ถอดรหัสลับดาร์วินชี รอยยิ้มปริศนาของโมนาลิซา ​สตรีผู้โด่งดังที่สุดในโลก

ถอดรหัสลับดาร์วินชี รอยยิ้มปริศนาของโมนาลิซา
สตรีผู้โด่งดังที่สุดในโลก 

 

 

โมนาลิซา สตรีผู้โด่งดังที่สุดในโลกบนภาพวาดผลงานของ เลโอนาร์โด ดา วินชี  ซึ่งใช้เวลารังสรรค์กว่า 4 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1503-1507 โดยปัจจุบันภาพวาดกลายเป็นมรดกสำคัญของโลกและถูกจัดเก็บอย่างดีในตู้กระจกปรับอากาศกันกระสุน พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ของประเทศฝรั่งเศส ความโดดเด่นของโมนาลิซาอยู่ตรงที่รอยยิ้มปริศนาที่เราไม่อาจคาดเดาได้ว่าเธอกำลังยิ้ม เศร้า หรือ ทำหน้านิ่ง และเมื่อมองภาพในต่างมุมก็พบว่าเธอมีรอยยิ้มที่ต่างกันออกไป ซึ่งนั่นคือความงามของภาพนี้ 

ปริศนาอีกประการที่ไม่ได้รับการเปิดเผยคือหญิงสาวในภาพนี้คือใครกันแน่ และโมนาลิซ่าคือใคร เพราะชื่อนี้ถูกตั้ง31ปีหลังจากที่ ดาวินชีเสียชีวิต และเป็นการกล่าวอ้างของ จอร์โจ วาซารี (Giorgio Vasari) ศิลปิน และนักชีวประวัติชาวอิตาลีที่ว่า หญิงสาวในรูปคือ  ฟรานเชสโก เดล โจกอนโด ชาวเมืองฟลอเรนซ์และเป็นภรรยาของคหบดีผู้มั่งคั่ง 

ต่อมาคาร์ลา กลอรี (Carla Glori) นักประวัติศาสตร์ศิลปะ  อ้างว่า ผู้หญิงในภาพคือ บียงกา จิโอวานนา สฟอร์ซา (Bianca Giovanna Sforza) ลูกสาวของ ลูโดวิโก อิล โมโร คหบดีผู้ปกครองเมืองบ็อบบิโอเมื่อกว่า 500 ปีก่อนและสะพานที่อยู่ด้านหลังรูปคือสะพานข้ามแม่น้ำเทร็บเบียในเมืองบ็อบบิโอ ใกล้กับเมืองปิอาเซ็นซาในประเทศอิตาลี

บ้างก็ว่าดาวินชีได้ทิ้งสัญลักษณ์แห่งศาสนาและความศักดิ์สิทธิ์ไว้ในภาพนี้ด้วยความตั้งใจแต่มีเพียงทฤษฎีที่หลากหลายที่ไม่อาจอธิบายได้ถ่องแท้ว่า สัญลักษณ์เหล่านั้นของดาวินชีคืออะไร บ้างก็ว่า ภาพนี้อาจจะไม่ใช่สตรีจริงๆ แต่อาจจะเป็นดาวินชี่เองที่วาดตัวเองในภาพผู้หญิง ซึ่งประกอบกับลักษณะนิสัยของเขาเองก็น่าจะเป็นอย่างนั้น รวมถึงมีคนเอาภาพวาดของโมนาลิซากับดาวินชีมาเทียบกันแล้วมโนว่าเป็นคนเดียวกัน ยิ่งทำให้ทฤษฎีนี้โด่งดังกันไปใหญ่  

 

 

นายซิลวาโน วินเซนติ ประธานคณะกรรมการแห่งชาติด้านมรดกวัฒนธรรม แห่งประเทศอิตาลี อ้างว่าเขาได้พบปริศนาสำคัญ ในดวงตาของภาพวาดโมนาลิซ่า เมื่อมีการส่องเข้าไปอย่างละเอียดข้างขวาปรากฏตัวอักษร “L V” ข้างซ้ายปรากฏตัวอักษรที่ยังอ่านไม่ได้ชัดเจนว่าเป็นตัว “B” หรือ “CE” พร้อมทั้งตัวเลข 72 หรืออักษรคำว่า L2 ซ่อนไว้ที่เส้นโค้งของสะพานเบื้องหลังโมนาลิซา แต่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า สารลับเหล่านี้อาจจะไม่ใช่สารจากดาวินชีเองก็เป็นได้เพราะ ภาพวาดเปลี่ยนเจ้าของมาหลายมือและค่อนข้างจะระหกระเหินก่อนจะมาอยู่ที่ลูฟร์

สำหรับนิยายโด่งดังของ แดน บราวน์ ได้มีการผูกเรื่องให้โมนาลิซา  เป็นที่ซ่อนรหัสลับซึ่งบอกที่อยู่ของจอกศักดิสิทธิ์ (The Holy Grail) ที่พระเยซูคริสต์ทรงใช้ดื่มระหว่างอาหารค่ำมื้อสุดท้าย และจัดเป็นทฤษฎีสมคบคิดที่สะเทือนศาสนจักรว่าด้วย สมมติฐานที่ว่า พระเยซูทรงมีทายาท กลายเป็นเรื่องราวที่ส่งผลให้หนังถูกแบนในหลายประเทศนั่นเอง สิ่งที่ตามหลังความสำเร็จทั่วโลกของภาพยนตร์เรื่อง The Da Vinci Code (2006) และ Angels & Demons (2009) ก็คือ Inferno ภาคที่สามที่หลายคนรอคอย ที่ดัดแปลงนิยายชุดโรเบิร์ต แลงดอนของแดน บราวน์ Inferno ซึ่งเป็นภาคล่าสุดของแฟรนไชส์ภาพยนตร์เจ้าของสถิติรายได้ 1.2 พันล้านเหรียญ เป็นหนังสือเบสต์เซลเลอร์สำหรับผู้ใหญ่ในปี 2013 ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่านักอ่านทั่วโลกยังคงอยากติดตามเรื่องของโรเบิร์ต แลงดอนไม่เปลี่ยนแปลง
    ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของผู้กำกับรอน ฮาวเวิร์ด ผู้เพิ่งกำกับสารคดีบีเทิลส์ชื่อดังเรื่อง Eight Days a Week: The Touring Years และทอม แฮงค์ ผู้กลับมาสู่หนึ่งในบทบาทดังของเขาอีกคั้ง ด้วยการรับบท แลงดอน ผู้มีไหวพริบและความรอบรู้เป็นเลิศ 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram