รีวิว Darkest Hour แสงสว่างในชั่วโมงที่มืดมนของอังกฤษ เด็ดขาดสมรางวัลลูกโลกทองคำ

 

รีวิว Darkest Hour แสงสว่างในชั่วโมงที่มืดมนของอังกฤษ เด็ดขาดสมรางวัลลูกโลกทองคำ

 

 

                ในปีที่แล้ว Dunkirk คือภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวบนพื้นราบของชายหาดดันเคิร์ก กับปฏิบัติการณ์ไดนาโมที่จะต้องอพยพนายทหารอังกฤษกว่า 3 แสนนายให้กลับบ้านให้ได้ เราได้เห็นความโหดหินในสนามจริงไปแล้ว ปีนี้ Darkest Hour ชั่วโมงพลิกโลก จะพาเราไปลงลึกถึงที่มาและเบื้องหลังจากฝ่ายบัญชาการที่นำโดย รัฐบุรุษแห่งอังกฤษ วินสตัน เชอร์ชิล ที่ดูจบแล้วทำเอาเรารู้สึกว่านี่มันหนังภาคแยกของดันเคิร์ก(แบบไม่เป็นทางการ) ชัด ๆ

 

 

                ในช่วงเวลาที่มืดมนของอังกฤษ พรรคนาซีเยอรมัน ที่นำทัพโดยชายผู้เป็นเหมือนปีศาจร้ายในสายตาชาวประชาธิปไตย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ด้วยการรุกคืบนั้นทำเอาสะเทือนไปทั่วทั้งยุโรป สะท้อนมาถึงอังกฤษที่ในขณะนั้นนำโดย เนวิล เชมเบอร์ลิน ผู้ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจนทำให้รัฐสภาประกาศไม่ไว้วางใจในการดำรงตำแหน่ง จนเขาต้องสละลงจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เป็นโอกาสให้ชายผู้ได้ฉายาว่าหมาบ้าแห่งสหราชอาณาจักร วินสตัน เชอร์ชิล ถูกเลือกให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งท่ามกลางความไม่ไว้วางใจจากทุกฝ่ายทางการเมือง

 

                ด้วยความหวังว่าให้เชอร์ชิลเป็นเพียงนายกขัดตาทัพเพื่อเดินไปสู่ทางเจรจาสันติภาพ แต่นายกฯ ผู้ดื้อดึงคนนี้กลับเลือกที่จะสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อรักษาเกียรติและอธิปไตยแห่งอังกฤษให้คงอยู่ นั่นกลายเป็นหนทางที่เขาต้องต่อสู้ไม่ใช่เพียงศึกภายนอกจากนาซีเยอรมัน แต่เป็นศึกสั่นคลอนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีด้วย ท่ามกลางความมืดมนนั้นเอง วินสตันได้มองเห็นแสงสว่างจากความเชื่อมั่น จนพาสหราชอาณาจักรมีชัยเหนือเผด็จการและคงความยิ่งใหญ่ได้ในภายหลัง

 

 

                สิ่งที่โดดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้คงหนีไม่พ้น การแสดงของแกร์รี โอลด์แมน ในบทของวินสตัน เชอร์ชิล ที่แทบจะถอดแบบออกมาจากหน้าประวัติศาสตร์ สมกับรางวัลลูกโลกทองคำที่เขาเพิ่งได้รับมาทุกประการ ทุกบทพูด ทุกสีหน้า ทุกแววตา ทุกน้ำเสียงได้แบกภาพยนตร์ทั้งเรื่องเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ และภาพยนตร์เรื่องนี้ได้พาเราไปเห็นมุมมองความเป็นมนุษย์ของวินสตัน เชอร์ชิล ทั้งอารมณ์ขัน ความเด็ดขาด ความมั่นคง ความเข้มแข็ง ความเป็นผู้นำ ในขณะเดียวกันก็มีความหวาดกลัว ความอ่อนไหว อารมณ์ร้อน ร้องไห้ง่าย และที่สุดของความน่ารักคือ...ความเป็นพ่อบ้านใจกล้า

 

                ทุกประเทศจะมีภาพยนตร์ปลุกใจรักชาติในแบบของตัวเอง แน่นอนว่า Darkest Hour ชั่วโมงพลิกโลก เป็นหนึ่งในนั้น แต่หากตัดประเด็นเรื่องปลุกใจออกไป สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ทิ้งเอาไว้ให้เราจดจำได้ก็คือ...

 

 

...แม้ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด จงเดินต่อไป

แม้ข้างหน้าจะไม่มีใครเดินเคียงข้าง จงอย่าหยุดเดิน

จงมั่นใจในตัวเอง และอย่าลืมที่จะฟังเสียงแวดล้อมที่เดินผ่าน

รับฟังพวกเขา แล้วเลือกตัดสินใจด้วยตัวเอง

เมื่อนั้นม่านหมอกความกลัวที่มืดมนจะจางหายไป

เมื่อนั้นสิ่งที่เหลืออยู่คือแสงสว่าง...

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram