Direct Line / โทรศัพท์สายตรง : +662-511-3311
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน มีโรงหนังทั้งหมด 15 โรง หนังเกือบทุกเรื่องเข้าฉายที่นี่ (แม้กระทั่งหนัง Exclusive) มีทั้งซาวนด์แทรค, พากย์ไทย สามารถรองรับคนดูได้เต็มที่ เรียกได้ว่า ถ้าตั้งใจมาดูหนังที่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน แล้วล่ะก็ รับรองไม่มีพลาดอย่างแน่นอน ด้วยความที่เป็น Stand Alone ทำให้ที่นี่มีความเป็นซีนีเพล็กซ์อย่างแท้จริง และเหมาะสำหรับคนที่ตั้งใจจะมาดูหนังโดยเฉพาะ
• การเดินทาง ที่จอดรถ
การเดินทางมาที่นี่ก็ค่อนข้างสะดวก เพราะสามารถเดินทางมาได้ทั้งรถประจำทาง, รถไฟฟ้า BTS (ลงสถานีหมอชิต แล้วต่อรถประจำทาง, รถตู้, แท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซด์รับจ้าง), รถไฟฟ้าใต้ดิน (ลงสถานีพหลโยธิน แล้วต่อรถประจำทาง, รถตู้, แท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซด์รับจ้าง) สำหรับใครที่ขับรถส่วนตัวมาเอง ก็สามารถนำรถไปจอดภายในตัวอาคาร ซึ่งจะมีรปภ.ตรวจตราตลอดเวลา หรือถ้าเกิดที่จอดรถเต็ม ก็สามารถเอารถไปจอดได้ที่ตึก เมเจอร์ อะเวนิว รัชโยธิน ซึ่งจะมีทางเดินเชื่อมมาถึงเมเจอร์ รัชโยธิน แต่ถ้าจะให้สะดวกที่สุดแนะนำให้เอารถไปจอดที่ชั้น B1, B2 เพราะจะมีลิฟต์ที่ขึ้นถึงบริเวณโรงหนังโดยตรง โดยเฉพาะใครที่มาดูหนังรอบดึกๆ
 |
Box Office จุดจำหน่ายหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ อยู่บริเวณชั้น 2 |
|
 |
เปิดให้บริการ 5 ช่อง เพื่อตอบรับความต้องการของคนรักหนัง |
|
|
ภาพยนตร์ใหม่ๆที่อัพเดตทุกอาทิตย์ ภาพยนตร์ Excusive(หนังเฉพาะกลุ่ม)
จะเข้าฉายที่นี่เป็นจำนวนมาก จึงมีลูกค้าแวะเวียนเข้าชมตลอดทุกช่วงเวลา |
|
|
สำหรับผู้ที่ถือบัตร Major M Cash ที่สาขายังมีจุดจำหน่ายบัตร "ตู้ M Box"
ไว้บริการเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการซื้อบัตรชมภาพยนตร์ |
|
• จุดจำหน่ายบัตร
ในส่วนของ Box Office (ที่จำหน่ายบัตร) จะอยู่ที่ชั้น 2 มีที่จำหน่ายบัตรบริการ 5 ช่อง นอกจากจะเป็นจุดซื้อตั๋ว รับตั๋วแบบปกติแล้ว ยังมีตู้ M Box ไว้สำหรับผู้มีบัตร Major M Cash ซึ่งสามารถเลือกดูหนัง เลือกที่นั่ง เลือกโรง เลือกเวลา ได้เลยด้วยตัวเอง
• จุดจำหน่ายเครื่องดื่ม อาหารว่าง
ขึ้นมาถึงชั้น 3 ซึ่งถือเป็นหน้าด่านของที่นี่เลยก็ว่าได้ เพราะตรงนี้จะเป็นจุดตรวจตั๋วโดย ที่ด้านหน้าจะมีบาร์ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นจุดจำหน่ายเครื่องดื่ม, อาหารว่าง, ขนมขบเคี้ยว ส่วนใครที่ต้องการอาหารหนักๆ หน่อยก็จะมีไส้กรอก, แซนด์วิช ไว้บริการ
|
หน้าด่านโรงภาพยนตร์หรือจุดตรวจตั๋ว
ก่อนเข้าสู่เมืองหนังของสาขารัชโยธิน ตั้งอยู่บนชั้น 3 |
|
|
บาร์ขนาดใหญ่เปิดจำหน่าย อาหารและเครื่องดื่ม
ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าจุดตรวจตั๋ว |
|
|
จุดจำหน่ายเครื่องดื่มและอาหารว่างสำหรับคอหนัง ซึ่งมีเปิดบริการหลายๆจุดของทุกๆชั้น |
|
|
ของกินที่มักคู่กับการชมภาพยนตร์คงหนีไม่พ้น Pop Corn ที่มีให้
เลือกหลากรสชาติ หลายขนาด รับประกันความสดใหม่อยู่เสมอทุกวัน |
|
|
หากต้องการหยุดพักผ่อนหรือหลบมุม หลังซื้อของขบเคี้ยว
ด้านหน้าของบาร์ในทุกๆชั้นยังมีเก้าอี้ให้ผ่อนคลายอีกด้วย
|
|
ในส่วนของ ป็อปคอร์น ปกติแล้วจะมี 3 รส คือ รสหวาน (Sweet), รสชีส, รสเค็ม (Original ถามคนขายแล้วได้ความว่า รสนี้คนจะชอบที่สุด) โดย รสหวาน, รสชีส จะจำหน่ายอยู่สองราคาคือ ขนาดเล็ก 60 บาท ขนาดใหญ่ 75 บาท ส่วนรสเค็ม จะจำหน่ายในราคา ขนาดเล็ก 55 บาท ใหญ่ 60 บาท หรือถ้าคิดว่าไม่สะใจ ก็มีป็อปคอร์นขนาดบิ๊กเบิ้ม ที่เรียกว่า ไอแม็กซ์ไซส์ ซึ่งราคาอยู่ที่ 199 บาท นอกจากนั้น จะมี ป็อปคอร์น รสอื่นๆ ที่จะเพิ่มเข้ามาตามโอกาสด้วย (ตอนที่ไปเป็นรสแซลมอน) ซึ่งคนขายเขาบอกว่า รับประกันความสดใหม่อยู่เสมอ โดยในส่วนของ จุดจำหน่ายเครื่องดื่มและอาหารว่าง จะมีกระจายอยู่ในทุกๆ ชั้นอีกด้วย
• ที่นั่งพักผ่อน
เมื่อเดินผ่านจุดตรวจตั๋วไปแล้ว ด้านขวาจะเป็น Platinum Screen Lounge ซึ่งจะเป็นห้องสำหรับนั่งพักผ่อนระหว่างรอชมภาพยนตร์ ด้านในมีโซฟาจัดเรียงไว้อย่างสวยงาม ดูโอ่โถง หรูหา มีหนังสือให้อ่าน มีโทรทัศน์ให้ดู มีเก้าอี้นวดไว้บริการฟรี มีบาร์จำหน่าย เครื่องดื่มและสเน็ก ไว้ต่างหากด้านใน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยในส่วนที่นั่งพักผ่อนนั้น จะมีอยู่ทุกชั้น ซึ่งก็จะเป็นโซฟาอย่างดี และมีหนังสือให้นั่งอ่านด้วย
 |
Platinum Screen Lounge มุมพักผ่อนสำหรับคอหนังโดยเฉพาะ
|
|
 |
ภายในตกแต่งอย่างสวยงามเพื่อให้เหมาะสมกับลูกค้าสำคัญเช่นคุณ |
|
 |
จุดนั่งพักซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วด้านหน้าโรงภาพยนตร์ของทุกๆชั้น |
|
 |
ผ่อนคลายกับการรอคอยหนังเรื่องโปรด ด้วยที่นั่งแสนสบาย |
|
• โรงภาพยนตร์
ขึ้นมาถึงชั้น 4 จะเป็นส่วนของโรงหนัง โดยชั้นนี้จะมีโรงหนังทั้งหมด 10 โรง ซึ่งเป็นโรงขนาดเล็กทั้งหมด โดยโรงที่ 5 - 6 จะเป็นโรงดิจิตอลซึ่งจะให้ภาพและเสียงที่คมชัดกว่า ส่วนโรง 1 - 2 ที่จะเป็นโรงแพลตินั่ม ซึ่งเพิ่มความหรูหราขึ้นมาอีกระดับด้วย ที่นั่งเบาะหนังอย่างดี ส่วนจอภาพยนตร์ก็จะมีระบบกรองแสง ดูแล้วไม่ปวดตา
ส่วนบนชั้น 5 จะมีโรงหนังทั้งหมด 5 โรง ซึ่งเป็นโรงหนังขนาดใหญ่ทั้งหมด โรงที่มีความพิเศษกว่าโรงอื่นๆ ก็คือโรง 15 ซึ่งโรงนี้จะมีจอใหญ่ที่สุด เพราะก่อนหน้านี้เคยเป็นโรง Imax แต่ปัจจุบันถูกปรับสภาพมาฉายหนังระบบปกติ โดยโรงนี้มีที่นั่งเกือบ 500 ที่เลยทีเดียว อีกโรงหนึ่งก็คือโรง 13 ซึ่งเป็นโรงหนัง 2 ชั้น โรงนี้มีที่นั่งมากที่สุดถึง 700 กว่าที่ และมีเก้าอี้ทุกประเภทรวมอยู่ด้วยกัน ตั้งแต่เก้าอี้แบบ Normal ราคาที่ละ 120 บาท ไปจนถึง เก้าอี้แบบ Emperor ราคาคู่ละ 600 บาท เรียกว่า มีเงินแค่ 120 บาท ก็สามารถดื่มด่ำไปกับความยิ่งใหญ่ อลังการของโรงนี้ได้
|
บริเวณทางขึ้นสู่โรงภาพยนตร์ ทั้ง 15 โรง
ซึ่งชั้น 4 มีจำนวน 10 โรง และ ชั้น 5 มีจำนวน 5 โรง |
|
|
บริเวณทางเดินเข้าโรงภาพยนตร์ของ Major สาขานี้
ก็ถูกตกแต่งได้อย่างลงตัวและหรูหรามีระดับ |
|
|
หน้าโรงภาพยนตร์ Singha Platinum Screen
มีจำนวน 2 โรง ฉายภาพยนตร์ทุกรอบ ทุกวัน
|
|
|
ที่นั่งที่ออกแบบมาอย่างปราณีต
เพื่อให้คุณได้ชมภาพยนตร์เรื่องโปรดได้อย่างอิ่มเอม |
|
|
โรงภาพยนตร์ที่ 15 เป็นโรงที่มีจอภาพที่ใหญ่ที่สุดในสาขา ให้ผู้ชมเต็มที่กับภาพยนตร์ได้อย่างจุใจ สามารถจุผู้ชมได้มากถึง 500 ที่นั่ง |
|
|
ที่นั่งแบบ Emperor ผ่อนคลายไปกับหนัง ดื่มด่ำกับอรรถรสไปกับคู่รัก
พร้อมกับเครื่องดื่มที่พร้อมเสนอให้คุณได้ลิ้มลองไปพร้อมกับชมภาพยนตร์
|
|
|
หลากหลายเรื่องราวของภาพยนตร์ ด้วยที่นั่งแบบ Opera Chair
รอให้คุณได้เข้ามาพิงกาย ผ่อนคลายตามความต้องการด้วยราคาที่เหมาะสม |
|
|
โรงภาพยนตร์ที่ออกแบบได้อย่างลงตัว ให้สมกับเป็นโรงภาพยนตร์ของ
Major Cineplex ทั้งที่นั่ง จอภาพ ผู้ชมจะได้รู้สึกเข้าถึงภาพยนตร์มากยิ่งขึ้น |
|
|
เติมเต็มให้หนังที่คุณชอบกับสุดยอดโรงภาพยนตร์
ที่พร้อมให้คุณได้เข้ามาสัมผัสด้วยตนเองแล้ววันนี้
|
|
• ร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง และบริการอื่นๆ
นอกจาก โรงหนังแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งช็อปปิ้ง มีร้านอาหารให้ เลือกกิน เลือกช็อปมากมาย ในส่วนของร้านอาหารก็มีอย่างเช่น Oishi, Sizzler, MK, Yayoi, Black Canyon, Gateaux House, Auntie Anne's, Chester's Grill, Starbucks, Swensens, เกี๋ยวเตี๋ยวเรือท่าสยาม, ฮะจิบัง ราเมน, ยำแซบ, สีฟ้า, เย็นตาโฟทรงเครื่อง ฯลฯ ส่วนใครที่ชอบออกกำลังกาย ที่นี่ก็มี California WOW ไว้ให้ได้ฟิตหุ่นกัน แถมยังมี Blu-O ซึ่งมีทั้งโบว์ลิ่ง และคาราโอเกะอยู่ที่ชั้น 4 อีกด้วย
|
|
|
|
Major Cineplex สาขารัชโยธิน มีร้านค้าและแหล่งสารพันบันเทิงมากมาย เพื่อเป็นการต้อนรับลูกค้าและเหล่านักดูหนังตัวยง |
เท่านั้นยังไม่พอ ด้านนอกยังมีตลาดนัด ร้านเปิดท้ายขายของ รวมถึง เมเจอร์ อะเวนิว รัชโยธิน ที่มีร้านค้าและร้านอาหารแบรนด์ดังๆ ให้เลือกสรรมากมาย
|
Blu-O ที่นัดพบแห่งใหม่ของคนทันสมัย ให้คุณได้สังสรรกับเพื่อนๆ
ทั้งรูปแบบโบว์ลิ่ง และคาราโอเกะ |
|
|
Major Avenue จุดนัดพบของวันรุ่นอินเทรนด์
อยากจะช้อปปิ้งในตลาดนัดเปิดท้าย หรือเดินเล่น ที่นี่ที่เดียวก็เต็มอิ่มได้ |
|
|
อิสระแห่งการช้อปปิ้งกับตลาดนัดเปิดท้ายซึ่งมีร้านค้าและสินค้า
ให้คุณๆได้เลือกซื้อ ก่อนและหลังชมภาพยนตร์ |
|
|
ตลาดนัดที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมเสื้อผ้านานาชนิด
แถมด้วยของแฟชั่นต่างๆ ที่ใครๆเขาก็เดินกัน |
|
สำหรับ เมเจอร์ รัชโยธิน ถือว่า มีทุกสิ่งทุกอย่างไว้บริการอย่างครบครันเลยทีเดียว ทั้งโรงหนัง ที่กิน ที่ช็อป โบว์ลิ่ง คาราโอเกะ มาที่นี่ที่เดียว ก็เต็มอิ่มแล้วกับทุกๆ ไลฟ์ สไตล์!!!
|