REVIEW : Toy Story 4 เมื่อของเล่นหลงทาง..สู่การผจญภัยและการจากลา

Toy Story เป็นแอนิเมชั่นที่สร้างความประทับใจยาวนานมากกว่า 24 ปี มันไม่ใช่แค่แอนิเมชั่นหรือการ์ตูนของเล่น แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของช่วงชีวิตในวัยเด็กของคนดูหลายคน ด้วยความที่มันต่อเนื่องมาทั้งหมด 3 ภาค เล่าเรื่องผ่านพัฒนาการช่วงวัยของตัวละครเด็กแอนดี้ที่เติบโตขึ้นตามกาลเวลา นั่นทำให้แอนิเมชั่นเรื่องนี้อยู่กับเราทุกช่วงวัย จากเด็ก สู่วัยรุ่น จนถึงวันที่เราเป็นผู้ใหญ่  ซึ่งการกลับมาในภาคที่ 4 นี้ เป็นโจทย์ 2 ทางที่ดิสนีย์ พิกซาร์ต้องสื่อสารกับคนดู ทั้งกลุ่มผู้ใหญ่ที่โตมากับ Toy Story และเด็กยุคใหม่ที่เพิ่งเข้ามาสู่โลกของเล่น…

Toy Story 4 บอกเล่าเรื่องราวตอนต้นด้วยการขมวดเหตุการณ์ทั้ง 3 ภาคแรก สรุปให้เราดูในตอน 5 นาทีแรก ตั้งแต่วู้ดดี้และเหล่าของเล่นอยู่กับ แอนดี้ ตั้งแต่ช่วงเด็ก จนถึงช่วงเข้ามหาวิทยาลัยและเขาได้ส่งต่อเหล่าของเล่นให้ ด.ญ.บอนนี่ ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ บ้านหลังใหม่ เพื่อนของเล่นเก่า+ใหม่ และ เด็กคนใหม่ ที่นี่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง

...และแน่นอนสำหรับ วู้ดดี้ การเปลี่ยนแปลงก็มาถึงเขาเช่นเดียวกัน จากของเล่นตัวโปรด กลายเป็นของเล่นตกอับฝุ่นเกาะ จนกระทั่งวันหนึ่ง บอนนี่ ได้สร้างของเล่นจากขยะและตั้งชื่อให้มันว่า “ฟอร์คกี้” จากขยะกลายเป็นของเล่นชิ้นโปรด  และพาเหล่าของเล่นออกผจญภัยสู่สถานที่อันแปลกใหม่ รวมถึงการกลับมาของ “โบ” ตุ๊กตาเซรามิคสาวเลี้ยงแกะ คู่รักของวู้ดดี้ที่หายตัวไปในภาค 3 ก็กลับมาในภาคนี้พร้อมกับเฉลยว่าเธอหายไปไหนมาและมีชีวิตอย่างไรบ้าง? 

Toy Story 4  เต็มไปด้วยความสนุก มุกฮาๆ ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งใครที่เติบโตมากับแอนิเมชั่นชุดนี้จะต้องยิ้มกับมันตั้งแต่เปิดเรื่องเลย ตัวละครเก่าๆกลับมาครบเซ็ต เติมความสนุกไปกับตัวละครใหม่ๆที่มาเปิดตัวในภาคนี้ เพิ่มอรรถรสของแอ็คชั่น สยองขวัญ โรแมนติก ได้อย่างลงตัว แม้จะเป็นเรื่องผจญภัย แต่ พิกซาร์ ก็ไม่ลืมที่จะสอดแทรกประเด็นดีๆไว้ให้คนดูได้เรียนรู้ โดยได้หยิบประเด็นที่ว่า “ทุกๆวันมีเด็กทำของเล่นหาย..และของเล่นหลายตัวก็หลงทาง” รวมถึงประเด็นเรื่องการยึดติด การปล่อยวาง การเสียสละเพื่อเติมเต็มความฝันให้กับคนอื่นและเปิดใจยอมรับสู่สิ่งใหม่ๆ  

ด้านงานภาพของ Toy Story 4 คืออีกการพัฒนาผลงานขั้นสุด ภาพมีความละเอียดคมชัด เห็นถึงผิววัสดุของเหล่าของเล่น คาแรคเตอร์ออกแบบมาได้อย่างน่ารัก กวน ฮา ความสดใสเปล่งประกายถูกสะท้อนผ่านแววตา ประกอบกับเสียงดนตรีที่คุ้นเคยจาก Toy Story ภาคเก่าๆ ยิ่งทำให้มันปลุกความทรงจำในวัยเด็กกลับมาอีกครั้งหนึ่ง การผสมผสานระหว่างตัวละครเก่าและใหม่  มันเป็นรอยต่อสำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักเหล่าของเล่นใน Toy Story มาก่อนก็เข้าถึงมันได้ง่าย  เป็นจุดเชื่อมที่เข้าถึงคนดูทั้ง 2 กลุ่มของพิกซาร์ได้อย่างราบรื่น 


ในตอนท้ายของเรื่องราว Toy Story 4  เป็นความรู้สึกที่ทั้งอบอุ่น หัวใจพองโต  ซึ้งจนแฟนหนังที่เติบโตมากับมันต้องเสียน้ำตา  แม้ใน  Toy Story ภาค 3 ได้สร้างความประทับใจและปิดเรื่องราวเกี่ยวเหล่าของเล่นของแอนดี้ไปอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่สำหรับภาค 4เป็นการออกเดินทางครั้งใหม่กับเพื่อนคู่หูที่เราคุ้นเคย และสานต่อเรื่องราวได้อย่างยอดเยี่ยม จนอาจจะถูกยกให้เป็นอีกผลงานภาคต่อที่ดีที่สุดจากงานสร้างของ Disney Pixar 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram