บทสัมภาษณ์ "กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่" จาก The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ

บทสัมภาษณ์ “กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่” เพื่อนรักตัวพ่อในหนังตลกอารมณ์ดี
“The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ”

บทบาท-คาแร็คเตอร์ เรื่องนี้ผมรับบท “ฟัก” เป็นเจ้าของค่ายมวยที่ค่อนข้างไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ ทีนี้เป็นเพื่อนกับแดนที่เล่นเป็น โป้ง ก็คบหากันมานานแล้วค่อนข้างที่จะเห็นได้ว่าตัวเพื่อนของเราเนี่ยมันไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง สุดท้ายก็ต้องมาร่วมหัวจมท้ายกันเพื่อตามหาตั๋วใบหนึ่งให้ลูกสาวเขา เพราะไม่อยากให้เขาพลาดโอกาสไปมากกว่านี้ ซึ่งจริงๆ แล้วผมกับแดนก็รู้จักกันมาก่อน เคยทำงานด้วยกัน พอมาเรื่องนี้ตัวพี่ปอย (ณภัทร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา) ซึ่งเป็นผู้กำกับฯ ส่วนตัวเราก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้วเหมือนกัน ก็เลยทำให้การแสดงที่ต้องมาแสดงเป็นเพื่อนกันมันก็เลยค่อนข้างจะง่าย การแสดงมันใกล้เคียงกับตัวจริง ก็เลยทำให้มันเล่นง่ายขึ้น การทำงานก็ง่ายขึ้นด้วย

เรื่องราวความสนุกสนานของเรื่องนี้ ความสนุกสนานของเรื่องนี้เนี่ย มันเริ่มมาจากตัวโป้ง (แดน วรเวช) ที่เป็นพ่อของป.ปลา (น้องยูเค)เขาได้เอาเงินของลูกสาวที่จะใช้ซื้อตั๋วคอนเสิร์ตไปใช้อย่างอื่น ซึ่งตั๋วใบนี้ก็สำคัญกับลูกสาวเขามาก ตั๋วก็โคตรหายาก แล้วทีนี้เนี่ยจะทำยังไงให้ได้ตั๋วมา แล้วเขาก็ค่อนข้างทำผิดพลาดกับลูกสาวไว้เยอะ แล้วเขาก็ไม่อยากทำให้มันผิดพลาดไปมากกว่านี้ ก็เลยร่วมกับเพื่อนๆ อีก 6 คนร่วมทำภารกิจที่จะต้องไปตามหาตั๋วใบนี้มาให้ได้ ก็ช่วยเหลือเพื่อนกัน แล้วก็ฝ่าฟันมันไปให้ได้ มันมีเรื่องราวมากมายหลายอย่างมากกว่าแค่ตั๋วใบเดียวครับ

รวมตัวแก๊งเพื่อนเมื่อไหร่ ความฮามาเยือนแน่นอน ในเรื่องนี้คาแร็คเตอร์ของเพื่อนแต่ละคนเรียกว่าพีกมาก แต่ละคนไม่ธรรมดาครับ เฉพาะนักแสดงแต่ละคนก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้วครับ พอมารวมตัวกันก็เลยฮามาก พอไม่ได้ถ่ายก็นั่งคุยกันเฮฮา ยิ่งพี่แอนนา, พี่โจอี้ แล้วโดยเฉพาะนาย เดอะคอมเมเดี้ยนนี่จะฮามาก ต้องลองดูกันครับ

การกำกับเรื่องแรกของผู้กำกับปอยเป็นยังไงบ้าง จริงๆ ดูไม่ออกว่าพี่ปอยกำกับหนังเรื่องแรก เพราะพี่ปอยเขาเองก็ร่วมงานกับแดนในเรื่องอื่นๆ มานาน ไม่รู้สึกเลยว่าเขากำกับเรื่องแรก ชั่วโมงบินเขาค่อนข้างสูง เขาให้อิสระกับการแสดงเราและทุกคน แล้วเขาก็บอกกว่าเขาต้องการยังไง ซึ่งผมว่าพี่ปอยค่อนข้างจะมืออาชีพมากเลย

มีฉากที่ยากหรือหนักใจในการแสดงเรื่องนี้ ฉากที่หนักใจจริง ๆ แล้วเป็นฉากที่คุยกันข้างสระว่ายน้ำกับแดนมากกว่า เหมือนจะง่าย แต่ฉากนั้นเนี่ยบทประมาณ 3-4 หน้าเลย แล้วจะต้องเป็นการแสดงที่ใช้อารมณ์มาก เป็นฉากที่ต้องพูดคุยกับเพื่อน คอยแนะนำเขา มันน่าจะเป็นฉากพลิกชีวิตเขาได้เลย ส่วนฉากเต้นเนี่ย วันแรกๆ ค่อนข้างปวดเข่าเป็นอย่างมาก เพราะว่าเราไม่ใช่คนออกกำลังกายอยู่แล้ว ก็ต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร เพื่อที่จะซ้อมให้เข้ากับคิวทุกคนและทุกอย่าง

เสน่ห์และความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ เรื่องนี้จะมีโมเม้นต์พิเศษสำหรับผมมากๆ คือตอนที่ผมอ่านบทเรื่องนี้เสร็จ อีกวันพบว่าเมียผมท้อง ผมกลายเป็นคุณพ่อทันที เป็นท้องแรก ตกใจกับเรื่องส่วนตัวเราด้วย เราคิดว่ามันก็เลยทำให้เราอินกับหนังมากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะอยู่ๆ ชีวิตเราก็คล้ายกับตัวเอกในหนังทันทีด้วย แล้วเพิ่งรู้ว่าแฟนได้ลูกสาวเหมือนกันด้วย ก็เลยค่อนข้างที่จะอินมาก ผมก็เลยดูว่าคาแร็คเตอร์ตัวพระเอกในเรื่องมันจะคล้ายกับตัวผมคือตัวเขาจะเป็นคนทำอะไรบ้าๆ ไม่เอาอ่าว ความรับผิดชอบมันก็ไม่ค่อยมี ซึ่งมันก็คล้ายๆ เรา เรายังเป็นคนตื่นสาย เป็นคนที่บางวันยังไม่อาบน้ำ 2-3 วันอยู่เลย ดูดบุหรี่แล้วกินเหล้าหนักมาก แล้วมันทำให้เราเนี่ยเหรอที่จะเป็นพ่อที่ดีได้?! 

แต่พอไปอ่านบทเรื่องนี้ ได้เล่นเรื่องนี้ มันมีเรื่องความเป็นฮีโร่ของตัวพ่ออยู่ด้วย มันอยู่ที่การเป็นพ่อเป็นแม่ พ่อแม่ทุกคนนี่เป็นฮีโร่หมด หลังจากนั้นเราก็ค่อยๆ ปรับปรุงในชีวิตจริง ก็เลิกกินเหล้ามาตั้งแต่เมียท้อง 4-5 เดือนแล้ว ค่อนข้างที่จะอินไปกับมันมากพอสมควร พอดูหนังเรื่องนี้จบ ผมว่าจะต้องกลับไปกอดคนที่บ้าน มันมีความรู้สึกนี้จริง ๆ ซึ่งใกล้เทศกาลสิ้นปีอย่างนี้นะครับ ไม่มีอะไรดีกว่าการพาครอบครัวมาดูหนังเรื่องนี้นะครับ เพราะว่ามันคือความอบอุ่น มันคือความประทับใจที่อยากจะให้ส่งมอบต่อกันช่วงปีใหม่นี้ ถ้าหนังเรื่องที่คุณชอบคือเรื่องอะไร มาดูหนังเรื่องนี้มันจะเป็นเรื่องนี้ทันทีครับ ผมมั่นใจอย่างนั้นครับ

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram