทพูดที่ว่า สังคมไม่ได้ต้องการคนดี แต่ต้องการให้คนตัวเล็ก ๆ ลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างให้สังคมนี้ดีขึ้น แต่แม้ว่าบทภาพยนตร์จะถูกเรียบเรียงและวางแผนมาเป็นอย่างดี จุดอ่อนของเรื่องกลับกลายเป็นบทพูดของตัวละครที่อาจจะไม่ได้ขัดเกลาให้มีความเป็นธรรมชาติมากนัก

 

    เมื่อดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบแล้ว ก็ชวนให้เรานึกไปถึงหนึ่งในตัวละครแอนตี้ฮีโร่ของ Marvel ตัวหนึ่งอย่าง the Punisher ชายผู้ถูกความอยุติธรรมทำร้ายจนบีบบังคับให้เขากลายเป็นผู้ที่ต้องลุกขึ้นมาทวงความยุติธรรมด้วยตัวเอง การยกขึ้นมานี้เราไม่ได้นำมาเพื่อเปรียบเทียบว่าเรื่องไหนดีกว่ากัน แต่เป็นการยกขึ้นมาเพื่อยืนยันว่าหากผู้สร้างหนังไทยมีความกล้า เราก็สามารถสร้างภาพยนตร์ที่มีความแปลกใหม่ และมีคุณภาพใกล้เคียงกับภาพยนตร์ต่างชาติได้ไม่ยากเลย

 

 

    คืนยุติ-ธรรม อาจจะไม่ใช่ภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบ การดำเนินเรื่องในบางช่วงมีความตะกุกตะกัก แต่เราได้เห็นความตั้งใจและความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะถ่ายทอดสารของภาพยนตร์ออกมา ใครที่ห่างหายจากการชมภาพยนตร์ไทย นี่ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้กลับเข้าไปชมอีกครั้ง เพราะนอกจากจะเป็นอีกหนึ่งหนังไทยคุณภาพแล้ว หนังเรื่องยังทำให้เราฉุกคิดและมองไปที่สังคมรอบ ๆ ตัว สังคมที่ความอยุติธรรมซ่อนตัวอยู่ เฝ้ารอให้เราลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างให้สังคมของเราดีขึ้นกว่าเดิม

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram