เผยไทม์ไลน์เหตุการณ์ของหนัง 'วันเดอร์วูแมน' และสาเหตุที่มันไม่ตรงตามคอมิกส์

 

แม้ว่าผู้สร้างตัวละคร วิลเลียม โมลตัน มาร์สตัน ได้นำเสนอตัวละครวันเดอร์วูแมนแก่ผู้อ่านเป็นครั้งแรกในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่หนังเรื่องนี้เล่าเหตุการณ์ช่วงปี 1918 ในตอนท้ายของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ชาร์ลส์ โรเวน อธิบายแนวความคิดของทีมผู้สร้างเกี่ยวกับการเปลี่ยนยุคสมัยในเรื่อง โดยกล่าวว่า

 

 

“การนำเสนอตัวละครหญิงซึ่งมีอำนาจและเติบโตมาในเผ่าพันธุ์ผู้หญิงที่เข้มแข็ง โดยให้ฉากหลังเป็นยุคแรกของขบวนการเรียกร้องสิทธิ์เลือกตั้งของสตรี ก็ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจ"

“ประการที่สอง ในแง่ภาพ รายละเอียดของยุคนั้นช่วยถ่ายทอดความน่าสะพรึงกลัวของสงครามสมัยใหม่ได้ดีกว่า เป็นสงครามครั้งแรกที่มีการต่อสู้ตั้งแต่แบบประชิดตัวในระยะใกล้ ซึ่งถ้าคุณยิงใครสักคน คุณก็ต้องอยู่ในระยะค่อนข้างใกล้และเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ ไปจนถึงการต่อสู้จากระยะไกล ซึ่งคุณอาจทิ้งระเบิดพื้นที่บางแห่งได้โดยไม่ต้องรู้ด้วยซ้ำว่าศัตรูของคุณมีหน้าตาเป็นอย่างไรหรือคุณอาจฆ่าใครไปบ้าง การฆ่ากลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น เราต้องการให้กลไกของสงครามแบบใหม่นี้เป็นสิ่งที่ตัวละครของเราอย่างวันเดอร์วูแมนไม่เคยสัมผัสมาก่อน เพราะเธอคุ้นเคยกับการที่นักรบเป็นบุคคลที่ได้รับการเคารพยกย่อง แต่ตอนนี้เธอกลับได้เห็นสงครามซึ่งไม่มีฮีโร่อีกต่อไป เพราะคุณเป็นฮีโร่ไม่ได้ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองสู้อยู่กับใคร”สิ่งนี้เองที่วันเดอร์วูแมนต้องพยายามอย่างหนักที่จะทำความเข้าใจ

 

 

 ผู้อำนวยการสร้าง แซ็ค สไนเดอร์กล่าวว่า “วันเดอร์วูแมนมีความบริสุทธิ์จริงใจที่ผมชอบ เธอไม่ได้มีอดีตอันเจ็บปวด ไม่ได้หาทางแก้แค้นคนที่ทำผิดต่อเธอ แล้วก็ไม่ได้เติบโตมากับความทุกข์ยากมืดมน เธอมีวัยเด็กที่สวยสดงดงามและได้รับการสอนมาให้เห็นคุณค่าของชีวิต เธอเป็นฮีโร่เพราะต้องการทำสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่เยี่ยมมาก และผมคิดว่าทั้งแพตตีและกัลก็ได้พบแนวทางที่จะถ่ายทอดเรื่องนี้ออกมาในหนังได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

“ซูเปอร์ฮีโร่ทุกคนมีจุดแข็งของตัวเอง แต่ฉันคิดว่าสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตัววันเดอร์วูแมนก็คือความดีงาม ความเมตตากรุณา และความอ่อนโยนของเธอ แต่ทั้งหมดนั้นไม่ได้บั่นทอนพลังของเธอลงเลย มีแต่จะช่วยเพิ่มอานุภาพให้มากขึ้นด้วยซ้ำไป” แพตตี เจนกินส์ ผู้กำกับกล่าว 

 

ที่มา Warner Bros. Pictures

 


Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram