รีวิว The Shape of Water เทพนิยายโรแมนติกที่ทำลายทุกเส้นแบ่งของความรัก

 

รีวิว The Shape of Water เทพนิยายโรแมนติกที่ทำลายทุกเส้นแบ่งของความรัก

 

 

                The Shape of Water จากผลงานของผู้กำกับสายดาร์กแฟนตาซีอย่าง กิเยร์โม เดลโตโร คือการสร้างสรรค์งานเทพนิยายที่เหมือนจะเป็นโลกคู่ขนานของ The Little Mermaid ให้ออกมาในมุมของผู้ใหญ่ หนักแน่น และงดงาม ไม่ต้องพูดถึงการออกแบบฉากในยุคสงครามเย็น ที่เต็มไปด้วยความเย็นชา ความตึงเครียด แต่ก็มีเสน่ห์ เหนือสิ่งอื่นใดคือความโรแมนติกสุดประหลาดที่ภาพยนตร์ได้นำเสนอออกมา แรกเริ่มอาจจะรู้สึกแปลก ๆ ในใจ แต่เมื่อดูจบเรื่องหนังได้ทำหน้าที่ละลายเส้นแบ่งความต่างในจิตใจไปจนเกือบหมด

 

 

                เดอะ เชฟ ออฟ วอเทอร์ บอกเล่าเรื่องราวของ เอไลซ่า (รับบทโดย แซลลี ฮอว์กินส์) หญิงสาวผู้ไร้เสียง เธอมีความปรารถนาในกามารมณ์เนื่องด้วยความโดดเดี่ยวที่เธอไม่มีใครข้างกาย คนสนิทของเธอมีเพียงแค่ กิลส์ (รับบทโดย ริชาร์ด เจนกินส์ ) เพื่อนบ้านผู้เป็นเกย์ และ เซลด้า (รับบทโดย อ็อกตาเวีย สเปนเซอร์ ) เพื่อนร่วมงานเท่านั้น เอไลซ่าทำงานเป็นแม่บ้านกะดึกประจำศูนย์วิจัยอวกาศ ทุกวันของเธอเป็นไปอย่างซ้ำซากจำเจ จนวันหนึ่งศูนย์วิจัยได้นำเอาสิ่งมีชีวิตประหลาด รูปลักษณ์เหมือนมนุษย์บาดาลเข้ามาเพื่อทำการทดลอง และนั่นคือการเกิดขึ้นของรักแรกพบของเอไลซ่า เธอพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะช่วยเหลือเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ให้รอดพ้นจากการทดลอง...สัตว์ประหลาดที่เธอตกหลุมรัก

 

 

                สิ่งที่โดดเด่นนอกจากพล็อตอันแสนล้ำแล้ว คือ เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ใส่มาได้ถูกที่ถูกจังหวะ ยิ่งช่วยขับดันให้ภาพยนตร์เรื่องนี้โรแมนติกขึ้นอีกหลายเท่าตัว เสริมความงดงามและอารมณ์ให้ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือบทของภาพยนตร์ ที่แม้จะเป็นขั้วสลับด้านของ The Little Mermaid แต่ The Shape of Water ก็ได้พาเราไปไกลกว่านั้น ด้วยความรักของผู้ใหญ่ที่หลายฉากออกจะวาบหวามไม่น้อย ยิ่งฉากเข้าพระเข้านางระหว่างเอไลซ่าและเจ้าตัวประหลาดนั้น แรกเริ่มอาจเป็นความแปลก แต่หนังทำให้เราเห็นความงดงามในตัวพวกเขาและหลงใหลได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เราเห็นความรักของพวกเขาไม่ต่างจากคนปกติทั่วไป

 

 

                ท่ามกลางความโรแมนติกที่แสนละมุนละไม อีกแง่มุมหนึ่งของ The Shape of Water คือภาพยนตร์ของเหล่าคนชายขอบที่ไร้ความสนใจอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้พิการ, ตัวประหลาด, กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ, ชาวผิวสี, ชนชั้นกลางของอเมริกันผู้ยึดถือในหลักของความเท่าเทียมอย่าง American Dream ร่วมไปถึงประเด็นการแข่งขันทางการไปเยือนอวกาศในยุคสงครามเย็น ระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ประเด็นที่หลากหลายนี้กลับถูกฝีมือของกิเยร์โม เดล โตโรรังสรรออกมาเป็นความโรแมนติกที่แสนจะกลมกล่อม สมกับการเข้าชิงรางวัลออสการ์สูงถึง 13 รางวัลทุกประการ

 

 

                ท้ายที่สุดนี้ นอกเหนือไปอรรถรสด้านความบันเทิงที่ The Shape of Water มอบให้เราแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีอิทธิพลบางอย่างที่เกิดขึ้นในความคิดของเราด้วย บ่อยครั้งที่ความรักมักถูกจำกัดด้วยเส้นแบ่งด้านความแตกต่าง แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้พาเราไปรู้จักกับแง่มุมที่ประหลาดที่สุดของความรัก ก่อนจะค่อย ๆ ละลายความรู้สึกนั้นออกไปเรื่อย ๆ จนเส้นแบ่งมันเริ่มพร่าเลือน และเราได้รู้ว่าสุดท้ายแล้วความรักก็เป็นเหมือนน้ำ มันอยู่รอบตัวเรา เป็นรูปลักษณ์ที่โอบล้อมเราเอาไว้ตลอดเวลา โดยไม่แบ่งแยกด้วยเหตุผลใด ๆ 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram