เฉลยสารพัดฉากลับ+เชื่อมโยงของ Thor: Ragnarok ซ่อนไว้โคตรเนียน มีคาดไม่ถึง!!

 

เฉลยสารพัดฉากลับ+เชื่อมโยงของ

Thor: Ragnarok ซ่อนไว้โคตรเนียน มีคาดไม่ถึง!!

 

 

                เมื่อเดินทางมาใกล้ถึงจุดสิ้นสุดของเฟสที่ 3 ของ Marvel Cinematic Universe หลายเรื่องราวของเหล่าฮีโร่ก็ดำเนินมาถึงจุดหักเห เช่นเดียวกันกับ Thor: Ragnarok ที่ในภาคนี้พลิกโฉมใหม่กลายเป็นเทพเจ้าสายฟ้าสุดฮา ที่พ่วงเอาทุกตัวละครมาเต็มทั้งความเด๋อ ความเกรียน ชนิดที่ล้อทุกสิ่งทุกอย่างที่ธอร์เคยไปปรากฎตัว แถมยังดึงเอาเรื่องราวอื่น ๆ มาผสมปนเปอยู่ในเรื่องจนนี่กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัว พิสูจน์ได้จากรายได้ของเรื่องนี้ที่ถล่มอันดับ 1 ไปแทบจะทั่วโลก ถึงเวลาแล้วที่เราจะมาเจาะลึกกันว่าหนังเรื่องนี้มี ฉากลับและฉากที่เชื่อมโยงไปเรื่องอื่นอะไรเอาไว้บ้าง

 

บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาภายในเรื่อง

 

1. ธอร์กลายเป็นกบ เคยปรากฎในฉบับการ์ตูนมาแล้ว

 

                ในฉากรำลึกความหลังระหว่างพี่น้องธอร์และโลกิ ธอร์เล่าว่านอกจากที่โลกิจะแปลงร่างเป็นงูเพื่อมาทำร้ายเขาแล้ว โลกิยังเคยทำให้ธอร์กลายร่างเป็นกบมาแล้วด้วย บทพูดนี้สามารถอ้างอิงได้ถึงตอนหนึ่งในฉบับการ์ตูน ที่โลกิแปลงร่างธอร์ให้กลายเป็นกบ จากเทพเจ้าแห่งสายฟ้า กลายเป็นกบแห่งสายฟ้า...แค่คิดก็ขนลุกแล้ว

 

2. บรรดาแชมป์เปี้ยนแห่งซาคาร์

 

                ในภาพยนตร์ที่เราได้ชมกันไป ฮัลค์ คือแชมเปี้ยนคนล่าสุด ขวัญใจแห่งดาวซาคาร์คนปัจจุบัน แต่ในอดีตนั้นมีผู้ชนะมากมายหลายคนในสังเวียนนี้ และอนุสรณ์ของพวกเขาคือรูปปั้นใบหน้าที่ติดตั้งอยู่บนหอคอยที่พักของเหล่านักสู้ สิ่งที่น่าสนใจก็คือในบรรดาใบหน้าเหล่านั้นมีตัวละครของมาร์เวลที่ไม่เคยปรากฎในภาพยนตร์เรื่องไหนมาก่อนด้วย ไม่ว่าจะเป็น อมนุษย์แห่งหนองน้ำ Man-Thing หรือ หัวที่สวมหมวกของนักรบกรีก (คาดการณ์ว่าจะเป็นเทพเจ้าสงครามของมาร์เวล), ไบบีสต์ เอเลียนสองหัวที่ในฉบับการ์ตูนถือเป็นคู่ปรับคนสำคัญของฮัลค์

                และที่สำคัญที่สุดคือ เบต้าเรบิลล์ ผู้ถือครองค้อนธอร์และครอบครองพลังสายฟ้าในจักรวาลคู่ขนาน โดยเบื้องหลังนั้น เควิน ฟีจ หนึ่งในโปรดิวเซอร์ของ Thor: Ragnarok บอกว่าจริง ๆ แล้วมีฉาก cameo ของเบต้าเรบิลล์ด้วย แต่มันสั้นเกินไป เขาเลยเลือกที่จะตัดมันออกเพื่อไม่ให้แฟน ๆ ผิดหวัง (ที่มา Screenrant.com)

 

3. ที่มาของชื่อ สแครบเบอร์ 142

 

                หนึ่งในตัวละครที่สามารถแจ้งเกิดในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีคงหนีไม่พ้น วัลคีรี เทพีนักรบสาวที่เคยประมือกับเฮลา จนหลุดมิติไปยังดาวซาคาร์ก่อนหน้าธอร์ เธอทำงานแลกกับเงินให้กับ The Grandmaster เขาดูจะถูกอกถูกใจเธออยู่ไม่น้อย และตั้งชื่อให้เธอว่า สแครบเบอร์ 142 ซึ่งตัวเลข 142 นี้ก็มาจากเลขเล่มของการ์ตูน Hulk ที่วัลคีรีได้ไปปรากฎตัวนั่นเอง

 

4. 3 นักแสดงมหรสพล้อเลียน Thor: The Dark World

 

                หลังจากจัดการอสูรยักษ์ไฟเซอร์เทอร์ไปเป็นที่เรียบร้อย ธอร์พุ่งตรงกลับไปยังแอสการ์ดและบังเอิญได้ดูมหรสพเรื่องราวสุดบิดเบือนที่อำนวยการสร้างโดยโลกิในร่างของโอดิน เล่าเรื่องราวการเสียสละของโลกิในธอร์ภาคที่ 2 โดยนักแสดงที่มารับเชิญเพื่อแสดงในมหรสพนี้มีอยู่ด้วยกัน 3 คน คือ 1.แมตต์ เดมอน แสดงเป็นโลกิ 2.ลุค แฮมส์เวิร์ธ น้องชายของคริส แฮมส์เวิร์ธ แสดงเป็นธอร์ และแซม นีล แสดงเป็น โอดิน

 

5. เฉลยที่มาของถุงมือเกรียนที่ปรากฎในคลังของโอดิน

 

                ปล่อยให้แฟน ๆ สงสัยกันมาอย่างยาวนานว่าถุงมือ Infinity Gauntlet ที่ปรากฎในคลังสมบัติของโอดินในภาคแรกนั้นมาได้อย่างไร ทำไมถึงมีอัญมณีครบทุกอัน ในภาคนี้ก็ได้เฉลยแล้วในฉากที่เฮลา เดินชมของในห้องสมบัติ พร้อมกับปัดถุงมือเกรียนนี้อย่างไม่ใยดี พร้อมคอนเฟิร์มให้รู้กันชัดๆ ทั่วๆ ว่า “นี่ก็ของปลอม ของส่วนใหญ่ในนี้ก็เป็นของปลอมทั้งนั้นล่ะ”

 

6. ที่มาที่ไปของเทพีแห่งความตาย

 

                อย่างที่เราได้ดูกันไปในภาพยนตร์ เฮลา คือ ลูกสาวคนโตของโอดิน ด้วยความทะเยอทะยานและความกระหายในอำนาจ ทำให้เธอถูกโอดินเนรเทศไปยังดินแดนไกลสุดกู่ (จะใช่นิลฟ์ไฮม์ ดินแดนแห่งนรกหรือไม่ ยังไม่มีการคอนเฟิร์ม) แต่ในฉบับการ์ตูนและตำนานเทพนอร์สนั้น เฮลา คือลูกสาวของโลกิ และเป็นหนึ่งในสัญญาณของวันแร็คนาร็อค ลองคิดดูสิถ้าในหนังเป็นลูกของโลกิด้วย มันคงพิลึกไม่น้อย

 

7. มุกของ Korg อ้างอิงถึงหนังของผู้กำกับ

 

                ในฉากเตรียมตัวไปสู้ในสังเวียนของธอร์ เขาได้คุยกับ Korg ว่าจะเลือกอาวุธชิ้นไหนดี ธอร์เสนอว่าเป็นหอกสามแฉกดีไหม? รุ่นพี่มนุษย์หินจึงได้พูดขึ้นมาว่าไม่มีใครเอาหอกนั่นไปสู้หรอก ยกเว้นจะเอาไว้จัดการแวมไพร์เท่านั้น ซึ่งนี่ก็เป็นการอ้างอิงถึงหนังเรื่องก่อนของไทกา ไวตีตี้ ชื่อว่า We Do in the Shadows เป็นหนังสยองขวัญปนตลกสัญชาตินิวซีแลนด์

 

8. ธอร์ ราชาแห่งแอสการ์ด

 

                ในการต่อสู้สุดท้ายระหว่างธอร์ และเฮลา เทพเจ้าสายฟ้าของเราเพลี่ยงพล้ำจนสูญเสียดวงตาข้างขวาไป แม้จะได้อัพเกรดพลังใหม่ให้สามารถใช้สายฟ้าโดยไม่มีค้อนมา ก็ไม่สามารถเอาชนะเทพีแห่งความตายได้ ซึ่งรูปลักษณ์ใหม่ของเขานี้เองเป็นการอ้างอิงถึง ธอร์ในฉบับการ์ตูน ซึ่งได้กลายเป็นราชาแห่งแอสการ์ดในวัยชรา พร้อมไร้ดวงตาข้างขวาเช่นเดียวกัน

 

9. เจ้าเป็นเทพแห่งอะไรนะ?

 

                “ข้าไม่ใช่ราชินี หรือปีศาจ ข้าคือเทพีแห่งความตาย แล้วเจ้าล่ะเป็นเทพแห่งอะไรนะ?” ประโยคเด็ดของเฮลาที่พูดในการต่อสู้ระหว่างเธอกับธอร์ จริง ๆ แล้วประโยคที่ว่านี้อ้างอิงมาจากฉบับการ์ตูน แต่เป็นตัวละครอื่นที่ไม่ใช่เธอด้วย

 

10. แอสการ์ดแห่งใหม่

 

                ในตอนจบนั้นธอร์และเหล่าบรรดาผู้อพยพแห่งแอสการ์ดได้เลือกที่หมายใหม่เป็นโลกมนุษย์ ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่าเขาจะได้ไปถึงโลกไหม แต่ในฉบับการ์ตูนนั้น ธอร์และเหล่าชาวแอสการ์ดได้เคยไปตั้งถิ่นฐานใหม่บนโลก โดยตั้งอยู่ในเมืองบร็อกซ์ตัน รัฐโอคลาโฮมา สหรัฐอเมริกา

 

11. “เย้! เขาโดนเหมือนข้าเลย!!”

 

                ฉากสุดสะใจ (ของโลกิ) ในการประลองระหว่างฮัลค์และธอร์ ในจังหวะที่ฮัลค์จับขาของธอร์แล้วฟาดไปมา ทำเอาเทพแห่งการหลอกลวงอย่างเขารำลึกได้ถึงความหลัง แล้วร้องตะโกนขึ้นมาอย่างสะใจ เรียกเสียงฮาจากผู้ชมอย่างเรา ๆ ได้เป็นอย่างดี อย่างที่รู้กันว่านี่เป็นการดึงเอาฉากที่โลกิถูกพี่ยักษ์เขียวฟาดกระหน่ำมาจากหนังเรื่อง Avengers แม้ฮัลค์จะไม่ได้ด่าธอร์ทิ้งท้ายว่า “เทพกระจอก” แต่แค่นั้นก็ทำให้น้องชายขี้ใจน้อยอย่างโลกิพึงพอใจได้แล้ว

 

12. “ตะวันกำลังจะลับฟ้า...”

 

                อีกหนึ่งประโยคที่ถูกนำมาล้อเลียน คือประโยคที่เป็นรหัสลับระหว่างนาตาชา โรมานอฟ กับ ฮัลค์และบรูซ แบนเนอร์ “ตะวันกำลังจะลับฟ้า...” พี่ธอร์เล่นนำมาใช้ซะยับจนบรูซ แบนเนอร์ถึงกับต้องโอดครวญให้หยุดเสีย นี่คือประโยคที่หลายคนคุ้นหูกันดีมาจากเรื่อง Avengers: Age of Ultron

 

13. Contest of the Champions

 

                ต้นฉบับหลักของสังเวียนประลองที่เราได้ชมกันไปใน Thor: Ragnarok นั้นได้มาจากการ์ตูนในหัวเรื่อง Marvel Super Hero Contest of the Champions ซึ่งวางขายในปี 1982 เป็นเรื่องที่รวมเอาบรรดาฮีโร่ในจักรวาลมาร์เวลเกือบทั้งหมดมาลงสังเวียนประลองการแข่งขันกัน ไม่ได้มีเพียงแค่ฮัลค์ หรือธอร์อย่างที่เราได้ชมกันไป

 

14. แรงบันดาลใจด้านงานภาพจาก แจ็ค เคอร์บี้

 

                เราคงจะได้เห็นแล้วว่าสีสันในภาพยนตร์เรื่องนี้สดใส และถูกปรับโทนใหม่ชนิดที่เป็นเหมือนหนังคนละเรื่อง โดยบรรดาสีสันและสไตล์การออกแบบเหล่ามนุษย์ต่างดาวในเรื่องนี้นั้นล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานของหนึ่งในตำนานผู้เขียนการ์ตูนแห่งมาร์เวลอย่าง แจ็ค เคอร์บี้ ซึ่งผู้กำกับไทกา ไวตีตี้ได้เลือกเอาภาพยานอวกาศจากหน้าปกของการ์ตูน Fantastic Four เล่มที่ 64 (วางขายในปี 1967) มาเป็นฉากแบ็คกราวน์ซ่อนเอาไว้ในฉากห้องที่โลกิ และ The Grandmaster ใช้ดูการประลอง

               

15. Brunhilde วัลคีรีสาวผมบลอนด์ตามฉบับการ์ตูน

 

                ตั้งแต่เปิดตัวว่าวัลคีรีในฉบับภาพยนตร์จะเป็นสาวผิวสี แตกต่างจากในฉบับการ์ตูนที่เป็นสาวผิวขาว ผมบลอนด์ ก็มีกระแสวิจารณ์ในเชิงไม่เห็นด้วยออกมาไม่น้อย แต่ในภาพยนตร์จริงก็ไม่ได้ทิ้งตัวละครนี้ไป ในฉากย้อนความหลังที่โลกิโชว์ให้วัลคีรีดู เธอและกองทัพวัลคีรีได้เข้าปะทะกับเฮลา โดยต่อหน้าต่อตาของเธอนั้นวัลคีรีสาวผมบลอนด์ผู้เป็นเหมือนเพื่อนรัก ได้โดนดาบของเฮลาเสียบทะลุร่าง เสียชีวิตไป วัลคีรีผมบลอนด์คนนั้นชวนให้เรานึกถึงวัลคีรีตามฉบับการ์ตูนได้เป็นอย่างดี

 

 

                นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของฉากที่ซ่อนไว้ และฉากเชื่อมโยงไปสิ่งต่าง ๆ ของ Thor: Ragnarok แฟนพันธุ์แท้ของมาร์เวลคงไม่มีทางพลาดเรื่องราวเหล่านี้ แน่นอนว่ายังมีฉากที่ว่าซ่อนเอาไว้อีกไม่น้อย คงต้องเป็นหน้าที่ของแฟนภาพยนตร์เข้าไปค้นหากันแล้วล่ะ

 

 

ข้อมูลและภาพจาก

IGN.com และ Screenrant.com

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram