มารู้จัก 3 นักแสดงหลักวัยรุ่นน่าจับตามองจาก Time Freak

 

เกี่ยวกับนักแสดง

 

สติลล์แมน รับบทโดย เอซา บัตเตอร์ฟิลด์

ในฐานะนักแสดงหนุ่ม เอซา บัตเตอร์ฟิลด์ ได้รับความสนใจจากผู้ชมและนักวิจารณ์ด้วยการแสดงที่ยอดเยี่ยมและมีเสน่ห์บนหน้าจอภาพยนตร์ บัตเตอร์ฟิลด์ เพิ่งปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง SLAUGHTERHOUSE RULEZ ที่นำแสดงโดย ไซมอน เพกก์ และ ไมเคิล ชีน และเรื่อง DEPARTURES นำแสดงโดยนีน่า โดเบรฟ และ เมซี่ วิลเลียมส์

 

-นักแสดงหนุ่มมีผลงานบนจอภาพยนตร์ล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว เกี่ยวกับหนังสงครามที่ถูกดัดแปลงจากบทละครรางวัลโทนี่ของอาร์.ซี. เชอริฟฟ์ เรื่อง JOURNEY'S END โดยเอซา รับบทเป็นพลทหารราลีห์ ร่วมด้วยนักแสดงชั้นนำอย่าง แซม คลาฟิน, พอล เบตตานี, โทบี้ โจนส์, และ สตีเฟ่น แกรห์ม หนังกำกับโดย โยซอล ดิบบ์ นอกจากนี้เขายังได้รับบทบาทเป็นเซบาสเตียนในเรื่อง THE HOUSE OF TOMORROW และรับบทเป็น Gardner Elliot ซึ่งเป็นตัวเอกในภาพยนตร์เรื่อง THE SPACE BETWEEN US คู่กับ แกรี โอลด์แมน

 

-ในปี 2016 เอซา ได้รับบทเป็น เจคอป พอร์ตแมน ในภาพยนตร์เรื่อง MISS PEREGRINE’S HOME FOR PECULIAR CHILDREN โดยอิงมาจากนวนิยายในชื่อเรื่องเดียวกัน แสดงร่วมกับ เอว่า กรีน, แซมมวล แอล. แจ๊กสัน, จูดี เดนช์, แอลลิสัน แจนนีย์ และเอลลา เพอร์เนล ผลงานผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน และบทภาพยนตร์โดยเจน โกลด์แมน ก่อนหน้านี้เอซาได้รับบท  จู๊ด ในภาพยนตร์เรื่อง TEN THOUSAND SAINTS แสดงร่วมกับ เฮลีย์ สไตน์เฟลด์, อีมิล เฮิร์ช และอีธาน ฮอว์ก หนังกำกับโดย ชาร์รี สปริงเกอร์ เบอร์แมน และโรเบิร์ต พูลชินี่

 

-ในปี 2014 เอซา ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล British Independent Film Award สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในบทบาทของ นาธาน แอลลิส เด็กหนุ่มผู้มีความอัจฉริยะด้านคณิตศาสาตร์ ที่กำลังต่อสู้กับการต้องสูญเสียพ่อไปโดยกะทันหัน ในภาพยนตร์เรื่อง X + Y ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Beautiful Young Minds ของผู้กำกับ มอร์แกน แมทธิว ที่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล BAFTA เกี่ยวกับการเดินทางของเด็กหนุ่มที่ฉลาดที่สุดในอังกฤษ ร่วมแสดงโดย เรฟ สปาลล์, เอ็ดดี้ มาร์แซน และแซลลี ฮอว์กินส์

 

-เอซา ยังได้รับบทเด่น ในภาพยนตร์ดัดแปลงจากหนังสือที่ขายดีที่สุดของ ออร์สัน สกอตต์ การ์ด ในเรื่อง ENDER'S GAME ผลงานการกำกับของ แกวิน ฮู้ด ร่วมแสดงโดย แฮร์ริสัน ฟอร์ด, เซอร์ เบน คิงสลีย์, อาบิเกล เบรสลิน, วิโอลา เดวิส และเฮลีย์ สไตน์เฟลด์ ก่อนหน้านี้เขาเล่นบทนำในภาพยนตร์ HUGO ของ มาร์ติน สกอร์เซซี่ ซึ่งทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล Critics Choice Award สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมและได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล ออสการ์ ถึง 11 รางวัลรวมถึงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

 

-บัตเตอร์ฟิลด์ ได้รับการยกย่องจากบทบาทนักแสดงนำชายในภาพยนตร์เรื่อง THE BOY IN THE STRIPED PAJAMAS ที่แสดงร่วมกับ วีรา ฟาร์มิกา และเดวิด ธิวลิส ซึ่งทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล 'Most Promising Newcomer' จาก British Independent Film Awards และ 'Young British Performer of the Year' จากเวที London Critics Circle Film Awards ผลงานภาพยนตร์ก่อนหน้านี้ ได้แก่ SON OF RAMON, THE WOLFMAN, NANNY MCPHEE และ THE BIG BANG ด้านผลงานทางโทรทัศน์ของเขาฉายช่องบีบีซี ในซีรีย์เรื่อง Merlin

 

เด็บบี้ รับบทโดย โซฟี เทอร์เนอร์

การได้รับการฝึกฝนตั้งแต่อายุยังน้อยมากที่ Playbox Theater Company ทำให้โซฟีเข้าถึงบทบาทของ ซานซา สตาร์ค ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตของบ้าน ในซีรีส์เรื่อง GAME OF THRONES ที่ประสบความสำเร็จจากรางวัล Golden Globe, SAG และEMMY จากหนังสือของ จอร์จ อาร์. อาร์. มาร์ติน

 

-ในปี 2013 โซฟีได้แสดงในภาพยนตร์ครั้งแรกเรื่อง ANOTHER ME จาก Fox International ผลงานกำกับของ Isobel Coixet สำหรับผลงานโทรทัศน์ โซฟีเคยแสดงช่อง BBC2 เรื่อง THE THIRTEENTH TALE ภาพยนตร์สยองขวัญ เรื่องราวเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมภายในครอบครัว รับบทเป็น อเดลีน มาร์ช แสดงร่วมกับวาเนสซ่า เรดเกรฟ และ โอลิเวีย โคลแมน

 

-ในปี 2015 โซฟีได้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง BARELY LETHAL ร่วมกับ เจสสิกา อัลบา, แซมมวล แอล. แจ็กสัน และ เฮลีย์ สไตน์เฟลด์ กำกับการแสดงโดย ไคล์ นิวแมน เรื่องราวของเด็กสาววัย 16 ปี แกล้งให้คนอื่นเข้าใจว่าเธอตายเพื่อที่เธอจะได้ไปใช้ชีวิตเป็นเด็กวัยรุ่นทั่วไป โซฟีเล่นเป็นสายลับที่ลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนมัธยมเพื่อช่วยจับวัยรุ่น

 

-ในปีต่อมา โซฟีได้รับบทเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในนาม จีน เกรย์ ในภาพยนตร์เรื่อง X-MEN: APOCALYPSE ของผู้กำกับไบรอัน ซิงเกอร์ โดยมีนักแสดงชั้นนำอย่างเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ และเจมส์ แม็กอะวอย ร่วมแสดงด้วย โดยบทที่เธอได้รับนั้นเป็นตัวละครที่มีพลังมากที่สุดของ X-Men พลังของเธอคือการใช้กระแสจิต พลังจิต และโทรจิตในการควบคุมความรู้สึกและการควบคุมจิตใจ ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้รวม 543.9 ล้านเหรียญในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก เป็นภาพยนตร์อันดับหนึ่งใน 71 ประเทศ และทำรายได้ทะลุบ็อกซ์ออฟฟิศใน 6 ประเทศ

 

-ในปี 2017 โซฟีได้รับบทนำแสดงในภาพยนตร์อินดี้เรื่อง HUNTSVILLE เคียงคู่กับดีแลน แม็คเดอร์มอตต์ เรื่องราวของชายหนุ่มสันโดษในเมืองฟลอริด้าซึ่งพัฒนาความสัมพันธ์ที่น่าสงสัยกับเด็กนักเรียนมัธยมปลายที่เพิ่งย้ายมาใหม่ชื่อ โจซี

 

-ในปี 2018 เราจะได้เห็นโซฟีแสดงในภาพยนตร์โรแมนติกเรื่อง TIME FREAK ร่วมกับ เอซา บัตเตอร์ฟิลด์ ซึ่งเป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกของ แอนดรูว์ โบว์เลอร์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนังของตัวเองที่ได้รับการเสนอชื่อชิงออสการ์ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานของนักศึกษาฟิสิกส์ที่อกหัก (บัตเตอร์ฟิลด์) ที่สร้างเครื่องย้อนเวลาขึ้นมาเมื่อเขาถูกบอกเลิกโดยแฟนสาวเด็บบี้ (เทอร์เนอร์) นอกจากนี้ ในไม่ช้าโซฟีก็จะเริ่มถ่ายทำภาพยนตร์ THE GIRL FEL FROM THE SKY ซึ่งอ้างอิงจากเรื่องจริง ซึ่งจะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เธอจะผลิตและรับบทนักแสดงนำเอง

 

-โซฟีเพิ่งถ่ายทำละครชุดตอนสุดท้ายเรื่อง GAME OF THRONES ซึ่งทำให้เห็นความก้าวหน้าในการแสดงของเธอ โดยจะออกอากาศทางโทรทัศน์ในปี 2019 ถือได้ว่าปีนี้เป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของโซฟี ที่จะได้รับบท จีน เกรย์ ในภาพยนตร์ DARK PHOENIX แสดงร่วมกับ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, เจสสิกา แชสเทน, ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ และเจมส์ แม็กอะวอย

 

เอแวน รับบทโดย สกายเลอร์ กีซอนโด

สกายเลอร์ กีซอนโด เป็นนักแสดงที่มีหลายแง่มุมซึ่งกำลังกลายเป็นดาวรุ่งที่มีความต้องการมากที่สุดแห่งหนึ่งของฮอลลีวูด

 

-ผู้ชมเห็นเขา จากบทนำในเรื่อง SANTA CLARITA DIET ทางช่อง NETFLIX ซึ่งแสดงร่วมกับ ดรูว์ แบร์รีมอร์ และทิโมธี โอลิแฟนท์ จากผู้สร้างวิกเตอร์ เฟรซโก้ โดยในซีซั่นที่สองที่เพิ่งฉายไปไม่นานมานี้ มีการพูดถึงเกี่ยวกับการแสดงตลกของเขาอย่างมากมาย

 

-นอกจากนี้ยังจะได้เห็นผลงานต่อเนื่องของเขา ทางช่อง NETFLIX จากเรื่อง WET HOT AMERICAN SUMMER: TEN YEARS LATER ซึ่งเขาจะแสดงคู่กับ พอล รัดด์

 

-ในปี 2018 และ 2019 ทุกคนจะได้เห็นผลงานของอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น Time Freak ที่แสดงร่วมกับ เอซา บัตเตอร์ฟิลด์ และ โซฟร เทอร์เนอร์ FEAST OF THE SEVEN FISHES, THE CAT AND THE MOON และ  BOOKSMART

 

 

Time Freak หนุ่มสายฟิสิกส์สุดปราดเปรื่อง (เอซา บัตเตอร์ฟิลด์) ต้องช้ำรักเมื่อแฟนสาวของเขา (โซฟี เทอร์เนอร์) ขอเลิกด้วยเหตุผลว่าพฤติกรรมของเขาห่วยแตกเกินไป เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากสร้างเครื่องไทม์แมชชีนขึ้นมาเพื่อกลับไปแก้ไขทุกสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาดในอดีต เพื่อพิชิตใจเธออีกครั้ง

 

Time Freak เข้าฉาย 5 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram