[รีวิว]สองโลกเข้าปะทะ! Transformers 5 ถล่มทุกตำนาน จัดเต็มแอ็คชั่นแบบไม่พักหายใจ!!

 

สองโลกเข้าปะทะ! Transformers 5 ถล่มทุกตำนาน

จัดเต็มแอ็คชั่นแบบไม่พักหายใจ!!

 

Transformers: The Last Knight คือภาพยนตร์เรื่องที่ 5 ที่เล่าเรื่องราวการมาเยือนโลกของเหล่าหุ่นจักรกลที่สอดแทรกตัวเองอยู่ในทุกเรื่องเล่า และตำนานต่างๆตามหน้าประวัติศาสตร์โลก โดยในภาคนี้แก่นหลักไปอยู่ที่เรื่องราวของคิงอาเธอร์และพ่อมดเมอร์ลิน เบื้องหลังนิทานปรัมปราซ่อนความลับที่แสนจะยิ่งใหญ่ ความลับที่หมายถึงจุดจบของโลกใดโลกหนึ่ง ไม่โลกมนุษย์ ก็ดาวไซเบอร์ตรอน

 

 

เมื่อออฟติมัส ไพร์มจากไป มหาวายร้ายเมกะทรอนซ่อนตัว เหล่าหุ่นจักรกลบนโลกกลายเป็นภัยคุกคามที่ผิดกฎหมาย มนุษย์รวมกำลังกันเพื่อกวาดล้างพวกเขาทั้งหมด ขณะเดียวกันเหล่าจักรกลก็พุ่งตรงมาที่โลกกันไม่มีหยุด ท่ามกลางการปะทะกันนั้นเอง เคด เยเกอร์ (รับบทโดยมาร์ค วอลเบิร์ก) คือมนุษย์ผู้กลายเป็นที่ต้องการตัวขององค์กรรัฐบาล เพราะนอกจากจะให้ที่หลบภัยแก่เหล่าออโต้บอทส์แล้ว ยังคอยช่วยเหลือเหล่าจักรกลตัวอื่นๆอยู่เบื้องหลังด้วย

 

ในขณะเดียวกันนั้นออฟติมัส ไพร์มก็เดินทางมาถึงดาวบ้านเกิด ไซเบอร์ตรอน ก็พบถึงความล่มสลายที่ใกล้ถึงจุดจบเต็มทีของดาวดวงนี้ เขาจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อคืนชีพให้กับดาวของตัวเองอีกครั้ง แม้นั่นจะเป็นการทำลายโลกมนุษย์ที่เคยให้ที่พักพิงแก่เขาก็ตาม เรื่องราวย้อนกลับไปถึงอดีตเกี่ยวกับกษัตริย์ในตำนานแห่งอังกฤษ และพ่อมดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ความลับของสองโลกซ่อนอยู่ในตำนานเหล่านี้ และนี่คือเรื่องราวมหาสงครามที่จะชี้เป็นชี้ตายชะตาของโลกทั้งสอง

 

 

มาเริ่มกันที่บทของภาพยนตร์ ภาคนี้มีข่าวว่าผู้กำกับไมเคิล เบย์ เกณฑ์เอาทีมเขียนบทมามากมายหลายชีวิตเพื่อสร้างเรื่องราวให้กับ Transformers: The Last Knight ถือว่าเล่นเอาคุ้มเลยทีเดียว เพราะเนื้อเรื่องในภาคนี้พยายามผูกโยงหลายเส้นเรื่องเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างมนุษย์และจักรกล เรื่องราวตำนานคิงอาเธอร์และทายาท เรื่องราวขยายความสำคัญของโลกที่ตกเป็นเป้าหมายของเหล่าจักรกลยักษ์ หรือกระทั่งเรื่องราวอธิบายความสำคัญของตัวละครในภาคก่อนอย่างแซม วิทวิคกี้ด้วย เพราะฉะนั้นช่วงต้นเรื่องจึงกลายเป็นการอัดแน่นเนื้อหาเข้ามาชนิดไม่มีหยุดหย่อน

 

แต่ในระหว่างการเล่าเรื่องราวนั้นก็ยังคงคอยเสิร์ฟฉากแอ็คชั่นถล่มทลายมาแบบไม่หยุดพัก เรียกได้ว่าคุยกันไม่ถึงสิบห้านาทีก็หันมาบู๊ใส่กันต่อแล้ว ใครที่รอคอยฉากปะทะกันไม่มีผิดหวัง แถมในภาคนี้ยังกระจายบทบาทของเหล่าจักรกลทั้งฝั่งออโต้บอทส์ และดีเซปติคอนได้พอเหมาะพอดี ไม่มีใครเด่นเกินใคร แต่เน้นไปที่ความสำคัญของมนุษย์ที่เป็นจุดหลักของเรื่องมากยิ่งขึ้น สำหรับงานภาพนั้นในภาคนี้ ฉากที่เป็นจุดขายของผู้กำกับไมเคิล เบย์อย่างการใช้แสง หรือภาพสโลว์โมชั่น ก็จัดเต็มมาตลอดทุกช่วงเวลาของภาพยนตร์ สมกับที่แกบอกว่าจะกำกับภาคนี้เป็นภาคสุดท้าย เพราะแกเล่นหมดแม็กซ์จริงๆ

 

 

อย่างที่โปรโมทกันมาว่า Transformers: The Last Knight นี้ถ่ายทำด้วยกล้อง IMAX และมีฉากสำหรับ IMAX กว่า 98% ของเรื่อง สำหรับเรื่องนี้เราพูดได้คำเดียวว่าสมกับราคาคุย เพราะงานภาพสวยมากจริงๆ แถมฉากสามมิติยังเนียนและดูสมจริง พร้อมทั้งฉากพุ่งทะลุจอที่แทบจะทำให้เราเข้าไปร่วมผจญภัยด้วยเลยทีเดียว เป็นการดึงเอาประสิทธิภาพของการฉายแบบ IMAX ออกมาได้ถึงขีดสุด หมดข้อกังขาเลยสำหรับคำถามที่ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ควรดูในระบบใด

 

สำหรับ Transformers: The Last Knight นี้แฟนเก่าที่ติดตามแฟรนไชส์นี้มาตลอดจะต้องไม่ผิดหวัง ฉากแอ็คชั่นถล่มโลกยังคงจัดเต็มอย่างต่อเนื่อง ส่วนเนื้อเรื่องก็ยังกระหน่ำเข้ามาหลายเส้นเรื่อง ขยายเรื่องราวของจักรวาล Transformers ออกไปได้อีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่บ้าระห่ำในทุกๆทางเลยทีเดียว ส่วนคำถามว่าใครคืออัศวินคนสุดท้ายนั้น คำตอบอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด...สุดท้ายแล้วออฟติมัส ไพร์มจะเป็นอย่างไร? บัมเบิ้ลบีจะรอดหรือไม่? เมกะตรอนจะกลับใจได้ไหม? คำตอบรอคุณอยู่แล้วในโรงภาพยนตร์!

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram