Review แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว | คำตอบของหมามองเครื่องบินควรเฝ้ารอหรือเดินจากไป?

Review แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว
คำตอบของหมามองเครื่องบินควรเฝ้ารอหรือเดินจากไป?

 

หมามองเครื่องบิน...คำเปรียบเทียบแบบเจ็บๆ ที่ใครหลายคนคงเคยรู้สึกแบบนี้ การเฝ้ามองใครสักคนด้วยความรักแม้จะรู้ว่า ‘เธอคนนั้น’ อยู่สูงเกินจะไขว่คว้า เป็นการรอคอยที่ไม่มีวันเป็นจริงได้แต่เราก็ยังหวังว่า สักวันหนึ่งมันอาจจะมีวันนั้นที่เป็นของเราบ้าง?... โต้ง บรรจง หยิบเอาประเด็นรักที่เข้าถึงคนกลุ่มใหญ่มาเล่าเป็นเรื่องราวในหนังรักโรแมนติกผสมกลิ่นดราม่าใน Fanday..แฟนกันแค่วันเดียว หนังเปิดค่าย GDH599  ได้เต๋อ ฉันทวิทย์ มารับบท เด่นชัย หนุ่มไอทีที่ถูกเปรียบเป็นหมาวัด ผู้แอบมองดอกฟ้าอย่าง นุ้ย รับบทโดย มิว นิษฐา โดดมาเล่นหนังใหญ่ครั้งแรก ท่ามกลางฉากหลังสวยๆ โรแมนติก ของฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

 

 

Fanday..แฟนกันแค่วันเดียว เป็นเรื่องราวชีวิตของ เด่นชัย หนุ่มไอทีหัวหยิก ฟันเก อ้วนลงพุง ผู้ไม่มีใครจดจำเขาได้และเป็นเหมือนคนไร้ตัวตนในออฟฟิศ นอกจากคนในแผนกเดียวกันกับเขาแล้ว ยังมี นุ้ย สาวมาร์เก็ตติ้งคนใหม่ที่มาขอให้เขาช่วยต่อปริ๊นท์เตอร์ให้และเธอก็บังเอิญจำชื่อของเด่นชัยได้ หลังจากนั้น เด่นชัย ก็แอบชอบนุ้ยมาตลอดแม้จะรู้ว่าเขาเป็นคนไม่คู่ควรก็ตาม แต่เหตุการณ์ปาฏิหาริย์แห่งรักก็ช่วยดลใจให้คนสองคนมาอยู่ใกล้กัน เมื่อวันหนึ่ง บริษัทพาไปเอาท์ติ้งที่ฮอกไกโดและนุ้ยเกิดมีอาการความจำเสื่อมชั่วคราว ซึ่งอาการนี้จะหายได้เองภายใน 24 ชั่วโมง เด่นชัยจึงถือโอกาสนี้หลอกนุ้ยว่า เขาเป็นแฟนของเธอ เรื่องราววุ่นๆจึงเกิดขึ้น  

 

 

Fanday..แฟนกันแค่วันเดียว  มีส่วนผสมของหนังสามสไตล์ให้คนดูได้อิ่มเอมไปกับเรื่องราวบทคอมเมดี้ที่เสิร์ฟมาแบบพอดี โรแมนติกที่ชวนให้คนดูยิ้มประทับใจแต่ไม่หวานเลี่ยน และบทดราม่าที่เป็นส่วนหนักของเรื่อง เราชอบประเด็นการนำเสนอเรื่องราวความเจียมตัวของเด่นชัย การกล้าเผชิญในการเอื้อมไปเด็ดดอกฟ้าและผลลัพธ์ที่ตามมา สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราจุกและน้ำตาซึมคือสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นอย่างไร การยอมรับความเป็นจริง คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิต นอกจากนี้ Fanday..แฟนกันแค่วันเดียว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงที่ว่าสิ่งที่คนมัก พูดอยู่บ่อยๆว่า หน้าตาไม่สำคัญ สำคัญที่หัวใจมากกว่า แต่นั่นแหละ บางทีมันก็ปฏิเสธอไม่ได้ว่า  รูปลักษณ์ภายนอกยังไงก็มีส่วนในการตัดสินคนในสายตาอยู่ดี รวมถึงประเด็นเสียดสีสังคมออฟฟิศที่ทุกวันนี้ล้วนใส่หน้ากากเข้าหากัน 

อีกสิ่งหนึ่งที่เรามองว่าเป็นจุดดีคือการเลือกเพลงเข้ามาใช้ในหนัง มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ใช้เพลง ฝันลำเอียง ของพี่แจ้ ดนุพล เป็นเพลงเก่าที่คนรุ่นนี้อาจจะไม่ทัน แต่พอฟังเนื้อเข้าจริงๆแล้วมันตรงกับหนังแบบเป๊ะๆ แถมเสียงนุ่มๆของพี่แจ้ยังบาดลึกไปถึงคนดูด้วย ท่อนหนึ่งที่ว่า "...แต่ฝัน ลำเอียง ไม่เหมือน ความจริง ทิ้งเราให้หลง ในพะวัง..." ทำให้เราคิดได้ว่าแค่ได้ฝันถึงก็มากเกินพอแล้วสำหรับคนอย่างเรา 

 

 

การประกบคู่กันระหว่าง มิว นิษฐา กับ เต๋อ ฉันทวิทย์ เป็นคู่เคมีที่เข้ากันอย่างมาก ทั้งสองคนนำภาพยนตร์ทั้งเรื่องให้คนดูได้เข้าถึงอารมณ์แบบถึงสุดหัวใจของตัวละคร เต๋อ ทำให้เรารู้สึกได้จริงๆว่าเขาเป็นคนนอกสายตา หมาผู้เฝ้ามองเครื่องบิน แทนตัวตนของคนกลุ่มที่เป็นผู้แพ้ทั้งในเรื่องหน้าตา หน้าที่การงานและโชคชะตาความรัก เชื่อได้ว่า สัมผัสกับคนดูส่วนใหญ่ได้แน่นอน

 มิว นิษฐา เธอก็สวยสะพรั่งราวกับนางฟ้าจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มอันสดใส แววตา น้ำเสียง คือส่วนสร้างสีสันดึงดูดให้เราอยู่กับหนังได้ตลอดทั้งเรื่อง บางฉากเมื่อทั้งสองคนมาคู่กันอาจจะทำให้เราเขินจนจิกเบาะไปเลยก็ได้ โลเคชั่นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้พาเราไปสู่ห้วงอารมณ์แห่งความรัก หิมะโปรยปราย บรรยากาศโรแมนติกทำให้เราหวนนึกถึงความเป็นเกาหลีที่เคยอยู่ในกวน มึน โฮ ดูจบแล้วอยากจะลองไปสัมผัสเทศกาลหิมะที่ฮอกไกโดสักครั้ง เชื่อได้ว่า แฟนเดย์ จะมีส่วนกระตุ้นให้คนไปเที่ยวที่นั่นเพิ่มมากขึ้น

 

 

Fanday..แฟนกันแค่วันเดียว บางอารมณ์ทำให้เรารู้สึกถึงกวนมึนโฮ  พาร์ทดราม่าของหนังที่หนักหน่วงทำออกมาได้โดนใจเจ็บจี๊ด ส่วนผสมทั้งหนัง เพลง โลเคชั่น และนักแสดงเป็นส่วนที่ทำให้ แฟนเดย์ เป็นอีกรสชาติความรักที่โต้ง บรรจงมอบให้กับคนดู เชื่อว่า มีหลายมุมในหนังเรื่องนี้ที่คนที่มีความรักในหัวใจจะสัมผัสถึงวันเดียว วันเดย์ วันที่เราได้รับรู้ถึงบทเรียนว่า หมายังควรจะเฝ้ามองเครื่องบินอยู่ต่อไปหรือไม่...

 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram