Assassin’s Creed ประวัติศาสตร์ทางศาสนา สู่หนังแอ็คชั่นจินตนาการสองโลก

Assassin’s Creed ประวัติศาสตร์ทางศาสนา
สู่หนังแอ็คชั่นจินตนาการสองโลก

 

 

ความสำเร็จประการสำคัญของแฟรนไชส์ Assassin’sCreed ก็คือการจับคู่ประวัติศาสตร์จริงเข้ากับเรื่องราวแฟนตาซีได้อย่างชาญฉลาด ฝ่ายอัสแซสซินและฝ่ายเทมพลาร์ต่างก็เป็นกลุ่มที่มีอยู่จริงและมีปรัชญาแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว และการทำตัวลึกลับของทั้งสองกลุ่มนี้ก็ทำให้เกิดการคาดเดากันไปต่างๆ นานาถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของทางกลุ่ม

กลุ่มอัสแซสซินได้แรงบันดาลใจมาจากกลุ่มแฮชชาชินในนิกายนิซารีของอิสลามสมาคมลับนี้นับถือบุคคลซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ชายชราบนภูเขา”ตลอดช่วงเวลา300 ปีกลุ่มอัสแซสซินได้สังหารเป้าหมายสำคัญไปหลายร้อยราย และที่จริงแล้วคำว่า “อัสแซสซิน” (นักฆ่า) ก็มาจากชื่อกลุ่มนี้ กลุ่มนักรบครูเสดซึ่งปรากฏเป็นฉากหลังในเกมAssassin’s Creed ภาคแรก พบว่าคนกลุ่มนี้น่าหวาดกลัว และตำนานของคนกลุ่มนี้ก็ถูกต่อเติมเสริมแต่งในเรื่องเล่าเกี่ยวกับสงครามครูเสดของมาร์โค โปโล

ส่วนกลุ่มอัศวินเทมพลาร์นั้นเป็นสมาคมในศาสนาคริสต์ที่ดำเนินการอยู่ในช่วงยุคกลางนานเกือบสองศตวรรษ กลุ่มเทมพลาร์ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก และสมาชิกกลุ่มก็ประกอบด้วยบุคคลสำคัญที่น่าเกรงขามในยุคนั้น กลุ่มนี้ทรงอำนาจและทรงอิทธิพลกว้างขวางจนกระทั่งสลายตัวไปในปี 1312 การยุบกลุ่มอย่างปุบปับในช่วงเวลาที่กลุ่มนี้มีอำนาจสูงสุดทำให้คนเชื่อกันว่าองค์กรนี้หันไปดำเนินงานแบบใต้ดินและยังคงมีอิทธิพลอยู่ต่อไป

Assassin’s Creed จินตนาการถึงโลกที่กลุ่มทั้งสองกลุ่มนี้ไม่ได้หายไป แต่ยังคงดำเนินสงครามระหว่างกันอย่างลับๆ มานานหลายศตวรรษ พร้อมกันนั้นก็ได้กำหนดเส้นทางประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติผ่านการกระทำของตน บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายได้เข้ามามีบทบาทในเกม และในภาพยนตร์ก็เช่นกัน เช่น การเผยให้เห็นว่าโทมัส เด ตอร์เกมาดา เป็นสมาชิกกลุ่มเทมพลาร์ซึ่งพวกอัสแซสซินจะต้องหยุดยั้งให้ได้ในยุคสมัยอันโหดเหี้ยมของการไต่สวนศรัทธาในสเปน

โครว์ลีย์กล่าวว่า “ในโลกของ Assassin’s Creedพวกอัสแซสซินเป็นพวกที่อาศัยการลอบเร้น แตกต่างจากนักรบทั่วไปในยุคนั้นซึ่งใช้ดาบเล่มใหญ่ ถือโล่ และขี่ม้า พวกอัสแซสซินมีใบมีดซ่อนไว้ในปลอกแขนหนังตรงข้อมือ และใช้อาวุธเหล่านี้เพื่อลงมือสังหารในระยะประชิด”

พวกอัสแซสซินยึดถือหลักการสำคัญหลายข้อแต่ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขาทำงานในเงามืดเพื่อรับใช้แสงสว่าง “มีหลักอยู่ข้อหนึ่งว่าคุณต้องซ่อนตัวได้ในที่แจ้ง” โครว์ลีย์กล่าวต่อ “ดังนั้นคนพวกนี้จึงพรางตัวเก่งมาก ทำตัวกลมกลืนได้ดี แล้วก็สร้างเหตุวุ่นว่ายในสังคมได้มากเพราะไม่มีใครนึกว่าพวกเขาอยู่ตรงนั้น”


Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram