เจาะลึกแอนิเมชั่นยอดเยี่ยม เข้าชิงลูกโลกทองคำ ใครควรได้ไป?

รางวัลลูกโลกทองคำ ประจำปี 2019 ได้เปิดรายชื่อผู้เข้าชิงในสาขาต่างๆออกมาแล้ว
 วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึก Best Motion Picture - Animated สาขานี้มีใครเข้าชิงบ้าง แต่ละเรื่องมีความโดดเด่นยังไง?

Ralph Breaks the Internet

แอนิเมชั่นภาคต่อ เรื่องราวของราล์ฟและเวเนโลปี้ ที่หลังจากเหตุการณ์ในภาคแรกทั้งสองก็ใช้ชีวิตแบบปกติแบบเดิมๆ ซ้ำๆ วนเวียน ราล์ฟชอบที่จะมีความสุขแบบที่เป็นอยู่นี้ แต่เวเนโลปี้เริ่มอยากจะหาความแปลกใหม่และเร้าใจให้กับชีวิต จนกระทั่งวันหนึ่ง คุณตาเจ้าของร้านเกมตู้ได้นำไวไฟมาติดตั้ง ประจวบกับเกมชูการ์รัช เกิดปัญหาและทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้คือต้องไปสั่งซื้ออะไหลใน e-Bay ทั้งคู่จึงออกเดินทางเข้าไปในโลกอินเตอร์เน็ต การผจญภัยที่เชื่อมตัวละครจากเกมเล็กๆ สู่ โลกทั้งใบจึงเริ่มต้นขึ้น

ความโดดเด่น :  ภาคนี้เสริมทัพ Easter Egg  ควบควม Oh My Disney ที่เปรียบเสมือนอาณาจักรจักรวาลดิสนีย์ทั้งใบถูกนำมาใส่ไว้ในหนังภาคนี้ด้วย ทั้งมาร์เวล,เจ้าหญิงดิสนีย์,สตาร์ วอร์ส,พิกซ่าร์ ด้วยความที่มันเป็นโลกออนไลน์ ลูกเล่นของหนังภาคนี้จึงมีแบบไม่รู้จบ คนคิดเรื่องจำลองพฤติกรรมมนุษย์ตั้งแต่การเข้าใช้งานอินเตอร์เน็ต การสร้างอวตาร การเชื่อมต่อที่มีปัญหา การค้นหาข้อมูล การคอมเมนท์ ดาร์คเว็บและการหารายได้จากโลกอินเตอร์เน็ต

 

Isle of Dogs

ผลงานการกำกับชอง เวส แอนเดอร์สัน  ภาพยนตร์แอนิเมชั่นสตอปโมชั่นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของอาตาริ โคบายาชิ เด็กวัย 12 ปีต้องการขัดขวางนายกเทศมนตรีโคบายาชิ เมื่อมีประกาศออกมาว่าสุนัขทั้งหมดที่เป็นสัตว์เลี้ยงของเมืองเมกาซากิถูกเนรเทศไปยังเกาะ สำหรับการทิ้งขยะขนาดใหญ่ อาตาริจึงออกเดินทางเพียงลำพังโดยเครื่องบินใบพัดไปยังเกาะขยะ เพื่อตามหาตำแหน่งของสุนัขที่จะมาเป็นบอดี้การ์ดของเขา เขาเดินทางไปพร้อมกับกลุ่มสุนัขพันธุ์ทางที่เพิ่งรู้จักกันและคอยให้ความช่วยเหลือ เขาจึงเริ่มการผจญภัยที่จะเป็นตัวตัดสินชะตากรรมและอนาคตของที่ทำการทั้งหมด

ความโดดเด่น : เป็นสตอปโมชั่นหนึ่งเดียวที่เข้าชิงในครั้งนี้ การสร้างภาพยนตร์ใช้ทีมถ่ายทำ 44 ทีม ในโรงถ่ายห้าโรงคิดเป็นจำนวนพื้นที่รวมกว่า 5,000 ตารางเมตรหรือ 54,000 ตารางฟุตโดยรวมพื้นที่สำนักงานด้วย หนังเรื่องนี้มีช็อตรวม 850 ช็อต โดยนอกจากงานสต็อปโมชันแล้วยังมีช็อตแอนิเมชันสองมิติอยู่ 76 ช็อต ใช้ช็อตภาพนิ่ง 144,400 ช็อตเพื่อสร้างเป็นภาพยนตร์ความยาว 100 นาที จำนวนหุ่นที่สร้างขึ้นมาทั้งสิ้น 1097 ตัว เป็นหุ่นมนุษย์และหุ่นสุนัขอย่างละมากกว่า 500 ตัว

 

MIRAI

ผลงานอนิเมชั่นชื่อดังจากแดนปลาดิบของผู้กำกับขวัญใจคอหนังสายอนิเมะ อย่าง มาโมรุ โฮโซดะ  พาผู้ชมไปติดตามชีวิตของเด็กชายวัย 4 ขวบ ที่ต้องดิ้นรนรับมือกับการมาเยือนของน้องสาวตัวน้อยในครอบครัวจนกระทั่งทุกสิ่งกลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์ เมื่อสวนลึกลับหลังบ้านของเขากลายเป็นหนทางให้เขาย้อนเวลากลับไปและเจอกับแม่ของเขาที่เป็นเด็กสาวตัวน้อย และทวดของเขาที่เป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง การผจญภัยอุดมด้วยเรื่องแฟนตาซีเปิดให้เด็กชายได้เปลี่ยนมุมมอง และช่วยให้เขาได้กลายเป็นพี่ชายในแบบที่ควรจะเป็น

ความโดดเด่น  : มาโมรุ โฮโซดะ ผู้เคยฝากฝีมือไว้จากผลงานที่ประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของคำวิจารณ์และรายได้ อย่าง Summer Wars, Wolf Children และ The Boy and the Beast   

 

The Incredibles 2  

เหตุเกิดหลังจากที่ครอบครัวพารร์ ของมิสเตอร์อินเครดิเบิ้ล ไปร่วมงานวิ่งแข่งที่มีแดช แดช ลูกชายพลังความเร็วร่วมลงแข่งด้วย หลังการแข่งขันเสร็จ มีตัวตุ่นพร้อมเครื่องจักรกลยักษ์นามว่า อันเดอร์ไมน์เนอร์ ออกมาทำลายล้างเมืองและปล้นเงินจากธนาคารไปเป็นจำนวนมหาศาล ครอบครัว The Incredibles จึงรวมพลังกันช่วยยับยั้งแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ...มิหนำซ้ำทางการรัฐบาลเพิ่มความเข้มงวด ห้ามฮีโร่ประกอบวีรกรรมอีก เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ครอบครัว Incredibles ตกที่นั่งลำบาก และคนที่จะกอบกู้สถานการณ์นี้ได้คือ เฮเลน พารร์ หรือ อีลาสติเกิร์ล ที่เธอได้รับภารกิจกอบกู้ภาพลักษณ์ของเหล่าฮีโร่ให้กลับมาดีในสายตาสังคมโลกอีกครั้ง

ความโดดเด่น :  แม้จะใช้ตัวละครเดิมจาก 14 ปีที่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ The Incredibles 2   สมบูรณ์แบบมากขึ้นคือการพัฒนางานภาพและเก็บรายละเอียดของทีมงานพิกซ่าร์ ที่อัพเกรดภาพฉากและตัวละครให้ออกมาเนียนกริบลื่นไหลกว่าเดิม โดยเฉพาะฉากแอ็คชั่นที่มีให้เราได้สนุกปล่อยกันมาตลอดทั้งเรื่อง ตั้งแต่ 10 นาทีแรกเราก็ได้ออกลุยกันแล้ว   ทำให้เราเหมือนได้ดูหนังฮีโร่เรื่องหนึ่งที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวของครอบครัว การทำหน้าที่ของตัวเอง และเหนือสิ่งอื่นใด ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ไม่ว่าเราจะเป็นใครในครอบครัว เราก็สามารถเป็นฮีโร่เพื่อกอบกู้และแบ่งเบาภาระของครอบครัวได้เสมอ


Spider-Man: Into the Spider-Verse

ภาคล่าสุดของโซนี่จะเป็นเรื่องราวของไมลส์ เด็กชายผิวสีที่ค้นพบว่าตัวเองก็เป็นหนึ่งในสไปเดอร์แมนอีกคน และพบว่าในจักรวาลนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่เป็นสไปเดอร์แมน เขาเริ่มออกช่วยเหลือผู้คนรวมถึงคนที่เขารักนั่นคือพ่อ ซึ่งเราจะได้เห็นสไปเดอร์แมนอีกหลายคน จากตัวอย่างล่าสุดของ Spider-Man: Into the Spider-Verse เราได้เห็นการปล่อยของมากมาย หนึ่งในนั้นคือฉากในตำนานจาก Spider-Man 2 ในเวอร์ชั่นของโทบี้ แม็คไกวร์ ทั้งฉากหยุดรถไฟ ระหว่างการต่อสู้กับ Dr.Octopus หรือกระทั่งการห้อยหัวจูบกับแมรี่ เจน แต่ดูเหมือนว่าปีเตอร์ พาร์คเกอร์ คนนี้จะไม่ได้ข้ามเวลามาในช่วงยุคเดียวกับที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ แต่เป็นช่วงเวลาที่เขาอายุประมาณ 40 ปี และถึงจุดอิ่มตัวในการเป็นสไปเดอร์แมน และพร้อมจะปลดเกษียณตัวเอง และส่งต่อหน้าที่ให้กับไมลส์ โมราเลสแล้ว

ความโดดเด่น : เว็บไซต์ Rotten Tomatoes เปิดเผยคะแนนผลคือได้รับคะแนนมะเขือสดไปถึง 100% คะแนนสูงถึง 8.8/10 จากนักวิจารณ์ทั้งหมด 37 คน โดยคำวิจารณ์โดยรวมทั้งออกมาว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ผสมผสานการเล่าเรื่องที่ยอดเยี่ยม เข้ากับเทคนิคภาพเคลื่อนไหวที่ดีหมดจดเพื่อสร้างการผจญภัยที่สนุกสนานด้วยหัวใจ, อารมณ์ขัน และเต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นซูเปอร์ฮีโร่

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram