ไหลตาย...คำง่ายๆแต่โคตรหลอน! เผยจุดเริ่มต้นการสร้างหนังผีสยองขวัญ Mara

 

ไหลตาย...คำง่ายๆแต่โคตรหลอน! เผยจุดเริ่มต้นการสร้างหนังผีสยองขวัญ Mara

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีพื้นฐานความคิดมาจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคนทั่วไป การเป็นอัมพาตชั่วขณะเวลานอน หรือ ที่หลายคนรู้จักกันว่า การโดนผีอำ ที่ว่า ร่างกายไม่สามารถขยับได้ แต่เราสามารถรับรู้ได้ทุกสิ่งรอบข้าง ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่เคยมีประสบการณ์ครั้งนี้  ไคล์ฟ ตองเก้ ผู้กำกับภาพยนตร์ ได้กล่าวว่า “ผมได้ไอเดียนี้มาตั้งแต่สมัยที่ผมยังเป็นวัยรุ่น เพื่อนของผมบอกว่าโดนผีอำ รู้สึกตัวแต่ขยับไม่ได้ ผมก็สงสัยว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง จนกระทั่งเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผมไปเที่ยวต่างเมือง และเข้าเช็คอินที่พักเก่าแห่งหนึ่ง คืนนั้นด้วยความที่ตัวเองเหนื่อยล้าจากการเดินทาง จึงเผลอหลับไป แล้วกลางดึกคืนนั้น เขามารู้สึกตัวเองอีกที แต่คราวนี้ เขาไม่สามารถที่จะขยับร่างกายได้เลยแม้แต่น้อย ประสาทสัมผัสของผมยังดีทุกอย่าง ผมได้ยินเสียงทีวีที่เปิดอยู่ มองเห็นสิ่งต่างๆ รอบห้อง แต่แค่จะเอื้อมไปหยิบรีโมตยังทำไม่ได้เลย ผมจำได้ว่าหัวใจเต้นเร็วมาก เพราะเราไม่เคยเจออะไรแบบนี้ เวลาผ่านไปได้สัก 1 นาที ผมถึงสามารถขยับตัวได้อีกครั้ง” นับตั้งแต่ตอนนั้นเองที่เขาสนใจเรื่องอัมพาตขณะหลับ และเริ่มไปศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง  แน่นอนว่ามันสามารถอธิบายในรูปแบบวิทยาศาสตร์ได้ ว่าอาจจะมาจากร่างกายที่เหนื่อยล้าชั่วขณะ แต่ทำไมบางคนที่เกิดอาการอัมพาตขณะหลับแล้วถึงรู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง เขาเก็บเอาไอเดียเหล่านี้ไว้จนกระทั่งเขาได้มีโอกาสมาสร้างภาพยนตร์

 

ไคล์ฟ ตองเก้ เป็นนักทำภาพยนตร์ขนาดสั้นแนวสยองขวัญมาก่อน จนกระทั่งไปได้ไปเข้าตากับ สตีเว่น ชไนเดอร์ โปรดิวเซอร์ชื่อดัง ที่เคยคุมงานภาพยนตร์สยองขวัญที่โด่งดังอย่าง Paranormal Activity และ Insidious มาแล้ว สตีเว่น เป็นนักทำหนังที่ชอบไปงานเทศกาลภาพยนตร์เล็กๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเทศกาลหนังสยองขวัญเสียด้วย “ผมชอบการไปเดินดูหนังในเทศกาลหวีดสยองขวัญอยู่เรื่อย ทุกๆ ปี ผมจะได้เจอหนังที่โดดเด่น หรือนักทำหนังที่มีไอเดียที่ยอดเยี่ยมมาก ด้วยเงินหรืองบประมาณที่จำกัด แต่พวกเขาสามารถทำหนังออกมาได้อย่างน่าสนใจขนาดนี้ ลองนึกถึงภาพถ้าพวกเขาได้รับการสนับสนุนที่ดี เขาจะสามารถพาเราไปได้ไกลขนาดไหน” สตีเว่นได้พบกับภาพยนตร์ขนาดสั้นเรื่อง Sunday Best หนังสยองขวัญว่าด้วยเรื่องราวของชายที่เข้าไปขอความช่วยเหลือจากบ้านหลังหนึ่ง แต่กลับกลายเป็นเรื่องสยองที่ไม่มีใครคาดคิด สตีเว่นกล่าวว่า “เขาสามารถทำหนังแบบ The Texas Chainsaw ผสมกับหนังสยองขวัญประเภทโรคจิตได้อย่างเนียนมาก มันทั้งระทึกแล้วก็ทำให้ท้องไส้เราปั่นป่วนด้วยความจิตป่วยของตัวละครได้อย่างสมบูรณ์แบบมาก” หลังจากนั้นเขาก็ได้ติดต่อไปที่ ไคล์ฟ และคุยกันเพื่อหาโอกาสหรือไอเดียในการทำหนังขนาดยาว

 

 

ไคล์ฟ กล่าวว่า “ตอนแรกผมคิดว่านี่เป็นเรื่องตลก ผมรับสายแล้วคนในปลายสายพูดว่า เขาเป็นตัวแทนจากคุณสตีเว่น สตีเว่นได้ดูหนังของผมและเขาชอบมันมาก เขาอยากคุยกับคุณ ผมเลยตอบกลับไปว่า นี่คุณล้อเล่นใช่มั้ย” และแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เมื่อไคล์ฟ ตองเก้ ไปพบกับ สตีเว่น จริงๆ และเขาก็ยังแทบจะไม่เชื่อตัวเองเสียเท่าไหร่นัก “เราไปเจอกันที่คาเฟ่ แล้วเขาก็แนะนำตัวว่าเขาเป็นนักวิจารณ์หนังมาก่อน และตอนนี้ผันตัวมาเป็นโปรดิวเซอร์ หนังเรื่องล่าสุดคือ Paranormal Activity คุณคุ้นหูไหม ผมก็อยากที่จะบอกว่า จะบ้าหรอ มีใครบ้างไม่รู้จัก ตอนนั้นผมชอบเขาที่เขาเป็นมิตรและถ่อมตัวมาก โดยคิดว่าคนอื่นจะไม่รู้จักหนังของเขา เขาไม่ได้ทะนงตนเลยว่าเขาทำหนังดังมา มันไม่ใช่แบบนั้นเลย” ไคล์ฟกล่าว

 

สตีเว่น ถามตองเก้ คุณอยากลองทำหนังยาวดูไหม แล้วคุณมีไอเดียอะไรบ้าง ในตอนนั้นตองเก้ คิดออกแต่เพียงเรื่องเดียวที่เขาอยากทำมาตั้งแต่ที่เริ่มทำหนังแต่ไม่มีโอกาสได้ทำมันเสียที เขาจึงเล่าประสบการณ์การถูกผีอำของเขาและของเพื่อน  สตีเว่นสนใจในไอเดีย แต่เขาบอกว่า เขาอยากให้มันมีเรื่องราวที่อ้างอิงจากข้อเท็จจริงซึ่งมันจะน่าสนใจมาก ถ้ามันมีการค้นคว้าวิจัย เขาเชื่อว่ามันจะน่าสนใจมากกว่านี้ เขาจึงให้เวลา ไคล์ฟ กลับไปหาพลอตเรื่องที่มีฐานจากไอเดียนั้น

 

การบ้านอันหนักหน่วงของไคล์ฟ คือการพยายามหาพลอต หาเรื่องราวที่ขายได้ มันไม่เหมือนกับการทำหนังสั้นอีกต่อไปแล้ว ในหนังสั้นคือการที่เรานำบิ๊กไอเดีย มาสร้างสถานการณ์ มันไม่จำเป็นที่จะต้องมีการเล่าเรื่องที่มากมายนัก แค่เป็นช่วงเหตุการณ์ๆ หนึ่งเท่านั้น แต่กับหนังยาวเขาต้องกลับมานั่งคิดใหม่ หาจุดเริ่มต้น หาจุดเชื่อมโยง และสุดท้ายจะให้มันจบอย่างไร

 

เมื่อเขาได้เริ่มค้นหาก็ยิ่งสนุกไปกับมัน การเป็นอัมพาตชั่วขณะนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เป็นเรื่องปกติ แต่มีจำนวนหนึ่งที่พูดถึงเรื่องราวของการที่พวกเขาโดนหลอกหลอนจากสิ่งเหนือธรรมชาติ หรือที่เรียกกันว่าผีอำนั้นแทบจะมีพูดเหมือนกันทั่วโลก พวกเขาประสบเหตุไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บางครั้งเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว แต่หลายเคสก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วจุดจบของแต่ละเหตุการณ์ควรจะเป็นแบบไหน สุดท้ายแล้วเขาต้องมาชะงักกับคำๆ หนึ่งหลังจากการค้นคว้า นั่นคือคำว่า “ไหลตาย”

 

 

Mara วันนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram