12 ความลับเบื้องหลังการสร้าง Captain America: Civil War เรื่องนี้ไม่รู้ไม่ได้!

12 ความลับเบื้องหลังการสร้าง Captain America: Civil War
เรื่องนี้ไม่รู้ไม่ได้!

 

โดย Aye, Ms. You.

 

สปอยล์แรงมากถึงขั้นสุด ใครยังไม่ได้ดูอย่าเพิ่งเลื่อนนน!

 

วินาทีนี้ คงปฏิเสธได้ยากว่า Captain America: Civil War กำลังก้าวขึ้นครองอันดับ 1 ทั้งในใจของผู้ชมและบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก โดยล่าสุดไต่อันดับหนังทำเงินแห่งปี 2016 ขึ้นไปถึงอันดับที่ 2 ได้แล้ว แพ้แค่ Zootopia หนังแอนิเมชั่นจากค่ายเดียวกันเท่านั้น แต่รู้มั้ยว่ากว่าที่สองพี่น้องรุสโซ่ ผู้กำกับ Civil War จะเข็นหนังแอคชั่นปนดราม่าครบรสแบบนี้ออกมาได้ พวกเขาต้องเจอกับอุปสรรคและการฝ่าฟันทางความคิดสร้างสรรค์ยังไงบ้าง มา! เราจะพาเพื่อนๆไปดูกระบวนการสร้างของ Captain America: Civil War อย่างใกล้ชิดเลย!

 

 

1. ผู้กำกับเริ่มเห็นความจำเจของหนังซูเปอร์ฮีโร่ หาวิธีเปลี่ยนด่วน!

สองพี่น้องรุสโซ่ ผู้กำกับ Captain America: Civil War เริ่มเห็นแพทเทิร์นที่เหมือนกันทั้งในคอมิกและในหนังซูเปอร์ฮีโร่ พวกเขาจึงคิดหาวิธีเปลี่ยนให้ Civil War มีรสชาติขึ้นมาหน่อย และเปลี่ยนความจำเจตรงนั้นซะ โดยเฉพาะในองก์สุดท้ายของหนังที่ปกติจะเป็นฉากสู้กับของเหล่าร้ายที่อาศัย CGI ระเบิดระเบ้อ แต่ใน Civil War นั้นมันกลับเป็นวายร้ายคนธรรมดาอย่าง “ซีโม่” (แดนียล บรูห์ล) ที่เขารู้ตัวว่าสู้พวกฮีโร่ไม่ได้แน่ๆ แต่แล้วเขาก็ค้นพบจุดอ่อนของเหล่าฮีโร่ และใช้มันให้เป็นประโยชน์ซะนั่นเอง

 

 

2. กัปตันอเมริกาไม่ได้ถูกวางให้ตายเหมือนในคอมิกตั้งแต่แรกแล้ว

สองพี่น้องรุสโซ่ไม่เคยคิดจะให้กัปตันอเมริกาตายเหมือนอย่างในคอมิกตั้งแต่แรก เพราะเขามองว่ามัน “ง่าย” เกินไป พวกเขามองหาตอนจบที่ซับซ้อนและน่าสนใจกว่านั้น พวกเขากำลังสำรวจในส่วนที่ฮีโร่ทั้ง 2 คนแตกคอกัน และถ้าเขาฆ่าแคปซะ ประเด็นตรงนั้นก็จบไป เพราะแน่นอนว่าความผิดต้องไปตกที่โทนี่ สตาร์คแน่ๆ พวกเขายังบอกอีกว่า Civil War เป็นสงครามของ “ครอบครัว” และการจบแบบที่ไม่เหมือนคอมิกนั้นจะทำให้เขาสามารถสำรวจ “ความสัมพันธ์” ต่อไปได้อีก ในแง่ที่ว่าการแตกหักครั้งนี้จะทำให้พวกเขากลับมาคืนดีกันได้มั้ย? มิตรภาพจะแตกหักสะบั้นตรงนี้จริงหรอ? นั่นเอง

 

 

3. ”เพ็พเพอร์ พ็อตส์” ไม่ได้จะมาปรากฏตัวในหนังอยู่แล้ว

แม้จะไม่ได้ปรากฏตัว แต่ กวินเน็ต พัลโทรว์ ผู้รับบท “เพ็พเพอร์ พ็อตส์” หวานใจโทนี่ ก็มีบทบาทสำคัญมาก เพราะเธอคือหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทำให้จิตใจของโทนี่อ่อนแอมากๆในหนัง โจ รุสโซ่ เล่าว่า เขาต้องการให้โทนี่เสียความสมดุลในองก์ที่สาม ตั้งแต่เขาสูญเสียเพ็พเพอร์ เขารู้สึกผิดเป็นอย่างมาก หนังพยายามจะขุดปมความรู้สึกนี้ขึ้นมา เพื่อที่พอถึงองก์ที่สามแล้ว “ความรู้สึกเจ็บปวด” ของโทนี่จะก้าวเข้ามาแทน “สิ่งที่เขาควรจะทำ” นั่นเอง

 

 

4. กัปตันอเมริกา “ไม่ใช่” กัปตันอเมริกาอีกต่อไป

ในซีนสุดท้ายของหนัง กัปตันอเมริกาเอาชนะไอรอนแมน และตัดสินใจทิ้งโล่ของตัวเองไป ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณของ “การบอกลา” บทบาทกัปตันอเมริกา แอนโธนี่ รุสโซ่ เล่าว่า “การทิ้งโล่คือการปฏิเสธตัวตนของกัปตันอเมริกา และกลายเป็นการยืนหยัดในตัวตนของสตีฟ โรเจอร์สแทน” โจ รุสโซ่ ยังเล่าเสริมว่า “เขาเป็นกบฎเต็มขั้นเลย ตั้งแต่ที่ตัวละครของเขาตั้งคำถามกับพลังอำนาจใน The Winter Soldier มาจนถึงหนังล่าสุด สิ่งที่คุณทำให้เขามีความน่าสนใจได้มากที่สุด ก็คือทำให้เขาเปลี่ยนจากทหารผู้รักชาติกลายเป็นกบฎไปในที่สุด”

 

 

5. The Avengers แยกตัวกันแล้ว

ในตอนสุดท้าย สตีฟได้ทิ้งสาส์นไว้พร้อมบอกโทนี่ว่า “อเวนเจอร์เป็นของนายแล้ว” แต่ในความเป็นจริง สมาชิกของทีมนั้นกลับเหลือไม่กี่คน ซึ่ง เควิน ไฟก์ ประธานบริหารได้เล่าให้ฟังว่า มีหลายความเห็นในดิสนีย์ที่คิดว่าในองก์ที่สามนั้น ซูเปอร์ฮีโร่ทุกคนจะกลับมารวมตัวกับสู้เหล่าร้าย แต่สองพี่น้องรุสโซ่ไม่คิดอย่างนั้น เขามองว่าปัญหาไม่ควรถูกคลี่คลายง่ายเกินไป ไม่งั้นมันจะทำลายสิ่งที่ปูมาทั้งหมดในหนัง ... ดูเหมือนว่าอาจจะมีแค่ตัวร้ายระดับบิ๊กอย่าง ธานอส ที่จะนำพาเหล่าอเวนเจอร์สให้กลับมารวมตัวอีกครั้งได้เท่านั้น

 

 

6. แชดวิค โบสแมน คือ แบล็กแพนเธอร์อย่างแท้จริง

“เขาคือตัวเลือกเดียวของเรา” คือคำชมที่ เควิน ไฟก์ มอบให้กับ แชดวิก โบสแมน ผู้รับบท ฝ่าบาท “ทีชัลล่า” ใน Civil War ในตอนออดิชั่นนั้นแชดวิกสร้างสรรค์สำเนียงให้เข้ากับตัวละครชาวแอฟริกันแห่งประเทศวากันด้า และไม่ว่าจะในจอหรือนอกจอ เขาก็ยังคงสำเนียงนั้นตลอดการถ่ายทำ เขามีวิธีการเฉพาะตัวมากทีเดียว

 

 

7. ซีนมหากาพย์สู้กันในสนามบินใช้เวลาคิด 2 ปี

เอกลักษณ์สำคัญของซีนนี้คือ การปะทะอย่างยิ่งใหญ่ในสนามบินเยอรมันระหว่าง #TeamCap และ #TeamIronman ซึ่งใช้เวลากว่า 2 ปีในการสร้างสรรค์ซีนนี้ แอนโธนี่ รุสโซ่ เล่าว่า ในซีนการต่อสู้ที่แต่ละคนต่างมีพลังคนละอย่างกันและมีจุดมุ่งหมายที่ต่างกัน เป็นซีนที่ “ซับซ้อนอย่างใหญ่หลวง” แต่หัวใจของแอคชั่นซีนนี้คือ “การขับเคลื่อนด้วยการบรรยายและตัวละคร” ทำให้ซีนนี้ตัวละครทุกตัวจะมีจุดมุ่งหมายส่วนตัวในการต่อสู้ต่างกัน ทำให้บางครั้งก็ลืมจุดมุ่งหมายใหญ่ของทีมไป ทุกคนต่างมีประเด็นที่ต่างออกไป

 

 

8. ตัวละครของ Vision จะไม่ได้มีพลังมาก ซึ่งต่างจากในคอมิก

สองพี่น้องรุสโซ่เล่าว่าตัวละคร Vision ต่างจากคอมิกเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เขามีอำนาจมากเกินไป “มันสำคัญมากที่ต้องไม่มีตัวละครไหนที่มีพลังมากเกินไป พวกเขาต้องมีจุดบกพร่องบางอย่างข้างใน และมีความไม่มั่นคงที่ต้องเผชิญ นั่นจะทำให้ตัวละครมีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น” นอกจากนี้ Vision ยังลอยได้เพราะการปรับเปลี่ยนสารโมเลกุลของเขา คนดูจะเห็นว่าเขาดู “ลอย” ได้มากกว่าที่จะ “บิน” ได้ และคนดูยังตื่นเต้นที่ได้เห็น Vision ในลุคเสื้อเชิ้ตพร้อมสเว็ตเตอร์ในหนังเหมือนในคอมิกด้วย

 

 

9. Empire Strikes Back มีส่วนในหนังมากกว่าที่เห็น

ไม่ใช่แค่ซีนต่อสู้ระหว่างสไปดี้และไจแอนท์แมนที่มีการพาดพิงถึง Empire Strikes Back หนึ่งในแฟรนไชส์ของ STAR WARS แต่สองพี่น้องรุสโซ่ยอมรับว่าหนังภาคนี้มีอิทธิพลต่อความคิดของพวกเขามากจริงๆ ตั้งแต่วัยเด็กที่เขาดูกันถึง 6 ครั้งรวด รวมไปถึงจังหวะของการเล่าเรื่องใน Civil War ที่คล้ายกับ Empire Strikes Back เลยทีเดียว “สำหรับเรา Civil War คือหนังที่กลับไปทบทวนทุกอย่าง ทั้งความนึกคิดของตัวละครและองค์ประกอบอื่นใหม่อีกครั้ง ซึ่งมันคือการทำให้ล้มพังครืนลงมาก่อนแล้วคุณค่อยก่อร่างสร้างมันขึ้นมาใหม่นั่นเอง”

 

 

10. ซีนแรกของสไปเดอร์แมนและไอรอนแมน คือซีนที่ใช้ออดิชั่นทอม ฮอลแลนด์

ฉากเปิดแนะนำตัวละครของสไปดี้ในอพาร์ตเมนต์ของปีเตอร์ พาร์คเกอร์นั้น เป็นซีนที่มือเขียนบทอย่าง คริสโตเฟอร์ มาร์คัส และ สตีเฟ่น แม็คฟีลี่ เป็นคนเขียนเพื่อใช้ออดิชั่นบทสไปเดอร์แมนรอบสุดท้าย และขอให้ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ มาช่วยอ่านบททดสอบกับ 5 คนสุดท้ายผู้เข้าชิงบทสไปดี้ด้วย ซึ่งเพราะซีนนี้นี่แหละที่ทำให้ ทอม ฮอลแลนด์ ได้รับเลือกเป็นสไปเดอร์แมนนั่นเอง

 

 

11. การตายของพ่อแม่โทนี่ สตาร์ค เป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่เควิน ไฟก์ชอบที่สุด

“ผมคิดว่า มันเป็นโมเมนต์ที่ผมชอบในหนังกว่า 13 เรื่องเลยนะ” ประธานบริหารคนเก่งอย่าง เควิน ไฟก์ เล่าให้ฟัง “หนังทั้งเรื่องสร้างขึ้นมาเพื่อซีนนั้น และสุดท้ายแล้วสองพี่น้องรุสโซ่ก็จัดการได้อยู่หมัด มันย้อนกลับไปยังบทสนทนาที่เราเคยคุยกันถึงการทำให้จักรวาลมาร์เวลแตกต่าง และการทำให้ตัวละครจำนวนมากมาอัดรวมกันในเรื่องเดียว รวมถึงยังทำให้มันมีตอนจบที่แตกต่างและมีความรู้สึกส่วนตัวใส่เข้าไปด้วย”

 

 

12. บัคกี้อาจไปปรากฏตัวในหนังแยกเดี่ยวของแบล็คแพนเธอร์

จาก Post Credit ของ Civil War นั้น มีความเป็นไปได้ว่า บัคกี้ อาจไปปรากฏตัวในหนังเดี่ยวของ Black Panther ปี 2017 ได้ แม้ว่า เควิน ไฟก์ จะยังไม่คอนเฟิร์มข่าวใดๆ แต่ทางมาร์เวลก็เปิดโอกาสเต็มที่ให้เหล่านักเล่าเรื่องได้สร้างสรรค์และเรื่องราวของบัคกี้ก็มีสิทธิ์ไปอยู่ในหนังเดี่ยวได้นั่นเอง

 

Captain America: Civil War
“ศึกฮีโร่ระห่ำโลก”

เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

ที่มา Empire online

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram