รีวิว พรจากฟ้า ของขวัญล้ำค่าส่งท้ายปีที่มอบ “ความอบอุ่น” ให้หัวใจทุกดวง [9/10]

พรจากฟ้า
ของขวัญล้ำค่าส่งท้ายปี
ที่มอบ “ความอบอุ่น” ให้หัวใจทุกดวง

 

BY FEEDMYBRAIN

 

 

 

 

ช่วงเวลาแห่งการลาจากและเริ่มต้นใหม่อย่าง “สิ้นปีเก่าเข้าปีใหม่” กลับมาอีกครั้ง บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความเหงาในบางช่วงเวลากำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ และเราว่าสิ่งที่ทุกคนกำลังเฝ้าตามหาอยู่ตอนนี้ก็คือ “ความสุขเปี่ยมล้น” เพื่อปิดฉากปี 2016 ของตัวเองให้สมบูรณ์ที่สุด แม้ความสุขของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันแต่เราเชื่อว่าเมื่อทุกคนได้ลองสัมผัสกับ “เสียงดนตรี” ที่มาจากหัวใจของเหล่าคนทำงานจอเงินอย่าง GDH559 ในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่าง “พรจากฟ้า” เรามั่นใจได้เลยว่า “ความสุข” จะล้นทะลัก และทำให้ทุกคนยิ้มไปกับ “ของขวัญ” สุดจริงใจที่มอบความอบอุ่นให้กับชีวิตและหัวใจของทุกคนให้ผ่านเรื่องราวทั้งดีและร้ายในชีวิตไปพร้อมกัน

“พรจากฟ้า” หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า A Gift เป็นภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้ที่อาศัยบทเพลงพระราชนิพนธ์ 3 บทเพลงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เรื่องราว “ความรัก” ของคนต่างช่วงวัย ต่างเวลา และต่างสถานะ แต่กลับเชื่อมโยงถึงกันได้อย่างกลมกล่อม โดยได้ผู้กำกับตัวท็อปถึง 4 คนมาช่วยกันส่ง “ความดีต่อใจ” ให้กับคนดูชาวไทยได้สู้ต่อไปไม่ว่าจะเจออะไรก็ตาม ผ่านบทเพลงสุดละมุนและเปี่ยมความหมายอย่าง “ยามเย็น”, Still on My Mind และ “พรปีใหม่” ได้อย่างครบทุกอารมณ์จนดูจบแล้วมีทั้งน้ำตาอาบแก้มและหน้าเปื้อนยิ้ม พร้อมกับหัวใจพองโตนั่นเอง

 

%

 

พรจากฟ้า เลือกเปิดเรื่องราวด้วย “ยามเย็น” ผลงานกำกับร่วมของหมู ชยณพ บุญประกอบ และ ปิง เกรียงไกร วชิรธรรมพร ที่แท็กทีมกันมาสร้างความละมุนหัวใจของ “โมเมนต์อ้อย” ที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยมีสักครั้งหนึ่งในชีวิต โดยได้พลังเคมีการแสดงสุดเข้ากันของ วี วิโอเล็ต และ นาย ณภัทร ที่ทำให้คนดูม้วนตัว และบิดจนไส้พันกันไม่ไหวแล้ว! (และเชื่อว่าสาว ๆ หลายคนอยากเป็น วี มาก ๆ ณ จุดนี้) หนังในพาร์ทนี้นั้นจะโฟกัสกับเวลาเพียงหนึ่งวันที่คนสองคนต้องจับพลัดจับผลูมาเป็นตัวแทนคนสำคัญในงานเลี้ยงรับรองท่านทูตรัสเซีย และทั้งคู่ก็ได้ใช้เวลาร่วมกันโดยบังเอิญ พร้อมกับได้ขยับเข้าไปใกล้กัน และทำความรู้จักความเป็นตัวตนของแต่ละคนมากขึ้น

หนังในพาร์ทนี้เป็นส่วนที่เราชอบเอามาก ๆ เพราะมันเต็มไปด้วยความน่ารักจากพระนางทั้งสองคน และมันเป็น “เมจิกโมเมนต์” ช่วงเวลาพิเศษที่แสนสั้นที่ราวกับหยุดเวลาไว้ให้พวกเขาทั้งสองคน ซึ่งมันทำออกมาได้อย่างสวยงามและน่าจดจำมาก รวมไปถึงการนำเพลง “ยามเย็น” มาเรียบเรียงใหม่ให้ดูเข้ากับเรื่องราว แฝงด้วยความสดใสและสร้างความอบอุ่นให้หัวใจ ยิ่งช่วยเสริมความสตรองของความสัมพันธ์ของทั้งคู่ และด้วยเสียงโซโล่ของ วี วิโอเล็ต ก็ยิ่งทำให้หนังพาร์ทนี้เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ที่ทำให้ไม่ว่าจะเจอเรื่องร้ายอะไรมา ทุกอย่างมันจะมีโมเมนต์ดี ๆ รออยู่ให้เรายิ้มได้เสมอ

 

 

พรจากฟ้า ยังอาศัยการเชื่อมหนังแต่ละพาร์ทให้เข้ากัน โดยใน Still on My Mind ผลงานของ ต้น นิธิวัฒน์ ธราธร อาศัยตัวละครอย่าง ฟา (มิว นิษฐา) ในการเชื่อมโยง โดยค่อย ๆ พาคนดูเข้าไปทำความรู้จักกับชีวิตของฟา และครอบครัวของเธอ พาร์ทนี้เป็นพาร์ทที่ทำให้เรารู้สึก “คิดถึง” คนในครอบครัวมาก ๆ ผ่านการได้มองภาพครอบครัวของฟา ซึ่งได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของคนในครอบครัว การจากลาและการคงอยู่ มันเชื่อมโยงเข้ากับภาพครอบครัวในหัวของแต่ละคนได้อย่างง่ายดาย และถ้าหากบ้านไหนที่มีสมาชิกในบ้านป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์เช่นเดียวกับพ่อของฟาด้วยแล้ว เราเชื่อว่าพาร์ทนี้จะทำให้น้ำตาไหลไม่หยุด เตรียมเครื่องสำอางกันน้ำและทิชชู่เอาไว้ได้เลย

แต่หนังพาร์ทนี้ก็ไม่ได้เศร้าจนดิ่งลึก เอาตัวเองขึ้นมาไม่ได้ มุกตลกอบอุ่นและเฮฮาก็ยังมีอยู่ซึ่งมันสามารถเคล้าทั้งความเศร้าและความสุขได้อย่างกลมกล่อม เหมือนกินซุปร้อน ๆ ที่ให้ความหวานและเผ็ดได้อย่างพอดี และสิ่งที่ทำให้พนังพาร์ทนี้เป็นซุปที่อิ่มใจและอิ่มท้องได้ก็คือพลังการแสดงของมิว นิษฐา และนักแสดงผู้รับทเป็นคุณพ่อที่ทำให้หนังมันเรียลมากขึ้น มิว แยกขาดการร้องไห้ในแต่ละช่วงจังหวะ ชัดและฟูมฟายในจุดที่ควร และยังได้ความกวน ๆ ของ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ในบทของ เอ ช่างจูนเปียโนมาช่วยเบรคความเศร้าด้วย และเมื่อรวมกับเพลง Still on My Mind ที่ส่งความหมายได้อย่างกินใจ ซีนสุดท้ายจึงเป็นซีนที่ดีและมีคุณค่าทางจิตใจของทุกคนในครอบครัวอย่างมากที่สุด

 

 

พักจากความเศร้ามาเข้าสู่ชวงฮาลั่นกับการกลับมาจับคู่ระหว่าง เต๋อ ฉันทวิชช์ และ หนูนา หนึ่งธิดา สองนักแสดงเคมีที่รับส่งมุกกันได้ยิ้มแก้มปริในหนังพาร์ทสุดท้ายอย่าง “พรปีใหม่” ที่กำกับโดย เก้ง จิระ มะลิกุล ต้องบอกว่าผิดคาดมาก เพราะไม่คิดว่ามุกฮาจะมากขนาดนี้และมาได้แบบถูกจังหวะจะโคน พร้อมกับสร้างบรรยากาศสุดอัศจรรย์ที่เราเชื่อว่าบรรดาพนักงานออฟฟิศอยากให้มีแบบนี้เกิดขึ้นจริง ๆ “พรปีใหม่” เปรียบเหมือนกับไอศกรีมรสหวานที่เปี่ยมด้วยสีสันและมาเพื่อช่วยทำให้มื้ออาหารครั้งนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ใส่เต็มความหรรษาและความสนุกสนานของผู้คนที่มีโอกาสได้มารู้จักกันเพิ่มมากขึ้นผ่าน “เสียงดนตรี” ที่ไม่ว่าจะเป็นใครที่ไหนก็สามารถเข้าถึงได้ทั้งนั้น บอกเลยว่าระหว่างดูมีขยับเท้า โยกตัวตาม ดูแล้วบรรยากาศมันสนุกมาก และมันเป็นช่วงเวลาที่เยียวยาบาดแผลในใจและเปิดให้ “ทุกคน” ได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

 

 

พรจากฟ้า เป็นภาพยนตร์ที่นำเอาความท็อปฟอร์มในแง่ของความโรแมนติก และความคอเมดี้อย่างที่เราเคยเห็นใน เพื่อนสนิท หรือ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ กลับมาปรุงรสใหม่ และเคล้ากันได้มากขึ้น แม้ว่าตัวพล็อตจะไม่ได้แปลกใหม่ และพอเดาได้ แต่สิ่งที่เดาไม่ได้และล้ำค่าก็คือ “ประสบการณ์” และ “อารมณ์” ที่ได้จากหนังเรื่องนี้ ซึ่งมันเต็มไปด้วยความสดใหม่ ความอบอุ่นที่เข้าถึงหัวใจของคนทุกคนได้ ทำให้ “พรจากฟ้า” กลายเป็นของขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ได้อย่างเปี่ยมคุณค่าทางจิตใจ และยิ่งซีนสุดท้ายของหนังเรื่องนี้ด้วยแล้วนั้น ยิ่งทำให้คนไทยทุกคนต่างอยากขยับเข้าไปใกล้บทเพลงพระราชนิพนธ์มากขึ้น อยากรู้จักและจะขอน้อมนำเป็น “พร” ไว้ติดตัวเพื่อเอาไว้เป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเองทั้งในวันที่ดีและวันที่แย่ในชีวิตแน่นอน

 

 

พรจากฟ้า

เปิดรอบพิเศษวันที่ 29 – 30 พ.ย. 2559 ตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป ฉายจริง 1 ธ.ค.นี้
สนใจชมเป็นหมู่คณะติดต่อได้ที่ 02-5115472 ต่อ 810

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram