การกลับมาครั้งใหม่ จินตนาการบนพื้นฐาน ทางวิทยาศาสตร์ ใน Jurassic World

การกลับมาครั้งใหม่ จินตนาการบนพื้นฐาน
ทางวิทยาศาสตร์ ใน Jurassic World

 

 

มนุษย์ไม่ว่าจะอายุมากหรือน้อยต่างก็หลงใหลในปริศนาและความน่าอัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ครองโลก 160 ล้านปีก่อนที่พวกมันจะสูญพันธุ์และทิ้งร่องรอยเพียงเล็กน้อยไว้เบื้องหลัง

การรับประกันถึงความสมจริงทางวิทยาศาสตร์เบื้องหลังไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ รวมถึงสายพันธุ์ที่ผ่านการคัดสรรแล้วอื่นๆ ที่ปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทีมผู้สร้างได้อาศัยความชำนาญของนักบรรพชีวินวิทยา แจ็ค ฮอร์เนอร์ ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัญมอนทานา และภัณฑารักษ์ที่พิพิธภัณฑ์ร็อคกี้ส์ ในตอนแรกที่เขียน “Jurassic Park” ขึ้นมา ไครช์ตันได้อ่านหนังสือของฮอร์เนอร์ที่ชื่อ “Digging Dinosaurs” เพื่อทำความเข้าใจกับมุมมองทางด้านบรรพชีวินที่มีต่อสิ่งมีชีวิตที่เขากำลังเขียนถึง ผลงานปัจจุบันของฮอร์เนอร์ ที่ยังคงเป็นบุคคลระดับแนวหน้าของวงการ ได้สำรวจวิธีการแปลกใหม่ทางวิศวกรรมพันธุศาสตร์ ที่ผสมผสานดีเอ็นเอของไก่เข้ากับสิ่งที่มีพันธุกรรมของไดโนเสาร์

ด้วยความที่มีความสัมพันธ์ยาวนานกับแฟรนไชส์ Jurassic Park ฮอร์เนอร์เข้าใจดีถึงความสำคัญของการแสดงให้เห็นถึงความสมจริงทางวิทยาศาสตร์...โดยไม่ลดทอนความตื่นเต้นของจินตนาการไม่รู้จบ “สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องน่าสนใจคือสิ่งที่ผู้คนกังวลมากที่สุดคือขนาดของไดโนเสาร์ แต่นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่น่ากังวล ในเรื่องของความสมจริงน่ะครับ” ฮอร์เนอร์เล่า “เรามีไอเดียที่ผิดเพี้ยนเกี่ยวกับขนาดของไดโนเสาร์ ซึ่งมันผิดเพี้ยนด้วยสิ่งที่เราพบแทนที่เราจะพิจารณาถึงประชากรของมัน ไดโนเสาร์โตขึ้นเรื่อยๆ ตลอดชีวิตของมัน ดังนั้น เราก็จะเจอทีเร็กซ์ที่ตัวใหญ่กว่าเดิมเสมอครับ”

 

 

ในตอนที่จินตนาการถึงการผสมผสานพันธุกรรมและลักษณะเด่นของอินโดไมนัส เร็กซ์ที่เกิดขึ้นตามมา ฮอร์เนอร์ชี้ถึงข้อดีของสายพันธุ์ที่หลากหลายของไดโนเสาร์เหล่านี้ว่า “เราสามารถเล่นกับวิทยาศาสตร์ได้เล็กน้อย” เขาเล่า “ไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลื้อยคลาน ที่มีความใกล้ชิดกับจระเข้มากๆ พวกมันพัฒนาไปสู่นก ดังนั้น เราก็เลยสามารถเล่นกับด้านที่เป็นนกหรือสัตว์เลื้อยคลานก็ได้ มันมีพื้นที่ให้เล่นมากมายครับ”

เทรเวอร์โรว์ซาบซึ้งมากที่ฮอร์เนอร์ได้นำความรอบรู้ของเขามาสู่โปรเจ็กต์นี้ “มีเรื่องทางวิทยาศาสตร์และบรรพชีวินจริงๆ ในหนังพวกนี้ และมันก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผมเหมือนกันในหนังเรื่องนี้” ผู้กำกับกล่าวย้ำ “แจ็ค ฮอร์เนอร์ใส่ความสมจริงทางวิทยาศาสตร์เข้าไปในเรื่องราวนี้ตั้งแต่เริ่มต้น และมันก็มีหลายครั้งที่เราทดลองทำอะไรบางอย่างเพื่อความบันเทิงล้วนๆ แล้วเขาก็จะเตือนเราว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันเป็นเรื่องสำคัญที่มันจะต้องสร้างจากพื้นฐานความเป็นจริง ดังนั้น การมีส่วนร่วมของเขาก็เลยมีคุณค่าอย่างยิ่งครับ”

 

 

สำหรับ Jurassic World ทิพเพ็ตถูกนำตัวเข้ามาดูแลงานพัฒนา ลักษณะเด่นและการเคลื่อนไหวของไดโนเสาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเวโลไคแร็ปเตอร์ ที่หลายคนมองว่าเป็นซูเปอร์สตาร์ของแฟรนไชส์นี้ “โคลินสนใจการมีส่วนร่วมของผมในฉากสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับพวกเวโลไคแร็ปเตอร์ [บลู, ชาร์ลีย์, เดลตาและเอคโค] ที่ต้องอาศัยความใส่ใจในรายละเอียดด้านการเคลื่อนไหวและพฤติกรรม” ทิพเพ็ตบอก “แร็ปเตอร์เป็นสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ ที่อาจจะมีความเฉลียวฉลาดเหมือนกับอีกา สิ่งที่ผมสนใจคือการใส่ลักษณะเด่นให้กับพวกมัน และสร้างพวกมันให้น่ากลัวและวิเศษสุดอย่างที่มันเป็นครับ”

Jurassic World พร้อมเปิดให้เข้าชมพร้อมกัน 11 มิถุนายนนี้ ในทุกระบบการฉายของโรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ เต็มตาทะลุจอในระบบ IMAX3D,เสียงกระหึ่มรอบด้าน360องศาด้วย Atmos3D,สัมผัสความสั่นสะเทือนแบบเต็มฝีเท้าใน 4DX งานนี้มีให้เลือกเยอะเลย ห้ามพลาดเด็ดขาด!!

 

เช็คข้อมูลและรอบหนังที่ http://www.majorcineplex.com/movie/jurassic-world

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram