ปลุก 'อะพอคคาลิปส์' ตื่นขึ้นจากการหลับใหล กับเรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้ อ่านก่อนไปมันส์ x-men apocalypse

ปลุก  'อะพอคคาลิปส์' ตื่นขึ้นจากการหลับใหล
กับเรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้ อ่านก่อนไปมันส์ x-men apocalypse

 

 

 เริ่มต้นจากความสำเร็จของ X-MEN ภาคแรกในปี 2000 ตามมาด้วยหนังทำเงินอย่าง X2 ในปี 2003  ซิงเกอร์ได้ผสมผสานหนังดรามาที่ขับเคลื่อนด้วยตัวละคร หนังไซไฟ หนังแอ็คชัน และหนังผจญภัยเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืนในหนังทั้งสองภาคนี้ รวมถึง X-MEN: DAYS OF FUTURE PAST ในอีกหลายปีต่อมา

ซิงเกอร์สนใจเป็นพิเศษเรื่องที่อะพอคคาลิปส์สถาปนาตนเองให้เป็นเทพเจ้า “ผมหลงใหลความคิดเรื่องพลังของมนุษย์กลายพันธุ์โบราณ มนุษย์กลายพันธุ์จะคิดอย่างไรถ้าเขาหรือเธอเกิดเมื่อ 20,000 หรือ 30,000 ปีก่อน แน่นอนว่าพวกเขาต้องคิดว่าตัวเองเป็นเทพเจ้าและคงทำตัวเหมือนเป็นเทพเจ้า แล้วก็คงได้รับการนับถือบูชาเหมือนเป็นเทพเจ้าด้วย
“อะพอคคาลิปส์เชื่อว่าเขามีหน้าที่สร้างสังคมขึ้นมาและกำจัดความป่าเถื่อนแต่กำเนิดออกไปจากตัวมนุษย์ ในช่วงหลายพันปี อะพอคคาลิปส์ทำเช่นนี้มาแล้วหลายครั้งกับผู้คนในอารยธรรมต่างๆ เช่น ชาวบาบีลอน ชาวอาร์เคเดียน ชาวสุเมเรียน และเขาก็ได้รับการขนานนามเป็นเทพเจ้าหลายองค์ในหลายชั่วอายุคน”

“ไบรอันพาเราย้อนกลับไปสู่ประวัติศาสตร์เพื่อนำเอาตัวร้ายอันน่าทึ่งนี้กลับมาจากอดีตอันห่างไกล” ผู้อำนวยการสร้าง ฮัตช์ พาร์กเกอร์ กล่าว ก่อนหน้าที่โลกจะรู้จักมนุษย์กลายพันธุ์มาเป็นเวลานาน อะพอคคาลิปส์ได้ปกครองโลกในฐานะเทพเจ้า แท้จริงแล้ว “เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นแค่เทพเจ้าองค์หนึ่ง แต่เป็นพระเจ้าเพียงหนึ่งเดียว” คินเบิร์กกล่าว “เป็นความคิดที่เหมาะกับตัวร้ายเป็นอย่างดีเลยครับ ไม่ใช่แค่การต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์กลายพันธุ์อย่างที่เราได้เห็นในภาคก่อนๆ แต่เป็นโลกที่อะพอคคาลิปส์ได้นึกภาพไว้ เป็นโลกที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะอยู่รอด”

 “เขาเป็นภัยคุกคามแบบที่เอ็กซ์เม็นไม่เคยรู้จักมาก่อน” พาร์กเกอร์เสริม “อะพอคคาลิปส์เป็นมนุษย์กลายพันธุ์จากยุคโบราณที่แปลกแตกต่างออกไป”

เนื่องจากมีภาพจินตนาการถึงการทำลายล้างโลกของอะพอคคาลิปส์ จึงไม่น่าแปลกใจที่งานนี้เป็นหนังตระกูลเอ็กซ์เม็นซึ่งตั้งเป้าหมายด้านงานภาพเอาไว้สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา “เราไม่ได้แค่เดินทางไปทั่วโลก เรากำลังพูดถึงการที่โลกอาจถึงจุดจบและจักรวาลก็อาจถึงจุดจบด้วย” ผู้กำกับภาพ นิวตัน โธมัส ซีเกลกล่าว เขาทำงานร่วมกับซิงเกอร์มาก่อนหน้านี้ใน X-MEN: DAYS OF FUTURE PAST, X2 และ X-MEN รวมถึงหนังอีกหลายเรื่อง ออสการ์ ไอแซ็ค ผู้รับบทเป็นตัวละครสำคัญตัวนี้กล่าวว่า “เราจัดฉากเพื่อสงครามครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างมนุษย์กลายพันธุ์กับสุดยอดมนุษย์กลายพันธุ์ การต่อสู้ระหว่างเหล่าเอ็กซ์เม็นกับอะพอคคาลิปส์ครั้งนี้บ้าคลั่งสุดๆ ไปเลยครับ!”
ผู้ชมได้เห็นภาพของอะพอคคาลิปส์เป็นครั้งแรกในฉากหลังเครดิตท้ายเรื่องของ X-MEN: DAYS OF FUTURE PAST เป็นภาพมนุษย์กลายพันธุ์รายนี้ในวัยหนุ่มกำลังสร้างปิรามิดด้วยการใช้พลังจิต ขณะที่เหล่าบริวารเฝ้าดูอยู่

 

 

อะพอคคาลิปส์หายไปนาน 5,000 ปี โดยการหลับไหลของเขาเริ่มต้นขึ้นในช่วงที่อารยธรรมขึ้นถึงจุดสูงสุด และไปสิ้นสุดลงเมื่ออารยธรรมเรียกได้ว่าไปถึงจุดต่ำสุดพอดี เมื่ออะพอคคาลิปส์ตื่นขึ้นที่กรุงไคโรในปี 1983 หลังจากหลับไปนานหลายพันปี เขาก็รู้สึกตกใจและรับไม่ได้กับความตกต่ำของโลก ทั้งบรรดารถรา เสียงดังหนวกหู และมลพิษ ทั้งหมดล้วนเป็นสัญญาณถึงโลกอันล้มเหลวซึ่งเขาจำเป็นต้องชำระล้าง ภารกิจของเขาก็คือกำจัดผู้อ่อนแอให้สิ้นซากและสร้างโลกขึ้นมาใหม่ให้ผู้ที่แข็งแกร่ง

“ยุคนั้นเป็นยุคสมัยของความขัดแย้ง สงคราม และการทำลายล้าง” ซิงเกอร์กล่าว “อะพอคคาลิปส์มองว่าอารยธรรมนี้จำเป็นต้องคัดกรองส่วนเกินออกไปอย่างรีบด่วน สังคมเต็มไปด้วยค่านิยมผิดๆ ผู้คนหันมาบูชาเงินตราและครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งทำให้พวกเขาหลงผิดคิดว่าตัวเองมีพลังเหมือนพระเจ้า สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่อะพอคคาลิปส์รับไม่ได้ เขาจึงต้องการให้มันยุติลงและเริ่มต้นทุกอย่างใหม่หมดอีกครั้ง สร้างโลกขึ้นมาใหม่ให้เป็นไปตามภาพที่เขาคิดไว้”
คินเบิร์กเติบโตมากับยุคแปดศูนย์ เขาจึงเข้าใจดีว่ายุคนั้นเต็มไปด้วยความล้นเกิน ทั้งในแง่ทรงผม แฟชั่น และรถยนต์ “อะพอคคาลิปส์เดินทางจากความสมบูรณ์แบบในวัฒนธรรมอียิปต์โบราณมาพบวัฒนธรรมในปี 1983 ซึ่งมีประชากรแออัด มลพิษ และภัยสงครามนิวเคลียร์” เขากล่าว “แรงจูงใจของเขาจึงเป็นที่เข้าใจได้ ถึงแม้ว่าวิธีการและเป้าหมายที่เขาตั้งไว้จะสุดโต่งก็ตาม”  

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram