วิ่งไปในวงกต Maze Runner 3 จุดแตกต่างจากภาคก่อน + ความต่างจากหนังสือ

 

แตกต่างอย่างไร? เผยข้อมูล Maze Runner: The Death Cure ความแตกต่างจากภาคก่อน + ความต่างจากหนังสือ

 

ในฐานะผู้กำกับหนังทั้งสามภาค เวส บอลล์ อธิบายความแตกต่างระหว่างโลกที่เกิดเหตุการณ์ในแต่ละภาคดังนี้ “หนังภาคแรกที่มีเขาวงกตจะให้ภาพของคอนกรีตและความผุพัง ภาคสองจะเป็นผืนทรายและสนิมในแดนมอดไหม้ ส่วนภาคนี้ The Death Cure เป็นโลกของกระจกและเหล็ก แต่ละภาคต่างก็มีโทนสีของตัวเอง” แต่โลกของเหล็กและกระจก โลกที่ชาวทุ่งไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามีอยู่จริงนี่เองที่กลายเป็นเป้าหมายเมื่อพวกเขาเปิดฉากต่อสู้กับ WCKD

 

ที่จริงแล้วการต่อสู้กับ WKCD เริ่มต้นขึ้นในตอนท้ายของภาค Scorch Trials ดังที่บอลล์อธิบายไว้ว่า “ในหนังสือเล่มสาม มีแนวคิดเรื่องฝ่ายต่อต้าน เป็นกลุ่มที่ต่อต้าน WCKD อยู่และผมคิดว่า ‘น่าจะดีนะถ้าดึงเรื่องนี้มาเล่าให้เร็วขึ้นหน่อย’” การให้คู่ต่อสู้ทั้งสองฝ่ายมาปรากฏให้เห็นในตอนท้ายของหนังภาคสองทำให้หนังแตกต่างจากหนังสืออยู่บ้าง และบอลล์ก็ยินดีที่ได้อิสระในการดัดแปลงเรื่องราว “มีสิ่งที่ไม่ได้ตรงกับหนังสือเสียทีเดียวแต่ได้รับแรงบันดาลใจจากในหนังสือ ด้วยเหตุนี้เราจึงรู้สึกโชคดีที่ได้เจมส์ (แดชเนอร์) เข้ามาให้คำปรึกษาในเรื่องเหล่านี้ รวมถึงการตัดสินใจต่างๆ เราอยากทำสิ่งที่เราทำได้โดยเคารพต่อแฟนๆ และสิ่งที่แฟนๆ อยากเห็น”

 

เจมส์ แดชเนอร์ ยืนยันว่าเขาเห็นด้วย โดยกล่าวว่า “แฟนหนังสือยึดมั่นในตัวเนื้อเรื่องและอยากรักษาเนื้อเรื่องเดิมเอาไว้ แต่บางอย่างก็ได้ผลดีกว่าเมื่อนำมาใช้ในภาพยนตร์ เวส บอลล์ ค้นหาสิ่งเหล่านั้นได้เก่งมากจนผมคิดว่าแฟนๆ น่าจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน”  

 

 

เพื่อเล่าการเดินทางครั้งนี้ ทีมผู้สร้างจำเป็นต้องหาสถานที่ซึ่งสามารถนำเสนอความหลากหลาย ทั้งสำหรับฉากแดนมอดไหม้ เมือง แหล่งพักพิง และอื่นๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ทีมงานจึงได้เดินทางไปยังเมืองเคปทาวน์ แอฟริกาใต้ เมืองแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงแห่งการออกแบบของโลกในปี 2014 โดย International Council of Societies of Industrial Design และนับว่าเป็นฉากอันสมบูรณ์แบบสำหรับใช้เป็น “เมืองสุดท้าย”  ด้วยกลุ่มอาคารสูงและสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ 

 

สถานที่ดังกล่าวช่วยให้กองถ่ายสามารถเดินทางไปยังส่วนนอกของทะเลทรายคาลาฮารีเพื่อถ่ายทำฉากรถไฟอันน่าตื่นเต้นในฉากเปิดของหนัง ฉากดังกล่าวใช้เวลาถ่ายทำกว่าห้าวันใกล้เมืองอัพพิงตัน เป็นฉากเปิดที่น่าตื่นเต้นและปลุกเร้าพลังได้เป็นอย่างดี

 

 

“ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นฉากที่เจ๋งที่สุดฉากหนึ่งเท่าที่เราเคยทำมา” ดีแลน โอ ไบรอันกล่าว “มันช่วยเปิดเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยมและช่วยกำหนดโทนให้หนังด้วย หนังทั้งเรื่องพูดถึงภารกิจช่วยเหลือคนและฉากนี้ก็เป็นฉากพิเศษในไตรภาคที่น่าตื่นเต้นนี้” 

 

โอ ไบรอัน ชื่นชอบฉากนี้เพราะมันช่วยให้ผู้ชมปะติดปะต่อเรื่องราวจากภาคที่แล้วได้ “Scorch Trials เริ่มต้นต่อจากตอนจบของภาคแรกพอดี แต่สำหรับภาคนี้ เหตุการณ์ทิ้งระยะเวลานานหกเดือน คุณจะได้เห็นว่าคนกลุ่มนี้ทำงานหนักกันมาตลอด พวกเขาใช้เวลานั้นจัดการวางแผนช่วยมินโฮออกมา”

 

เวส บอลล์ มองว่าช่วงตอนจบของ Scorch Trials ตอนที่คนอื่นๆ หันมาหาโธมัสและถามว่าเขามีแผนหรือเปล่านั้น เป็นช่วงเวลาที่กำหนดตัวตนของตัวละครนี้ “คุณจะเห็นความเป็นผู้นำปรากฏออกมา” เขากล่าว

 

 

Maze Runner: The Death Cure 25 มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram