Review : Avengers Age of Ultron แค่จุดเริ่มของมหาสงครามจักรวาล (ไม่สปอยล์)

Review : Avengers Age of Ultron  
แค่จุดเริ่มของมหาสงครามจักรวาล (ไม่สปอยล์)

 

Review By @Nookkill

 

 

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับ  Avengers Age of Ultron หนังที่รวมฮีโร่จากค่ายมาร์เวล ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่มีผู้ชมรอคอยมากที่สุดหลังจากภาคแรก เมื่อปี 2012 ทำสถิติ ขึ้นไปอยู่อันดับ 3 ของภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาลของโลก โดยการกลับมารวมตัวกันในครั้งนี้เรียกได้ว่าความมันส์ยังคงมาตรฐานของ Marvel ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญภาคนี้กลายเป็นจุดสำคัญก่อนที่จะข้ามไปสู่โปรเจ็กต์มาร์เวล ในเฟส 3 ด้วย 

 Avengers Age of Ultron เล่าเรื่องราวต่อเนื่องจากภาคแรกและ Captain America : The Winter Soldier  ที่ประเทศโซโคเวีย (ประเทศสมมติ) ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพลับของสตรักเกอร์ ที่ครอบครองคฑาที่บรรจุ Mind Stone  หนึ่งใน Infinity Stones ระหว่างนั้นสตรักเกอร์กำลังทดลองบางสิ่งบางอย่างที่อาศัยพลังงานจากคฑาโลกิอยู่ [อยู่ใน End Credit ของ The Winter Soldier]   ซึ่งทีม Avengers ต้องไปตามทวงคฑาคืนมาเพื่อยับยั้งแผนการชั่วร้าย  หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจโทนี่ สตาร์คค้นพบบางอย่างที่สามารถนำไปสู่การสร้างอัลตรอน หุ่นยนต์ที่มีปัญญาประดิษฐ์คิดเองได้ โดยโทนี่ หมายใจจะให้อัลตรอนมาปกป้องโลก แต่โครงการกลับผิดพลาด  เมื่ออัลตรอนคิดว่าการปกป้องโลกที่ดีที่สุดคือการล้างมนุษย์ให้หมดสิ้นไปจากโลก นำพาหายนะอันยิ่งใหญ่มาสู่โลก และเหล่าอเวนเจอร์ต้องรวมตัวกันตามล้างตามเช็ดสิ่งที่โทนี่ สตาร์คก่อกำเนิดมันขึ้นมา เรื่องราวมหาสงครามจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง [ตามเทรลเลอร์ที่ปล่อยออกมา]

 

 

สำหรับในภาคนี้ เราจะได้เห็นตัวละครใหม่เพิ่มขึ้นมาชัดๆ 4 ตัว นั่นคือ อัลตรอน หุ่นตัวร้ายของเรื่อง, Vision หุ่นแอนดรอยด์ที่มีจุดก่อกำเนิดที่น่าเหลือเชื่อและมีพลังวิเศษหลายอย่างที่คนดูคาดไม่ถึง (อันนี้ไม่ขอเล่าต้องไปดูเอง) และ สองพี่น้องฝาแฝด เปโตร QuickSilver และแวนด้า Scarlet Witch ซึ่งข้ามเรื่องมาจาก X men แต่ด้วยความติดปัญหาที่ลิขสิทธิ์ตัวละครทำให้จุดก่อกำเนิดของทั้งสองตัวละครแตกต่างไปโดยแฝดพี่น้องเข้ามาเป็นหนูทดลองของไฮดร้า เพิ่มพลังวิเศษเข้าไปคือ  แวนด้า สามารถสะกดจิตและปล่อยคลื่นพลังได้ ส่วนเปโตรมีพลังการเคลื่อนที่รวดเร็วเกินกว่าสายตาจะมองเห็น  [อยู่ใน End Credit ของ The Winter Soldier]  โดยทั้งสี่ตัวละครใหม่นี้ในภาพยนตร์มีการปูพื้นหลังไว้ไม่มากนัก เพราะเกรงว่าถ้าปูเยอะกว่านี้หนังอาจจะปาเข้าไป 3 ชั่วโมงก็ได้ 

 

 

"ขุดปมฝังใจของตัวละคร...ทำอดีตตามหลอกหลอน
จุดอ่อนที่ทุกคนต้องมี"

 

 Avengers Age of Ultron  ไม่ได้เล่าในแง่ของความมันส์บู๊ระห่ำแอ็คชั่นมันส์ระเบิดทำลายตึกเผาบ้านอย่างเดียว แต่ด้วยความที่ได้สการ์เล็ตวิทช์ มาร่วมในโปรเจ็กต์ทำให้พล็อตเรื่องมีความต่างจากหลายภาคก่อนหน้านี้ซึ่งเราจะได้เห็นความหวาดกลัวและปมในจิตใจของฮีโร่แต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป เพิ่มความลึกให้กับตัวละครมากขึ้นไปอีก แม้ตัวละครใหม่อย่างสองฝาแฝดจะไม่ได้ลงลึกถึงเหตุการณ์และเล่าเพียงสั้นๆ แต่ก็พอทำให้เห็นภาพความปวดร้าวจากอดีตที่ทำให้พวกเขาจำยอมไปอยู่ฝั่งคนร้าย รวมถึงการแฝงเรื่องราวของครอบครัว ความสามัคคี รวมถึงประเด็นการวิวัฒนาการก่อกำเนิดสิ่งใหม่ของโลก แถมยังมีอิงเรื่องเรือโนอาห์ไว้เล็กๆน้อยๆด้วย 

เทคนิคด้านภาพและซาวด์ประกอบ  Avengers Age of Ultron ยังจัดเต็มตามมาตรฐานมาร์เวล แต่ที่พัฒนาไปมากขึ้นคือการลำดับภาพและจังหวะในการนำเสนอที่ทำได้ออกมาดีมากทำให้ตลอดการชมภาพยนตร์แทบจะลุ้นไม่ติดเก้าอี้ ทุกๆ 3 นาที  โดยเฉพาะฉากปะทะกันของฮัลค์บัสเตอร์และฮัลค์   แถมการปล่อยฉากแอคชั่นออกมาแทบจะไม่อยากให้กระพริบตาเลยทีเดียวเพราะถ้าลองได้บู๊กันแล้วมันปล่อยออกมาแบบไม่ยั้งสุดๆ เรียกได้ว่า อิ่มกันแน่ๆ พร้อมกับมุกฮาๆตลอดเรื่อง ให้ได้พักหายใจหายคอกันด้วย แม้ภาพยนตร์จะมีความยาวเกือบ 2 ชั่วโมงแต่ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อที่จะดูเลยสักนิดและคลิปที่ทาง Marvel ขยันปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ก็ไม่สะเทือนหนังฉบับเต็มแต่อย่างใด 

 

 

 

ภาคนี้สร้างความโดดเด่นให้กับตัวละครอย่าง ฮอว์คอาย มากยิ่งขึ้น เราจะได้เห็นบางอย่างที่ถูกปกปิดไว้เป็นความลับเกี่ยวกับตัวเขา และประเด็นความสัมพันธ์ระหว่าง บรูซ แบนเนอร์ กับ นาตาชา โรมานอฟ ที่ฉายให้เห็นมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ยังแตกประเด็นของทุกตัวละคร แต่กล่าวถึงแค่เล็กน้อยไม่ได้ลงลึก เช่น การกล่าวถึงแร่ไวเบรเนี่ยมที่มีความสามารถมากกว่าการเอามาทำเป็นโล่ห์ของกัปตันอเมริกา,ค้อนโยเนียร์ของธอร์ และอีกหลายๆอย่างที่ซ่อนเอาไว้ อยู่ตลอดทั้งเรื่อง ถือว่ากระจายบทบาทไม่ทำให้ใครโดดเด่นมากเกินไปนัก  และตัวละครจากอีกหลายภาคก็มาร่วมจอยในภาคนี้ด้วย 

 Avengers Age of Ultron กับความเชื่อมโยงของหนังก่อนหน้านี้ เป็นเหมือนการเอาปมของหลายๆเรื่องที่ Marvel ทยอยวางหมากไว้ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ก่อกำเนิดจักรวาล ทำให้กระจ่างชัดขึ้นเพื่อที่จะไปต่อในระดับที่ถือว่าเป็นขั้นกว่า พร้อมกับบอกว่าที่ผ่านมาทั้งหมดมันแค่น้ำจิ้มและสงครามของจริงยังไม่บังเกิด ซึ่งเราจะได้รับรู้พร้อมกันในฉากจบของเรื่องรวมถึงฉาก Mid Credit ซึ่งอยู่ประมาณจบเพลงที่ 1 หลังหนังจบ เผยให้รู้ว่าเฟส 3 ของมาร์เวล จะมันส์ เข้มข้นยิ่งกว่านี้แน่ๆ 

 

"แตกประเด็น หลากตัวละคร กระจายอยู่ทุกซอกมุมของเรื่อง "

 

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่จะไปดู Avengers Age of Ultron ควรทำการบ้านด้วยการดูหนังภาคก่อนหน้านี้และหาข้อมูลเกี่ยวกับการเริ่มต้นของจักรวาลอันยาวนาน ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจเรื่องได้อย่างละเอียดมากยิ่งขึ้นรวมถึงจะเชื่อมโยงไปยังภาคต่อๆไป มองเห็นภาพรวมของมหาสงครามที่ต่อจากนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโลกเท่านั้น แต่มันเป็นสงครามระดับจักรวาลเลยทีเดียว

แต่สำหรับใครที่ไม่เคยติดตามมาก่อน แล้วจู่ๆเข้ามาสู่จักรวาลมาร์เวลในภาคนี้อาจจะงงเล็กน้อย แต่รับรองว่าดูรู้เรื่องแน่นอน ยิ่งได้สัมผัสในระบบการฉายแบบ IMAX3D ขนาดภาพที่ใหญ่ขึ้น ละเอียดคมชัดแบบเต็มตาทะลุจอ ยิ่งเพิ่มอรรถรสประหนึ่งเราไปนั่งดูทีมอเวนเจอร์ทำศึกแบบใกล้ชิดเลยทีเดียว ที่สำคัญใครไปดู IMAX จะได้ชมฉาก 7 นาทีจากภาพยนตร์เรื่อง Tomorrow Land ซึ่งมีคิวฉายในเดือนพฤษภาคมนี้ด้วย ยังไงก็อย่าพลาดชมเพราะหากพลาดแล้วมันจะส่งผลให้คุณหลุดจักรวาลและ ตามไม่ทันหนังของ Marvel อีกหลายเรื่องซึ่งมีโปรเจ็กต์จะฉายยาวไปถึงปี 2019 ด้วย 

 

"ก่อนเข้าสู่เฟส3 ห้ามพลาดก่อนหลุดออกนอกจักรวาลมาร์เวล"

 

 

เช็ครอบหรือจองตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ที่ 
http://www.majorcineplex.com/movie/avengers-age-of-ultron

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram