[มีสปอยล์!] รวมเกร็ดเด็ดอธิบายซีนสำคัญหลายอย่างใน Batman v Superman: Dawn of Justice

[มีสปอยล์!] รวมเกร็ดเด็ดอธิบายซีนสำคัญหลายอย่างใน
Batman v Superman: Dawn of Justice

 

โดย Aye, Ms. You.

 

[มีสปอยล์หนัง ยังไม่ดู อย่าเพิ่งเลื่อนอ่านนะจ๊ะ]

 

 

จากก่อนหน้านี้ที่เราหยิบเอา 10 Easter Eggs สำคัญที่ปรากฏใน Batman v Superman: Dawn of Justice มาตีแผ่อธิบายกันให้เห็นเลยว่าหนังจะเล่นอะไรต่อในจักรวาล DC นี้ แต่หนังก็ยังคงหลงเหลือเกร็ดน่าสนใจและ Easter Eggs เล็กๆที่เป็นกิมมิคซ่อนอยู่ในเรื่องเพียบ! และนี่คือโอกาสที่จะจมจ่อมไปกับจักรวาล DC อีกครั้ง แล้วเชื่อเถอะว่า อ่านนี่จบ ต้องอยากดูอีกรอบแน่ๆ!

 

 

- 300 คือหมายเลขของกระสวยอวกาศรัสเซียที่ซูเปอร์แมนกู้เอาไว้ได้ ซึ่ง 300 นั้นเป็นหนึ่งในผลงานหนังของแซ็ค สไนเดอร์

ทิม ริคบี้ สตันท์แมนผู้ผ่านงานหลากแนวอย่าง 300, Sucker Punch, Man of Steel, Suicide Squad และ Wonder Woman มีชื่อของตัวเองหราอยู่บนตู้ไปรษณีย์ที่โลอิสได้รับจดหมายของเธอคืน หลังจากเหตุการณ์ต่อสู้ในทะเลทราย

“Must be Superman?” เป็นพาดหัวข่าวที่ปรากฏในหนัง ซึ่งประโยคนี้ถูกใช้เป็นคำถามที่ถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างซูเปอร์แมนและมวลมนุษยชาติในคอมิก ซึ่งมีมากว่า 40 ปีแล้ว โดยในคอมิกนั้นคนที่ถามคือ Guardians of the Universe นั่นเอง

 

 

รูปปั้นโรบินที่ถูกโจ๊กเกอร์พ่นสีหยามหน้าใส่ปรากฏให้เห็นในหนังนั้น ถ้าหากหนังยึดตามคอมิก เป็นไปได้ว่า โรบิน คือ เจสัน ท็อดด์ หนุ่มน้อยคู่หูแบทแมนที่ถูกโจ๊กเกอร์ซ้อมและระเบิดตายใน Death in The Family (คุ้นๆมั้ย? ในหนังแบทแมนโดนย้ำเสมอว่า นายฆ่าครอบครัวของนาย)

 

 

ฉากการพบกันครั้งแรกของบรูซ เวย์นและคลาร์ก เคนท์ ณ คฤหาสน์ของเล็กซ์ ลูเธอร์นั้น ด้านหลังบนกำแพงปรากฏงานศิลปะที่สะท้อนถึงการต่อสู้อันรุนแรงที่เกิดขึ้นโดยตัวละคร “สีดำ” กระทำต่อตัวละคร “สีขาว” ซึ่งนั่นเป็นสัญลักษณ์ที่บอกเราล่วงหน้าว่า แบทแมนจะมาปะทะกับซูเปอร์แมนแน่นอน

“Saving the cat from the tree” เป็นวลีที่บรูซ เวย์นใช้ดูแคลนซูเปอร์แมนต่อหน้าคลาร์ก เคนท์ในฉากที่ทั้งคู่ถกเถียงเรื่องการนำเสนอข่าวของเดลี่ แพลเน็ต ซึ่งวลีนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ เพราะหนังเรื่องแรกของซูเปอร์แมนนั้น ซูเปอร์แมนช่วยเหลือทุกคนไม่เว้นแม้กระทั่งแมวที่ติดอยู่บนต้นไม้ ทำให้บรูซ เอาวลีนี้มาใช้เพื่อกัดซูเปอร์แมนนั่นเอง

ดาบของอเล็กซานเดอร์ที่ปรากฏในฉากที่บรูซ เวย์นและไดอาน่า พรินซ์คุยกันนั้นกลายมาเป็นประเด็นเปิดในการพูดคุยของทั้งคู่ได้เป็นเพราะว่าตามตำนานคลาสสิคนั้น อเล็กซานเดอร์ตัดสินใจจะไม่ไขปมกอร์เดียนที่ยากเกินกว่าจะแก้ไข แต่ตัดสินใจตัดมันแทน ซึ่งเป็นอุปมาอุปมัยถึงการแก้ไขปัญหาของแบทแมนที่จะจัดการอย่างรวดเร็วและฉับไว

 

 

ฉาก Knightmare หรือฝันร้ายของอัศวินรัตติกาลนั้น รวมเอา Easter Eggs ชิ้นใหญ่เอาไว้ ตั้งแต่สัญลักษณ์โอเมเก้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Darkseid วายร้ายของจักรวาล ผู้ปกครองดาวเคราะห์ Apokolips รวมไปถึงสมุนติดปีกตัวโหดอย่าง Parademons ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อมโยงไปถึง Justice Leagues แน่นอนไ

ฉากที่แฟลชวิ่งข้ามมิติมาบอกจากอนาคตนั้นมีการคาดการณ์ว่า นั่นไม่ใช่ฝันร้ายของบรูซ เวย์นหรอก แต่เป็นภาพนิมิตที่เกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งถูกส่งหาเข้าผ่านทางสหายในอนาคตข้างหน้า โดยหลักฐานก็คือ แม้บรูซ เวย์นจะตื่นจากฝันแล้ว แต่กระดาษรอบข้างเขาก็ยังคงปลิวว่อนอยู่ นั่นแสดงว่ามันค่อนข้างเป็นความจริงอย่างแน่นอน

ฉากในความทรงจำของคลาร์ก เคนท์ที่เขาได้พบกับพ่อบุญธรรมของเขาอีกครั้ง (เควิน คอสตเนอร์) พร้อมกับพ่อของเขากำลังเล่าเรื่องที่เขาเป็นฮีโร่ช่วยฟาร์มของบ้านตัวเองจากน้ำท่วมเอาไว้ได้ แต่ฟาร์มของครอบครัวแลงก์ที่อยู่ข้างๆกลับเสียหายไป นั่นเป็นจุดที่เชื่อมโยงถึง ลาน่า แลงก์ สาวเพื่อนบ้านสมัยเด็กของคลาร์ก เคนท์ นั่นเอง แถมเธอเคยปรากฏตัวเล็กๆใน Man of Steel มาแล้วด้วย

 

 

ฉากที่บรูซ เวย์นรู้ว่า White Portugese คือเรือที่ลักลอบขนคริปโตไนท์นั้น เขาแปลงกายเป็นแบทแมนและไปที่ท่าเรือพร้อมกับปืนไรเฟิลในมือ ซึ่งฉากนั้นเป็นฉากที่ถอดแบบออกมาจาก The Dark Knight Returns คอมิกชื่อดังผลงานของแฟรงค์ มิลเลอร์ทีเดียว ต้องบอกว่า Batman v Superman สร้างขึ้นโดยจัดเต็มภาพและไลน์สำคัญของคอมิกเอาไว้เอาใจติ่ง DC ด้วย

เบลเยี่ยม 1918 ปรากฏภาพของวันเดอร์วูแมนและทหารรอบกายท่ามกลางหมู่บ้านที่ราบเป็นหน้ากลอง นั่นคือรูปภาพสำคัญที่อยู่ในครอบครองของเล็กซ์ ลูเธอร์ที่ไดอาน่า พรินซ์ (วันเดอร์วูแมน) ต้องการคืน และฉากนั้นถือเป็น Easter Eggs ชิ้นสำคัญที่โยงเอาฮีโร่แบทแมนของเราเข้าสู่ประวัติอันลึกลับของวันเดอร์วูแมนนั่นเอง (เห็นคริส ไพน์กันมั้ย?)

 

 

Joe + KR ปรากฏอยู่ตามเสาที่รกร้างในฉากปะทะกันระหว่างสองฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งดูผิวเผินอาจจะเหมือนมีคนมือบอนมาเขียนเล่น แต่ถ้าคิดให้ดี Joe + KR = Joker ก็ได้ ทำให้มันกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเชื่อมไปถึงวายร้ายคู่ปรับตลอดกาลของแบทแมนนั่นเอง แถมในฉากนั้นยังมีสัญลักษณ์เครื่องหมายคำถาม (?) ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะโยงไปยัง The Riddler อีกหนึ่งวายร้ายคู่ปรับของแบทแมนด้วย

คาร์ล่า กูจิโน นักแสดงสาวที่มักร่วมงานกับผกก.แซ็ค สไนเดอร์นั้นก็กลับมาใน Batman v Superman เช่นกัน โดยเธอกลับมาในรูปแบบของ “เสียง” ของยานอวกาศของชาวคริปตอนที่เล็กซ์ ลูเธอร์ใช้สร้าง Doomsday นั่นเอง

เสียงของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาผู้อนุญาตให้ยิงนิวเคลียร์ทำลาย Doomsday (และซูเปอร์แมน) ได้นั้นคือเสียงของ แพทริค วิลสัน นักแสดงที่เคยรร่วมงานกับแซ็ค สไนเดอร์ใน Watchmen นั่นเอง

 

 

โลงศพของซูปอร์แมนที่ใช้ในพิธีทางการของสหรัฐนั้นเป็นโลงศพสีดำขลับพร้อมด้วยตราซูเปอร์แมนสีเงินวาว ซึ่งแฟนๆของซูเปอร์แมนหลายคนอาจคลิกและปิ๊งได้ว่ามันคือโทนสีแบบนี้ มันคือชุดสีดำพร้อมด้วยโลโก้สีเงินวาวของซูเปอร์แมนที่ถูกนำมาใช้ในคอมิกหลังจากที่ซูเปอร์แมนฟื้นคืนชีพแล้วนั่นเอง (ตอนท้ายเรื่องก็ชัดเจนแล้วว่า ซูเปอร์แมนจะกลับมาแน่นอน แต่รูปแบบไหนนั้น ต้องรอดู)

 

บอกเลยว่า Batman v Superman: Dawn of Justice นั้นมีรายละเอียดที่ทั้งผกก.และทีมงานอัดแน่นใส่ความเนิร์ดเพื่อคอหนังและติ่ง DC ได้ฟินกันโดยเฉพาะ เรียกได้ว่าเก็บทุกรายละเอียดเก็บทุกเม็ดเพื่อผู้ชมจริงๆ แถมยังมี Deleted Scene ที่ปล่อยออกมาให้แฟนๆร้องกรี๊ดกันด้วย ดูรึยัง ถ้ายัง กดเลย!

Batman v Superman: Dawn of Justice ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

ที่มา Screenrant

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram