เมื่อทีมผู้สร้าง The Matrix โคจรมาพบกับ
ซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของเอเชีย!
.jpg)
เรียกได้ว่าก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกฮอลลีวู้ดแบบเต็มตัวก็คราวนี้ สำหรับศิลปินเกาหลีที่คนไทยรู้จักกันดีอย่าง เรน โดยเขาได้โอกาสรับบทนำใน Ninja Assassin หลังจากที่ก่อนหน้านั้น เรน เคยได้รับบทสมทบเล็กๆ มาแล้วในหนังของพี่น้องวาซอว์สกี้เรื่อง Speed Racer ซึ่งแน่นอนว่าครั้งนี้ เรน จะได้แสดงศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ แถมยังมีทีมผู้สร้าง The Matrix คอยแบ็คอัพอยู่ข้างหลังอีกต่างหาก
Ninja Assassin มีจุดดี จุดเด่นตรงไหน? ทำไมถึงคู่ควรกับการควักสตางค์จ่ายค่าตั๋วเข้าไปดูในโรงหนัง? คำตอบอยู่ด้านล่างนี้แล้ว...
ผลงานล่าสุดจากทีมผู้สร้าง The Matrix
.jpg)
Ninja Assassin เป็นการผนึกกำลังร่วมกันของผู้กำกับเจมส์ แม็คทีค เจ้าของหนังเรื่องเยี่ยมอย่าง V For Vetdetta และพี่น้องวาซอว์สกี้ (ผู้สร้างตำนาน The Matrix) ซึ่งมานั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้าง โดย แม็คทีค ยอมรับว่าเขาได้แรงบันดาลใจในการทำหนังเรื่องนี้มาจากหนังการ์ตูนนินจาที่เขาได้ดูสมัยเด็กๆ อย่าง Phantom Agent, Revenge of the Ninja, Enter the Ninja ไปจนถึง Ninja Scroll, Samurai Champloo ที่แม็คทีคบอกว่ายึดเป็นต้นแบบในการทำหนังเรื่องนี้ โดยเขาตั้งใจจะทำ Ninja Assassin ให้เป็นหนังนินจายุคใหม่ที่ยังคงมนต์ขลังสไตล์ดั้งเดิมเอาไว้นั่นก็คือ ความมันส์แบบไร้ขีดจำกัด ฉากแอ็คชั่นที่ดิบ บู๊ล้างผลาญ ถึงใจแบบสุดขั้ว!
ผู้ออกแบบฉากต่อสู้มือฉมัง
.jpg)
.jpg)
แช็ด สตาเฮสกี้, เดฟ ไลทช์ สองนักออกแบบคิวบู๊ และผู้กำกับแม็คทีค พยายามร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับ Ninja Assassin โดยหวังว่าฉากแอ็คชั่นในหนังเรื่องนี้จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนดูได้เช่นเดียวกับเทคนิค Bullet Time ที่สร้างความฮือฮาให้กับ The Matrix มาแล้ว แช็ด สตาเฮสกี้ (ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมออกแบบฉากต่อสู้ให้หนังเรื่อง 300) เล่าให้ฟังว่า “ในหนังเรื่อง 300 จะใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Crazy Horse ซึ่งมันทำให้เราสามารถซูมภาพแอ็คชั่นเข้าและออกได้อย่างรวดเร็วด้วยกล้อง 3 ตัวในเวลาเดียวกัน แต่ในเรื่อง 300 เราทำแบบนั้นแค่บนดอลลี่แนวตรงธรรมดา ในเรื่อง Ninja Assassin เราเลยตัดสินใจทำทุกอย่างเสียใหม่ เรามีดอลลี่ที่เป็นวงกลมโดยมี เรน อยู่ตรงกลาง และออกแบบให้มีฉากแอ็คชั่นเกิดขึ้นรอบตัวเขาตลอดเวลา ซึ่งทำให้เราได้ภาพความยาว 45 วินาทีที่ไม่มีการตัดต่อ”
ถ่ายทำในสตูดิโอที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป
.jpg)
.jpg)
Ninja Assassin ถ่ายทำกันที่ บาเบิลส์เบิร์ก สตูดิโอ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองเบอร์ลิน ในประเทศเยอรมัน นับตั้งแต่เปิดใช้เมื่อปี 1911 บาเบิลส์เบิร์ก กลายเป็นโลเคชั่นสำหรับหนังชื่อดังมากมายเช่นหนังของฟริทซ์ ลอง เรื่อง Metropolis ไปจนถึงเรื่อง Nosferatu ซึ่งผู้กำกับแม็คทีค ก็เคยใช้ที่นี่ถ่ายหนังเรื่อง V For Vendetta มาแล้ว รวมทั้งตอนที่เขาได้รับหน้าที่เป็นผู้กำกับกองสองเรื่อง Speed Racer ของพี่น้องวาโชสกี้ ด้วย โดยที่สตูดิโอแห่งนี้มีโรงถ่ายมากถึง 16 โรง ในพื้นที่กว่า 270,000 ตารางฟุต ซึ่งนับได้ว่าเป็นสตูดิโอขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป
นำแสดงโดยนักร้องซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งแห่งเอเชีย
.jpg)
ที่มาที่ไปของ Ninja Assassin เริ่มต้นตอนที่ แลร์รี่ และแอนดี้ วาซอว์สกี้ กำลังทำหนังเรื่อง Speed Racer ซึ่งมี เจมส์ แม็คทีค เป็นผู้กำกับกองสอง แม้ในหนังเรื่องนั้น เรน จะมีบทแค่นิดเดียว แต่ เรน ก็ได้ฉายแววของความเป็นซูเปอร์สตาร์ออกมาให้เห็นโดยผู้กำกับแม็คทีค มีความมั่นใจแบบสุดๆ ว่า เรน ดีพอที่จะขึ้นมาเป็นพระเอกหนังฮอลลีวู้ดได้ ซึ่งนอกจากจะต้องเร่งฟิตร่างกายอย่างหนักแล้ว เรน ยังต้องฝึกซ้อมการใช้อาวุธหลายๆ ชนิดทั้งโซ่ ดาบคู่ และเดี่ยว ไปจนถึงดาวกระจายด้วย
ทำไมถึงต้องดู
.jpg)
หนังซึ่งพะยี่ห้อจากทีมผู้สร้าง The Matrix แบบนี้ รับประกันได้ว่า เราจะต้องได้เห็นฉากแอ็คชั่นที่มีทั้ง ความมันส์ ความหวือหวา น่าตื่นตาตื่นใจ อย่างแน่นอน บวกกับการที่ Ninja Assassin จะเป็นครั้งแรกที่ (นักร้องซูเปอร์สตาร์ชาวเกาหลีที่คนไทยรู้จักกันดีอย่าง) เรน ก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกหนังฮอลลีวู้ดแบบเต็มตัว ก็ยิ่งทำให้ Ninja Assassin ทวีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีกว่า เรน จะไปได้สวยแค่ไหนบนถนนสายฮอลลีวู้ด?
อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเหล่าบรรดา แม่ยก พ่อยก ทั้งหลายด้วยล่ะว่า จะไปช่วยกันอุดหนุนหนังเรื่องนี้ของ เรน กันมากขนาดไหน? |