จัสดิน ลิน จาก ผกก.Fast and the Furious สู่ “กัปตันยานเอนเตอร์ไพรส์คนใหม่”

จัสดิน ลิน จาก ผกก.Fast and the Furious สู่ “กัปตันยานเอนเตอร์ไพรส์คนใหม่”

“การได้ทำงานใน Star Trek เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่โชคดีที่สุดในชีวิตผม” ผู้อำนวยการสร้างเจ.เจ. อับรามส์ ชายผู้มีหน้าที่ในการเนรมิตชีวิตใหม่ให้กับแฟรนไชส์ไซไฟที่เป็นที่รัก และเพิ่งจะเฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 50 ในปีนี้นี่เอง กล่าว “ยีน ร็อดเดนเบอร์รีได้สร้างโลกที่เหลือเชื่อ ที่ทำให้เราตื่นเต้นที่ได้แวะเวียนมาเยี่ยมมันครั้งแล้วครั้งเล่าน่ะครับ”

 

 

หลังจากนั่งแท่นผู้กำกับในภาพยนตร์เรื่อง Star Trek ในปี 2009 และ Star Trek: Into Darkness ในปี 2012 อับรามส์และทีมงานของเขาก็ได้เลือกผู้กำกับจัสติน ลิน จากแฟรนไชส์ Fast & Furious ให้มาเนรมิตชีวิตให้กับ Beyond

“จัสตินพิสูจน์ตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเป็นนักเล่าเรื่องที่แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ” อับรามส์อธิบาย “แต่สิ่งที่ทำให้ผมทึ่งที่สุดคือความรักแท้จริงที่เขามีต่อ Star Trek ผมรู้ว่าเขาจะสามารถจัดการกับซีเควนซ์แอ็กชันได้ แต่สิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้นที่สุดคือการได้ยินเขาพูดถึงตัวละครพวกนี้เหมือนกับว่าพวกเขาเป็นคนจริงๆ ที่เขารู้จัก เขาเป็นตัวเลือกที่เพอร์เฟ็กต์ครับ”

ลิน ที่โตขึ้นมาในยุค 80s จำได้ว่า Star Trek ที่ถูกนำกลับมาฉายใหม่ กลายเป็นช่วงเวลาประจำของครอบครัว “ซีรีส์ Star Trek มีความพิเศษสำหรับผม เพราะการได้ดูเอพิโซดเก่าๆ พวกนี้เป็นเพียงช่วงเวลาเดียวที่ผมได้ใช้กับพ่อแม่ผม ลูกเรือเอนเตอร์ไพรส์ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวของเราครับ”

 

 

เช่นเดียวกับอับรามส์ ลินมีประสบการณ์ในการกำกับจอแก้วมาก่อนที่จะได้รับกุญแจในการขับเคลื่อนแฟรนไชส์นี้ “Star Trek มีความพิเศษสุดตรงที่มันครอบคลุมสื่อหลายประเภทครับ” ลินอธิบาย “หลังจากที่ผมได้ทำงานจอแก้ว ผมก็รู้สึกได้ถึงความท้าทายที่เจ.เจ.เจอในการเริ่มต้นเรื่องราวที่เป็นตอนๆ และทำให้มันกลายเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ช่วงฤดูร้อน เราได้คุยกันบ่อยๆ เกี่ยวกับการรักษาสมดุลระหว่างแอ็กชันที่คุณสามารถคาดหวังได้จากหนังแอ็กชันทุนหนา และการรักษาแก่นแท้และหัวใจสำคัญของซีรีส์นี้เอาไว้ครับ”

“หนังภาคแรกเป็นเรื่องของการรวมกลุ่มที่จะกลายเป็นครอบครัวนี้ ภาคสองเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเพิ่มพลังให้กับพวกเขาในการสู้กับภัยคุกคามใหม่” อับรามส์กล่าว “แต่ที่สุดแล้ว ทั้งสองภาคก็อยู่บนโลก ดังนั้น Beyond ก็จะเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นพวกเขาในภารกิจห้าปี มันเป็นโอกาสในการได้เห็นเอนเตอร์ไพรส์ผจญภัยในแบบที่จะทำให้คุณนึกถึงซีรีส์ดั้งเดิม ท่ามกลางอวกาศไกลโพ้นน่ะครับ”

 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram