จากหนังสู่โลก มอง War for the Planet สะท้อนสงครามในโลกจริง รูปแบบเดิมเปลี่ยนแค่ตัวละคร

 

จากหนังสู่โลก มอง War for the Planet

สะท้อนสงครามในโลกจริง รูปแบบเดิมเปลี่ยนแค่ตัวละคร

.

สงคราม การต่อสู้ การแย่งชิง เกิดขึ้นแทบจะทุกวินาทีบนโลกใบนี้

ต่างที่มา ต่างสาเหตุ แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็คือความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้

ความขัดแย้ง ความแตกต่าง ใครคือผู้กำหนด? แท้จริงแล้วเราจะอยู่ได้ไหม?

โดยปราศจากสงคราม...

 

 

บทสรุปสุดท้ายของมหาสงครามระหว่างวานรและมนุษย์ สงครามที่จะชี้เป็นชี้ตายชะตาของทั้งสองเผ่าพันธุ์ War for the Planet of the Apes บอกเล่าเรื่องราวของการต่อสู้ที่ต่างฝ่ายต่างเริ่มต้นเพื่อการปกป้องเผ่าพันธุ์ของตนเอง มือจับอาวุธกระโจนเข้าห้ำหั่นกัน สิ่งที่เราเห็นมาตั้งแต่เริ่มต้นในภาพยนตร์ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้ ย้อนให้เราคิดว่าแท้จริงแล้วสงครามที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ ก็ไม่ต่างจากสงครามในประวัติศาสตร์เราที่ผ่านมา มันเป็นรูปแบบเดิม เพียงแค่เปลี่ยนตัวละคร

 

ความแตกต่าง สู่ สงคราม

 

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความขัดแย้งมักมีจุดเริ่มต้นมาจากการไม่ยอมรับความแตกต่าง การถือเอาตัวตนของตัวเองยกให้สูงเหนือกว่าผู้อื่น ฆ่าฟันทุกความคิดที่เห็นต่าง ประหัตประหารทุกความเชื่อที่ไม่ยอมรับ ทุกสิ่งนี้ล้วนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ หากแต่เกิดมาจากความกลัวแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกลัวสูญพันธุ์ กลัวไม่ถูกยอมรับ กลัวตาย หรืออีกสารพัดกลัว ไม่ใช่แค่ในภาพยนตร์ แต่ในประวัติศาสตร์เราต่างก็ปรากฎให้เห็นออกมามากมาย ราวกับว่าเราไม่เคยเข็ดขยาดถึงความโหดร้ายของมัน

.

ตั้งแต่เหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (ภาพยนตร์เรื่อง The Boy in the Striped Pyjamas) ของนาซีเยอรมันที่ยกตัวเองว่าแตกต่างจากเผ่าพันธุ์อื่น ยกว่าตัวเองคือชาวอารยันอันสูงส่ง แล้วเหล่ายิวคืออุปสรรคที่กีดขวางความยิ่งใหญ่ ดำเนินมาถึงความขัดแย้งที่แตกต่างกันในเชิงการเมืองอันนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศรวันดา (ภาพยนตร์เรื่อง Hotel Rwanda) และในแถบอาเซียนของเราก็ลือเลื่องไม่แพ้ใครกับการกวาดล้างที่กระทำโดยกลุ่มคนที่เรารู้จักกันดีในนาม เขมรแดง ทุกคนกระทำราวกับเราไม่เคยเรียนรู้ว่าความแตกต่างไม่ใช่เรื่องที่ผิด ราวกับไม่รู้ว่าความแตกต่างไม่ใช่เหตุผลในการฆ่าฟัน

.

เมื่อการนิ่งเฉยไม่ตอบโจทย์ การปฏิวัติจึงเริ่มต้นขึ้น

 

จากการไม่ยอมรับความแตกต่าง นำไปสู่ความไม่เท่าเทียม จากความไม่เท่าเทียม นำไปสู่การกดขี่ขมเหง และเมื่อมีการกดขี่ขมเหง การปฏิวัติก็ได้เริ่มต้นขึ้น สำหรับการปฏิวัติโดยทั่วไปแล้วคือการพยายามต่อสู้ของผู้ที่ด้อยกว่า เพื่อเอาชนะกลุ่มก้อนทางสังคมที่มีอำนาจมากกว่า บางครั้งคือผู้มีอำนาจรัฐ บางครั้งคือนายทุนที่กดขี่ขูดรีด แต่พื้นฐานของเรื่องเหล่านั้นล้วนมาจากความต้องการปกป้องเผ่าพันธุ์ของตนเองทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นฝั่งใดก็ตาม

.

ประวัติศาสตร์การปฎิวัติที่ลือลั่นที่สุดในโลกคงหนีไม่พ้นการปฏิวัติฝรั่งเศส (ภาพยนตร์เรื่อง Les Miserables) การต่อสู้ของปุถุชนธรรมดา เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในการใช้ชีวิต เพื่อให้หลุดพ้นจากการกดขี่ของระบอบที่ไม่เป็นธรรม นำไปสู่การนองเลือดที่แลกมาด้วยอิสรภาพ กลายเป็นประวัติศาสตร์ที่โลกจดจำ แต่ก็เช่นเคย...เหตุการณ์ทำนองนี้ก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่จนถึงยุคปัจจุบัน

.

จากกำเนิด สู่รุ่งอรุณ และจบด้วยสงคราม

 

หลายต่อหลายครั้งที่ภาพยนตร์มักนำเสนอเรื่องราวที่อิงมาจากประวัติศาสตร์ ไม่แตกต่างจากภาพยนตร์แฟรนไชส์ Planet of the Apes ในไตรภาคใหม่ที่เราได้ชมกันมาตั้งแต่ปี 2011 เริ่มต้นจากการทดลองเพื่อรักษาโรคอัลไซเมอร์ที่อาจจะคร่าชีวิตมนุษย์ (กลัวสูญพันธุ์) นำไปสู่ความผิดพลาดจนวานรพัฒนาสติปัญญาขึ้นมาเทียบเคียงมนุษย์ (กลัวด้อยกว่า) เกิดความแตกต่างที่ไม่ยอมรับว่าเดรัจฉานจะอยู่เหนือมนุษย์ได้อย่างไร นำไปสู่การต่อสู้เพื่อกวาดล้างเหล่าวานรให้หมดสิ้น

.

หากแต่เหล่าวานรนั้นก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย พวกเขามุ่งหวังที่จะปกป้องเผ่าพันธุ์ตัวเองเช่นกัน การต่อสู้เพื่อปลดแอกจากการทำลายล้างของมนุษย์จึงเกิดขึ้น ก่อนจะลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามที่สองเผ่าพันธุ์จำต้องห้ำหั่นกันเพื่อปกป้องตนเอง ทั้งหมดล้วนมาจากความกลัวและความไม่เข้าใจในความแตกต่างทั้งสิ้น

.

.

สุดท้ายแล้วไม่ว่าเผ่าพันธุ์ไหนจะริเริ่มสงคราม หรือสุดท้ายแล้วใครจะเหลือรอด ต่างฝ่ายต่างก็ต้องสูญเสียให้กับสงครามที่เป็นผลมาจากการไม่ยอมรับความแตกต่างซึ่งกันและกัน เช่นเดียวกับภาพยนตร์เรื่อง War for the Planet of the Apes ที่บอกเล่าเรื่องราวสงครามที่ไม่แตกต่างจากโลกแห่งความเป็นจริง แทนที่ด้วยตัวละครที่เป็นมนุษย์และวานร ขับเน้นให้เราเห็นความแตกต่างมากยิ่งขึ้น ท้ายที่สุดบทสรุปจะเป็นอย่างไรเราคงได้แต่รับชม และหวังเหลือเกินว่าจะสามารถสะท้อนสังคมเราให้ได้ตระหนักอย่างชัดเจน

.

เขียนโดย DiamondP

 

War for the Planet of the Apes

"มหาสงครามพิภพวานร"

ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram