Tomorrowland แฝง 6 ข้อคิดดิสนีย์ หลอมรวมสร้างโลกแห่งอนาคต

Tomorrowland  แฝง 6 ข้อคิดดิสนีย์  
หลอมรวมสร้างโลกแห่งอนาคต 

 

 

Tomorrowland อย่างที่หลายคนได้ชมตัวอย่างก็พอจะรู้แล้วว่าเป็นหนังไซไฟแฟนตาซี ผจญภัยในโลกแห่งอนาคต แต่ใครจะไปรู้ว่าภายในหนังได้หลอมรวมแนวคิดที่ยอดเยี่ยมของดิสนีย์ที่ต้องการปลูกฝังให้ซึมลึกเข้าไปในใจของคนดู สารที่ดิสนีย์ที่ส่งผ่าน Tomorrowland  เป็นสิ่งดีๆ  บอกไปยังแฟนหนังดิสนีย์ซึ่งมีอยู่ทั่วโลก ทุกวัยทั้งเด็ก วัยรุ่น หรือ แม้กระทั่งผู้ใหญ่ ให้รับรู้ถึงแนวคิดที่จุดประกายพัฒนาโลกไปสู่ Tomorrowland โลกสมัยใหม่ที่อยู่ในอุดมคติของใครหลายๆคน  ซึ่งเราขอแตกประเด็นแนวคิดที่กระจัดกระจายอยู่ในหนังตลอดทั้งเรื่อง มาให้อ่านกัน เผื่อว่ามันจะเป็นพลังในการเปลี่ยนโลกครั้งสำคัญ หรืออย่างน้อยมันอาจจะเป็นแนวทางให้เราได้นำไปใช้ในชีวิตจริง เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่มากขึ้น

 

1.ยอมรับกับความคิดต่างวัย สร้างโลกใหม่ได้ 

ในภาพยนตร์ Tomorrowland ดิสนีย์บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหลัก 3 วัย ซึ่งเป็นการสะท้อนมุมมองที่เกิดขึ้นจริงกับคนบนโลกในปัจจุบัน คือ
- วัยเด็ก มองโลกที่เต็มไปด้วยจินตนาการและความฝัน อยากมี อยากเป็น  อยู่ในช่วงวัยที่มีชีวิตชีวามากที่สุดของมนุษย์
- วัยรุ่น  คนที่มีไฟในใจลุกโชน เต็มไปด้วยพลังที่อยากเปลี่ยนแปลง อยากทำให้โลกหรืออะไรมันดีขึ้น การตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัวและการขวนขวายหาคำตอบ
- ผู้ใหญ่ มองโลกตามความเป็นจริง ไฟที่เคยลุกโชนในวัยรุ่นเริ่มมอดลง จินตนาการและความฝันดับหาย ปล่อยตัวไหลไปตามกระแสโลกและไม่อยากจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้นด้วยความคิดที่ว่า ทุกอย่างมันสายเกินที่จะแก้ไขและยากเกินกว่าที่เราคนเดียวจะเปลี่ยนแปลงอะไรมันได้

Tomorrowland จับเอาเรื่องราวของคนทั้ง 3 Gen มาเชื่อมโยงไว้ด้วยกันทำให้คนดู ในแต่ละวัยได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหนังรวมถึงมองเห็นมุมมองของคนวัยอื่นว่าเขามองโลกกันยังไง ซึ่งสุดท้ายการไม่ปิดกั้น ยอมรับในความคิดของคนแต่ละช่วงวัยสามารถนำไปสู่การสร้างโลกแห่งอนาคตได้

 

 

2.หัดเป็นคนรู้จักคิด ตั้งคำถาม แล้วต้องตามหาคำตอบ

เคซีย์ นิวตัน ตัวละครเอกของเรื่องเป็นคนที่มักมีการคิดและตั้งคำถาม ซึ่งนั่นเป็นคุณสมบัติที่ดีของนักวิทยาศาสตร์ หรือจะอาชีพใดก็แล้วแต่ ซึ่งเธอไม่ได้หยุดแค่คิดหรือปล่อยให้คำถามผ่านเลยไป แต่กลับนำมันมาค้นหาคำตอบ โดยในเรื่อง เคซีย์ เธอมักจะตั้งคำถามในหัวอยู่ตลอดเวลาว่า "หากทุกคนรู้ว่าโลกกำลังแย่ แล้วเราจะหยุดยั้งหรือแก้ไขปัญหาได้อย่างไร ?"ซึ่งการตามหาคำตอบของที่มาเข็มกลัดปริศนาที่พาไปสู่ Tomorrowland จากจุดหนึ่งเชื่อมไปสู่อีกจุดหนึ่งจนกลายเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ แนวคิดนี้พ้องกับตัวตนของวอลท์ ดิสนีย์ ผู้ให้กำเนิดอาณาจักรแห่งนี้ที่เขาเป็นคนช่างคิด ช่างถาม และช่างหาคำตอบ จนกลายเป็นผลงานที่ปรากฎอย่างเป็นตำนานในทุกวันนี้

3.เราได้แต่พูดถึงโลกที่มีปัญหา...แต่เราไม่ลงมือแก้ปัญหา

ฉากหนึ่งใน Tomorrowland ที่เสียดสีสังคมโลกได้อย่างเจ็บๆ นั่นคือ ฉากห้องเรียนที่ครูทุกคนพร่ำสอนเกี่ยวกับปัญหาของโลกที่กำลังถดถอยไปสู่ความวินาศ แต่ทุกคนทำได้แค่สอนเพื่อบอกว่าเป็นข้อมูลว่า โลกของเรากำลังแย่อย่างนั้น แย่อย่างนี้ และไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาได้ ทำเหมือนเพียงรอระเบิดเวลาที่นับถอยหลังเท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้ก็เหมือนกับโลกในชีวิตจริงที่ทุกห้องเรียน ทุกสังคมเฝ้าแต่พูดถึงการประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน การรักษาธรรมชาติ แต่สุดท้ายมันก็เป็นเพียงแค่บทเรียนในตำราเรียนที่ไม่มีคนลงมือแก้ไขปัญหาเพื่อหยุดยั้งเลย

 

 

4.อย่าปล่อยให้จินตนาการและความฝันผ่านเลยไป

Tomorrowland มีบางส่วนที่พูดถึงความสำคัญของความฝันและจินตนาการ ซึ่งสามารถสร้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ สร้างจินตนาการให้เป็นรูปธรรม โดยส่วนที่จะสามารถทำให้ความฝันและจินตนาการเป็นจริงขึ้นมาได้คือการอาศัยความมุ่งมั่นตั้งใจ การเริ่มต้นลงมือทำเหมือนกับที่ แฟรงค์ วอล์คเกอร์ เด็กชายที่ฝันอยากบินได้และเขาก็ได้ลงมือประดิษฐ์เจ็ตแพคขึ้นมาโดยอาศักข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ มุ่งมั่นให้มันเป็นพาหนะที่จะพาทุกคนบินได้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ แม้ในตอนแรกมันไม่สมบูรณ์แบบ แต่ใครจะไปรู้ว่าในอนาคตที่ Tomorrowland มันกลับกลายเป็นการเดินทางยอดนิยมของคนในโลกใหม่ และคนที่นั่นให้ความสำคัญกับจินตนาการถึงขนาดที่ติดป้ายคำคมของอัลเบิร์ต ไอสไตน์ที่ว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้

 

 

5.วิทยาศาสตร์สร้างโลกขึ้นมาได้

หนึ่งในธีมหลักของภาพยนตร์นอกจากจะเล่าถึงจินตนาการแล้วยังอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ด้วย โดยให้ความสนใจไปที่เทคโนโลยีล้ำโลก สิ่งของอุปกรณ์ที่ยังไม่ถูกประดิษฐ์ขึ้นบนโลก การคมนาคมที่ก้าวไกลมากกว่าการเดินทางภายในโลกแต่เป็นการคมนาคมระหว่างดวงดาว แม้สิ่งเหล่านี้จะเป็นแค่จินตนาการแต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ในอนาคต เพราะอย่าลืมว่าในยุคก่อนใครจะไปคิดว่าเราจะสามารถย่อโลกทั้งใบไว้ในมือถือได้ หรือเราจะเดินทางอย่างรวดเร็วด้วยเครื่องบินข้ามทวีปในเวลาไม่กี่ชั่วโมง การส่งมนุษย์และยานอวกาศขึ้นสู่ห้วงจักรวาลที่กว้างใหญ่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่เราไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้ แต่มันก็ถูกสร้างขึ้นมาได้ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง

 

 

6.อย่ายอมแพ้และมองโลกในแง่ดี มันจะสร้างพลังบวก

เมนไอเดียที่หนังเน้นหนักมาตลอดทั้งเรื่องคือเมื่อเจอปัญหาเราต้องมองโลกในแง่ดีไว้เสมอ โดยได้หยิบยกมาว่าระหว่างคนมองโลกในแง่ลบกับคนที่มองโลกในแง่บวก คิดว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นคนชนะ ? รวมถึงการกล้าเผชิญกับปัญหา มุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ ซึ่งเป็นสารที่ส่งออกไปถึงเด็กยุคใหม่ที่ยังโลเล ท้อแท้ง่าย และมักหนีปัญหาด้วยการถอยหลังไม่สู้กับมัน นั่นคืออุปสรรคสำคัญของการดำเนินชีวิต แต่ถ้าเรามองทุกอย่างในแง่ดีและไม่ยอมแพ้ง่ายๆ มันจะสร้างพลังในทางบวกให้เราสามารถเดินหน้าไปสู่ทางออกได้ สิ่งนี้คือแนวคิดที่ Tomorrowland บอกกับเรามาตลอดทั้งเรื่อง

ทั้งนี้ยังมีเรื่องราวและแง่มุมต่างๆฝังอยู่ภายเรื่องของ Tomorrowland แล้วแต่ใครจะเห็นมุมไหน แต่ที่ได้เห็นกันทุกคนแน่ๆคือความประทับใจ ความอบอุ่นตามสไตล์ดิสนีย์ และที่แน่ๆคือภาพ CG งดงามมากราวกับเราได้หลุดเข้าไปในโลกอนาคตเลยทีเดียว ใครที่ชอบหนังไซไฟแฟนตาซี ห้ามพลาดเลยทีเดียว 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram