มาร์ค ออสบอร์น เผย เจ้าชายน้อย เคารพต้นฉบับดั้งเดิม ผสานงานสต็อปโมชั่น

มาร์ค ออสบอร์น เผย เจ้าชายน้อย เคารพต้นฉบับดั้งเดิม
ผสานงานสต็อปโมชั่น 

 

 

ากวรรณกรรมที่ทุกคนหลงรักของ อองตวน เดอ แซงเตกซูเปรี (Antoine de Saint-Exupéry) มาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ทั่วโลกรอคอย กว่า 70 ปีที่หนังสือเรื่อง The Little Prince (เจ้าชายน้อย) ตีพิมพ์และวางจำหน่ายไปกว่า 250 ภาษา วรรณกรรมเรื่องนี้ก็เคยได้รับการดัดแปลงเป็นสื่ออื่น ๆ มาแล้วหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ การ์ตูน ละครเวที อุปรากร จนถึงภาพยนตร์ที่ใช้คนแสดง ล่าสุดในปี 2015 เจ้าชายน้อย พร้อมจะโลดแล่นอีกครั้งบนจอเงินในรูปแบบแอนิเมชั่น ซึ่งถือเป็นโปรเจกต์ฟอร์มยักษ์ระดับคุณภาพของค่าย เอ็ม พิคเจอร์ส เพราะได้ มาร์ค ออสบอร์น (Mark Osbone)  ผู้กำกับฯ จากแอนิเมชั่นฮิตทั่วโลก Kung Fu Panda มานั่งแท่นเป็น ผู้กำกับภาพยนตร์ 

 

 

“... ตอนแรกผมคิดว่าหนังสือเรื่องนี้มันยากมากที่จะทำออกมาเป็นหนัง หนังสือเรื่องนี้มีความสำคัญต่อผมมาก เพราะผมจำได้ว่าภรรยาผมมอบให้เป็นของขวัญตอนเรียนมหาวิทยาลัยด้วย ผมติดใจทุกอักษร ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏบนหน้ากระดาษ หนังสือเล่มนี้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผมและใครหลายๆคนที่ได้อ่าน เมื่อผมจะทำหนังเรื่องนี้ ผมจึงตัดสินใจสร้างเรื่องราวใหม่รอบๆตัวหนังสือ แล้วรักษาตัวหนังสือต้นฉบับไว้เพื่อเป็นการเคารพต้นฉบับ โดยเป้าหมายผู้ชมของหนังเรื่องนี้มีสองกลุ่มคือ คนอ่านหนังสือมาแล้วหรือคนรักหนังสือ และคนที่ยังไม่เคยอ่านหนังสือซึ่งหนังเรื่องนี้แหละจะทำให้พวกเขาได้ริเริ่มอ่านหนังสือมากขึ้น  เมื่อผมอ่านหนังสือ ผมตีความว่านักบินคนนั้นคือตัวนักเขียน แม้จริงๆแล้วนักเขียนเองไม่ได้อ่านหนังสือของตนเองเลยหลังจากได้ตีพิมพ์ ส่วนลุงนักบินคนนั้นอาจจะเป็นเจ้าชายน้อย และการวางตัวเด็กหญิงคนนั้น ผมวางตัวละครว่าเธอเป็นผู้ใหญ่ในร่างเด็ก 9 ขวบ แล้วกำลังเผชิญวิกฤตวัยกลางคน เธอต้องการเพื่อน แล้วลุงนักบินคนนั้นก็กลายเป็นเพื่อนรู้ใจ อีกทั้งเขาเป็นตัวแทนของพ่อ ตัวแทนของปู่ และผู้เปิดโลกจินตนาการให้เด็กหญิงรับรู้ 

 

 

หนังใช้ระยะเวลากว่า 4 ปีในสร้าง ซึ่งในการทำหนังเรื่องนี้ ผมใช้เทคนิคสองส่วนที่แตกต่างมาผสมผสานกัน ระหว่างโลกแห่งความจริงที่เด็กหญิง คุณแม่ และ คุณลุงนักบิน อาศัยอยู่ จะถ่ายทอดในรูปแบบคอมพิวเตอร์กราฟฟิก 3 มิติ แบบเดียวที่ใช้กับแอนิเมชั่นค่าย Pixar และ Dreamworks  ส่วนโลกของเจ้าชายน้อย ก็จะถ่ายทอดในรูปแบบ สต็อปโมชั่น เพื่อเป็นประโยชน์ในการสร้างสรรค์รายละเอียดตัวละครในโลกของเจ้าชายน้อย โดยเฉพาะการสร้างตัวละครจากดินน้ำมัน และการสร้างฉากในหนังมาจากการพับปะติดกระดาษ พร้อมระบายด้วยสีน้ำ ซึ่งส่วนของสต็อปโมชั่นถือเป็นงานท้าทายมากที่สุด แล้วผลออกมาดูตื่นตะลึง ให้ความรู้สึกว่าทุกอย่างที่ปรากฏบนกระดาษหนังสือเรื่องเจ้าชายน้อยมีชีวิตโลดแล่นขึ้นมา…”  มาร์ค ออสบอร์น เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจ และเทคนิคในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้

ซึ่งการใช้เทคนิคการสร้าง 2 รูปแบบนี้ก็ตรงกับแนวคิดในการออกแบบงานสร้างโดย ลู โรมาโน (Lou Romano) ผู้เคยออกแบบงานสร้างมาแล้วจากเรื่อง Ratatouille (2007), The Incredibles (2004),UP (2009) ฯ และ เซลีน เดส์รูโมซ์ (Celine Desrumaux) ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างเทคนิคพิเศษทางภาพของ Harry Potter and the Deathly Hallows part 1(2010)  นอกจากนี้ยังมีทีมงานคุณภาพอีกคั่บคั่ง อาทิ ร่วมเขียนบทโดย ไอรีน บริกนัล (Irena Brignull)  ที่เขียนบท The Boxtrolls ผลงานเข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม และ บ็อบ เพอซิเชตติ (Bob Persichetti) จาก Sherk (2004), Monster vs. Alens (2009), Puss in Boots (2011)  อีกทั้งยังได้ ฮานส์ ซิมเมอร์ (Hans Zimmer) คอมโพเซอร์หนังฟอร์มยักษ์ระดับตำนานอย่าง Gladiator, The Dark Knight, Interstellar ฯ  ร่วมกับ ริชาร์ด ฮาร์วีย์ (Richard Harvey) ที่เคยฝากผลงานมาแล้วจาก ตำนานสมเด็จพระนเรศวร 1 และ 4 มาร่วมทำดนตรีประกอบอีกด้วย

"The Little Prince เจ้าชายน้อย" แอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์จาก เอ็ม พิคเจอร์ส  เข้าฉาย 22 ตุลาคมนี้ ในรูปแบบปกติ และดิจิตอล 3 มิติ ในโรงภาพยนตร์ 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram