draft

 

บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาภายในเรื่อง

 

 

                ปิดฉาก The Infinity Saga ที่เล่าเรื่องราวมายาวนานกว่า 11 ปี กับภาพยนตร์ 21 เรื่อง โดยในภาพยนตร์เรื่องที่ 22 นี้กับ Avengers: Endgame เรื่องราวที่ต่อเนื่องจากความสิ้นหวัง หลังจากธานอสทำภารกิจของตัวเองสำเร็จ เขากวาดล้างสิ่งมีชีวิตทั่วจักรวาลให้หายไปครึ่งหนึ่ง ในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังเดินหน้า แต่เหล่าฮีโร่ของเราไม่ พวกเขาหาทางแก้ไขด้วยการย้อนเวลากลับไปเพื่อรวบรวมอัญมณีในอดีต เพื่อนำกลับมาดีดนิ้วแก้ไขเหตุการณ์ทั้งหมด แน่นอนว่าคนที่ได้ดูแล้วย่อมรู้ผลลัพธ์ของภารกิจนี้จะออกมาเป็นอย่าง แต่ในระหว่างที่พวกเขาย้อนเวลานั้น เหล่าฮีโร่ของเราได้กลับไปสู่ภาพยนตร์หลายเรื่องในอดีต วันนี้เราจะพาไปดูกันว่ามีฉากจากหนังเรื่องไหนบ้างที่ปรากฎใน Avengers: Endgame

 

ช่วงเวลาที่เหล่า Avengers ย้อนเวลากลับไป

                จากภาพยนตร์เราทราบว่าเหล่า Avengers แบ่งออกเป็น 3 ทีม เริ่มต้นจากทีมแรกที่ประกอบไปด้วย Captain  America, Iron Man และ Ant-Man ย้อนเวลากลับไปในช่วงปี 2012 ณ เหตุการณ์ Battle of New York ในภาพยนตร์เรื่อง The Avengers นอกจากนั้นแล้วสตีฟ และโทนี ก็ได้ย้อนกลับไปอีกครั้งในช่วงเวลาที่เป็นยุคช่วงเริ่มต้นของหน่วยชิลด์ด้วย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไม่เคยปรากฎในภาพยนตร์เรื่องไหนมาก่อน

                ทีมที่ 2 นั้น คือ เนบิวล่า และ วอร์แมชชีน ย้อนกลับไปในฉากเปิดเรื่องของ Guardians of the Galaxy ในปี 2014 ที่นั่นเขาได้พบกับ สตาร์ลอร์ด ในดาวมอแรค โดยอีกส่วนหนึ่งของทีมนี้คือฮอว์คอาย กับแบล็ควิโดว์ ก็ได้ย้อนกลับไปในช่วงเวลาเดียวกัน ก่อนจะเดินทางไปยังดาววอร์เมีย

                สุดท้าย ทีมที่ 3 ธอร์และร็อคเก็ต แรคคูณ ย้อนกลับไปใน Thor: The Dark World ในปี 2013 ณ ช่วงเวลานั้นเขาได้พบกับฟริกกา ในวันที่เธอเสียชีวิต

 

สถานที่ที่เหล่า Avengers ได้ไปเยือนในอดีต

                เริ่มต้นที่ ฮอว์คอาย และแบล็ควิโดว์ เดินทางไปวอร์เมีย ดวงดาวที่ Soul Stone ถูกเก็บรักษาไว้ โดยเนบิวล่าได้อธิบายเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับดาวดวงนี้ว่ามันคือ “ศูนย์กลางของเหล่าเซเลสเทียล” ใครที่เคยดู Guardians of the Galaxy คงจะเคยได้ยินชื่อนี้ โดยเหล่าเซเลสเทียลจะกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง The Eternals

                ฮอว์คอายได้ย้อนกลับไปในอดีตในช่วงทดสอบการย้อนเวลา สถานที่แห่งนั้นคือบ้านของเขาที่อาศัยอยู่กับครอบครัว แห่งเดียวกับที่เคยปรากฎในภาพยนตร์เรื่อง Avengers: Age of Ultron

                ส่วน โทนี สตาร์กและสตีฟ โรเจอร์ ก็ได้ย้อนกลับไปในสถานที่ที่เรียกว่า แคมป์ Leigh สถานที่ที่สตีฟฝึกฝนในภาพยนตร์เรื่อง Captain America: The First Avenger และเป็นสถานที่เดียวกับที่ปรากฎใน Captain America: The Winter Soldier ซึ่งที่แห่งนั้นเป็นสถานที่ตั้งแรกเริ่มของหน่วยชิลด์

 

ฉากที่เกี่ยวข้องกับ Iron Man

                เริ่มต้นกันที่ฉากเปิดเรื่องของ Avengers: Endgame ฉากที่โทนี สตาร์กกำลังอัพวีดีโอเพื่อฝากข้อความเอาไว้ในเพพเพอร์ พ็อตต์ มีประโยค 2 ประโยคที่ถูกอ้างอิงถึง เริ่มต้นด้วยประโยคว่า “อย่าโพสต์คลิปนี้ลงบนโซเชียลมีเดียนะ” จากภาพยนตร์เรื่อง Iron Man และต่อเนื่องด้วยประโยค “มันเป็นคุณเสมอ” อ้างถึงภาพยนตร์เรื่อง Iron Man 2

                ก่อนที่จะมีภาพฉากของโทนี และเนบิวล่า กำลังพยายามที่จะซ่อมแซมยาน the Benatar โทนีสวมเสื้อยืดตัวเดียวกับที่เขาสวมในถ้ำของภาพยนตร์เรื่อง Iron Man

                เมื่อโทนี สตาร์ก กลับมาสู่โลกในสภาพอ่อนแรง พร้อมกับความหวังที่ถูกทำลายหลังการต่อสู้บนดาวไททัน เขาระเบิดอารมณ์ใส่สตีฟ โรเจอร์ ด้วยการอ้างถึงการสร้างหุ่นเพื่อปกป้องโลกใน Avengers: Age of Ultron

                Avengers: Infinity War โทนีเล่าความฝันของตัวเองว่าเขา และเพพเพอร์มีลูกด้วยกัน และได้ตั้งชื่อให้ลูกของพวกเขาว่า มอร์แกน ชื่อเดียวกับลุงของเธอ จนกระทั่งในภาพยนตร์เรื่องนี้พวกเขาก็ได้มีลูกด้วยกันจริง ๆ และยังคงตั้งชื่อเด็กสาวตัวน้อยว่ามอร์แกนเช่นเคย

                ฉากเปิดตัวของมอร์แกน เราได้เห็นเธอสวมหมวกของ Rescue คล้ายกับฉากที่มีเด็กสวมหมวกไอออนแมน ที่โทนีเคยได้ช่วยเอาไว้ใน Iron Man 2

                ในช่วงเวลาที่โทนี ย้อนเวลากลับไปในปี 2012 โทนี กระโดดลงจาก Avengers Tower แล้วสวมชุดกลางอากาศ เช่นเดียวกับเขาทำในภาพยนตร์เรื่อง The Avengers

                ฉากต่อมาเป็นฉากที่โทนี ได้สวมกอดปีเตอร์ พาร์คเกอร์ที่ได้กลับมาจากการดีดนิ้วล้างจักรวาล ชวนให้ย้อนนึกกลับไปถึงภาพยนตร์เรื่อง Spider-Man:  Homecoming แตกต่างแค่ในตอนนั้นโทนีไม่ได้ตั้งใจจะกอดเท่าครั้งนี้

                “ฉันคือ Iron Man” นี่คือประโยคที่โทนีพูดกับธานอส ก่อนที่เขาจะตัดสินใจดีดนิ้ว เป็นฉากที่ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นที่ไม่ใช่แค่ Iron Man แต่เป็น Marvel Cinematic Universe ทั้งหมด

                ฉากการเสียชีวิตของโทนี สตาร์ก คือเวอร์ชั่นย้อนกลับที่ Spider-Man สลายไปใน Avengers: Infinity War

                โทนีใช้เทคโนโลยีภาพโฮโลแกรม เพื่อฝากข้อความถึงมอร์แกน เช่นเดียวกับที่พ่อของเขาเคยอัพวีดีโอข้อความเอาไว้ให้ในภาพยนตร์เรื่อง Iron Man 2

                ต่อมาเป็นเตาปฏิกรณ์ Arc Reactor ชิ้นแรกของโทนี สตาร์ก พวกเขาวางบนอยู่บนช่อดอกไม้เพื่อไว้อาลัย โดยบนเตาปฏิกรณ์นั้นเขียนว่า “นี่คือสิ่งพิสูจน์ว่าโทนี สตาร์กมีหัวใจ”

                ฉากนี้เป็นฉากระหว่างมอร์แกน และแฮปปี้ โฮแกน โดยมอร์แกนบอกกับลุงแฮปปี้ว่าเธออยากกินชีสเบอร์เกอร์ แฮปปี้ก็ได้บอกว่าพ่อของเธอก็ชอบกินชีสเบอร์เกอร์เหมือนกัน ซึ่งใน Iron Man เจ้าชีสเบอร์เกอร์นี่ละคือสิ่งแรกที่โทนีเรียกหาหลังจากรอดชีวิตกลับมาได้

                สุดท้ายคือเสียงตีเหล็กของ Iron Man ดังขึ้นหลังจบฉากเครดิตนักแสดงและทีมงาน

 

ฉากทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Captain America

                หลังจากผิดหวังกับการไปตามหาธานอสถึง The Garden เวลาผ่านไป 5 ปี สตีฟ โรเจอร์ได้กลายเป็นผู้นำของศูนย์บำบัดกลุ่ม บทบาทเดียวกับที่แซม วิลสัน หรือฟัลคอน เคยทำในภาพยนตร์เรื่อง Captain America: The Winter Soldier

                เพลงประจำตัวของ Captain America: The First Avenger ดังขึ้นในช่วงเวลาที่โทนี สตาร์กมอบโล่คืนให้สตีฟ โรเจอร์

                ในฉากย้อนเวลาไปใน Battle of New York เมื่อปี 2012 เราได้เจอกับโลกิที่ถูกจับตัว เขาได้แกล้งแปลงกายเป็นสตีฟ โรเจอร์ส เช่นเดียวกับที่เขาเคยทำใน Thor: The Dark World

                ในฉากที่สตีฟย้อนกลับไปเพื่อชิงคฑาที่มี Mind Stone อยู่ซึ่งถูก บร็อก รัมโลว์ถือไป และนั่นหมายถึงคฑาจะตกอยู่ในมือของไฮดร้า สตีฟก็ได้ดักขึ้นลิฟต์ไป ฉากนี้ชวนให้นึกถึงฉากการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ใน Captain America: The Winter Soldier แต่สตีฟพลิกความคาดหมายของทุกคนด้วยการพูดว่า “เฮล ไฮดร้า”  

                ประโยค “อย่างนี้ทั้งวันก็ไหว” นี่คือประโยคสตีฟในอดีตปี 2012 พูดระหว่างเข้าปะทะกับสตีฟที่มาจากปัจจุบัน เป็นประโยคประจำตัวที่เราได้ยินมาเสมอของ Captain America

                มีฉากหนึ่งที่เราได้เห็นฮาวเวิร์ด สตาร์กเข้ามาเพื่อตามหา อาร์นิม โซลา นักวิทยาศาสตร์ของไฮดร้าจาก Captain America: The First Avengers ที่ในขณะนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการในหน่วยชิลด์

                ระหว่างศึกต่อสู้สุดท้าย Captain America ได้คว้าค้อนโยเนียร์ขึ้นมาต่อสู้กับธานอส ซึ่งมันเคยถูกใบ้เอาไว้แล้วใน Avengers: Age of Ultron

                แม้จะมีค้อนโยเนียร์ กับโล่ประจำกายสตีฟ ก็ไม่สามารถที่จะเอาชนะธานอสได้ เขาต่อสู้สุดใจจนกระทั่งโล่ของเขาแตก ตรงกับภาพนิมิตของโทนี สตาร์กที่ปรากฎใน Avengers: Age of Ultron

                “ระวังซ้าย” ประโยคเดียวกับที่แซม วิลสันพูดกับสตีฟใน Captain America: The Winter Soldier เขานำกลับมาพูดอีกครั้งก่อนที่กองทัพของเหล่าคนที่สลายไป กลับมาร่วมศึกสุดท้ายในตอนท้ายเรื่อง

                Captain America เรียกสไปเดอร์แมนว่า “เจ้าหนูควีนส์” ชวนให้นึกถึงฉากที่ทั้งสองเผชิญหน้ากันใน Captain America: Civil War

                ในช่วงท้ายเรื่องที่สตีฟ โรเจอร์ตัดสินใจย้อนเวลากลับไปในอดีตเพื่อนำอัญมณีกลับไปคืนในช่วงเวลาที่เอามา เหตุการณ์ตอนนั้นบัคกี้อยู่แล้วว่าสตีฟ จะไม่กลับมา พวกเขาจึงมีโอกาสได้พูดประโยคอำลาซึ่งกันและกัน โดยเป็นประโยคเดียวกับที่เคยพูดไว้ใน Captain America: The First Avenger

                สตีฟ โรเจอร์ในเวอร์ชั่นชราที่กลับมาในยุคปัจจุบันนั้นสวมเสื้อแจ็คเก็ตตัวเดียวกับที่เขาสวมก่อนจะได้รับเซรุ่มซูเปอร์โซลเยอร์ จากภาพยนตร์เรื่อง Captain America: The First Avenger

                ในตอนสุดท้ายเราได้เห็นว่า Captain America ได้กลับไปเต้นรำกับรักแท้ของเขาเพ็กกี้ คาร์เตอร์ ซึ่งเพลงที่พวกเขาใช้เต้นรำกันนั้นก็เป็นเพลงเดียวกับที่เคยเปิดใน Captain America: The Winter Soldier เพลงนี้มีชื่อว่า “It’s Been a Long, Long Time” โดยเพลงนี้เป็นเพลงที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อสื่อถึงเหล่าทหารอเมริกันที่กลับบ้านมาหาภรรยาของพวกเขาหลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2

 

ฉากทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Thor

                ฉากเปิดเรื่องเราได้เห็น Thor สับคอธานอส เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่เขาไม่ได้เล็งที่หัวจาก Avengers: Infinity War

                ธอร์พาเอาเหล่าชาวแอสการ์ดมาอยู่บนโลกที่เมือง Tønsberg ของประเทศนอร์เวย์ โดยตั้งชื่อว่านิวแอสการ์ด โดยในภาพยนตร์เรื่อง Thor นั้น เมืองนี้คือสถานที่ที่ชาวแอสการ์ดเคยมาเยือน และพวกเขาใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาเทซเซอแร็ค ซึ่งในCaptain America: The First Avenger เรดสกัลล์ไปตามหามัน อีกทั้งใน Iron Man 2 ปรากฎจุดของเมืองนี้บนแผนที่ด้วยเช่นกัน

                บนดาวแอสการ์ด ธอร์คุยกับฟริกกาว่าเขาเสียดวงตาไปในศึกกับชาว Harokin ซึ่งศึกนี้เลดี้ซิฟได้พูดกับ Thor ในภาค The Dark World

 

ฉากทั้งหมดที่เกี่ยวกับ Black Widow และ Hawkeye

                เริ่มต้นด้วย Black Widow ที่ยังคงเก็บรองเท้าบัลเลต์เอาไว้บนชั้นวางของ เพื่อย้ำเตือนตัวเธอเองถึงที่มา อย่างที่เคยเกิดขึ้นในนิมิตจาก Avengers: Age of Ultron

                “พวกเรามาไกลจากบูดาเปสต์มากเลยนะ” ฮอว์คอายพูดประโยคนี้ระหว่างนั่งยานไปยังดาววอร์เมีย ชวนให้นึกถึงฉากที่พวกเขาต่อสู้ด้วยกันใน The Avengers

                ฉากการตายของ Black Widow บนดาววอร์เมียนั้น เป็นฉากเดียวกับของกาโมร่า ใน Avengers: Infinity War พร้อมด้วยเพลงบรรเลงเดียวกัน

 

ฉากทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ The Avengers

                เราได้เห็น Professor Hulk กำลังกินไอศกรีม Ben & Jerry ซึ่งเป็นไอศกรีมที่หว่องชอบกินเช่นกัน ข้อมูลนี้ปรากฎในเรื่อง Avengers: Infinity War

                เราได้เห็นฉากมากมายจาก Battle of New York แต่ฉากหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์เลยก็คือฉากที่กองทัพจากชิโทรี่คำรามลั่นจากบนตึกใส่เหล่า Avengers

                ฉากต่อเนื่องจากที่โลกิถูกจับตัวใน The Avengers เสริมขึ้นมาด้วยโทนี สตาร์กว่าบอกกับทีมว่าให้หยุดโพสต์ท่ากันได้แล้ว

                Avengers: Endgame ได้อธิบายว่าทำไมพวกเขาถึงเสียคฑาโลกิที่มี Mind Stone ไปให้กับไฮดร้าที่นำไปสู่ Avengers: Age of Ultron

                หลังจากจบศึก Battle of New York เหล่าอเวนเจอร์สก็ได้ลงลิฟต์ไป พร้อมกับพูดคุยกันว่าจะไปหามื้อเที่ยงรับประทาน ซึ่งนั่นนำไปสู่ฉากกินชาวาร์มาที่ปรากฎในฉากท้ายเครดิตของ The Avengers

                เราได้เห็นอเล็กซานเดอร์ เพียร์ซ พูดว่าหน่วยชิลด์ได้ครอบครองเทซเซอแร็คมายาวนานกว่า 70 ปี เชื่อมต่อเวลากับการที่ฮาวเวิร์ด สตาร์กพบมันใต้มหาสมุทรในภาพยนตร์เรื่อง Captain America: The First Avenger ซึ่งชัดเจนว่าเขาไม่รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน Captain Marvel

                Professor Hulk ได้พูดว่าเขาคือคนเดียวที่เหมาะสมที่สุดที่จะสวมถุงมืออินฟินิตี้ เพราะว่าพลังส่วนมากที่อัญมณีปล่อยออกมาคือรังสีแกมม่า ซึ่งใน The Avengers นั้น เหตุผลที่นิค ฟิวรี่เรียกตัวบรูซ แบนเนอร์มาร่วมทีมเพราะว่าเขาคือนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญเรื่องรังสีแกมม่ามากที่สุด และเทซเซอร์แร็คก็ปล่อยรังสีแกมม่าออกมานั่นเอง

 

ฉากทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Guardians of the Galaxy

                ในฉากเป็นเรื่องเนบิวล่ากำลังเล่นเกมกับโทนี และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอชนะอะไรบางอย่าง หลังจากที่ตลอดชีวิตเธอไม่สามารถเอาชนะพี่สาวของเธอได้เลย

                เนบิวล่าพูดว่า “พ่อของฉันอาจเป็นหลายสิ่ง แต่เขาไม่ใช่คนโกหก” ซึ่งนี่ช่วยสนับสนุนมากขึ้นเมื่อย้อนกลับไปใน Avengers: Infinity War ธานอสได้พูดกับกาโมร่าว่าเธอโกหกได้แย่มาก เพราะเขาไม่เคยสอนให้ลูก ๆ ของเขาเป็นคนโกหก

                เหล่าชาวแอสการ์ดที่อยู่ในอดีต ได้ไล่จับ Rocket Raccoon พร้อมตะโกนว่า จับเจ้ากระต่ายนั่น เหมือนกับที่ Thor พูดไว้ในภาพยนตร์เรื่อง Avengers: Infinity War

                เราได้เห็นเนบิวล่าในอนาคตที่ย้อนกลับไปเจอกับกาโมร่าในอดีต ซึ่งเนบิวล่าก็ได้พยายามโน้มน้าวให้กาโมร่าย้ายข้าง และยืนยันความเป็นพี่น้องกัน ซึ่งนี่คือภาพสะท้อนกลับของการทั้งสองตัวละครที่เคยเกิดขึ้นใน Guardians of the Galaxy Vol.2

                แดร็กซ์ต่อสู้กับคัล อ็อบซิเดียน ในรูปแบบเดียวกับที่เขาสู่กับสัตว์ประหลาดใน Guardians of the Galaxy Vol.2 ด้วยการโน้มตัวไปข้างหลังแล้วแทงมีดรัวไม่ยั้ง

                สุดท้ายคือสตาร์ลอร์ดถูกกาโมร่าในอดีตเตะเข้ากลางเป้าแบบเดียวกับที่เธอทำในช่วงที่ทั้งคู่เจอกันครั้งแรกใน Guardians of the Galaxy แต่คราวนี้เธอเตะถึง 2 ครั้ง แถมยังแรงมากกว่าเดิม

 

ฉากที่เกี่ยวข้องกับตัวละครอื่น ๆ ใน MCU

                ฉากที่สก็อตต์ แลงก์ปรากฎตัวหน้าฐานของเหล่าอเวนเจอร์ส เขาได้อ้างถึงเหตุการณ์ที่เขาร่วมต่อสู้ใน Captain  America: Civil War

                The Ancient One ได้มองเห็นช่วงเวลาที่ Dr.Strange เป็นจอมเวทย์สูงสุด แต่เธออ้างว่าไม่ได้เห็นมากกว่านั้น กระทั่งในช่วงเวลาที่เธอเสียชีวิต

                The Ancient One ใช้พลังของเธอผลักวิญญาณของบรูซ แบนเนอร์ให้ออกไปจากร่างกายของเขา เช่นเดียวกับที่สตีเฟน สเตรนจ์โดนกระทำในภาพยนตร์เรื่องเดี่ยวของตัวเอง

                แฮงก์ พิมปรากฎตัวทำงานให้กับหน่วยชิลด์ ในช่วงประมาณปี 1970 เราได้เห็นหมวกของ Ant-Man รุ่นทดลอง ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เราเห็นแฮงก์ พิมสวมในเวอร์ชั่นคอมิกส์

                ในช่วงที่ Captain America บุกเข้าไปในห้องแล็ปของแฮงก์ พิม เพื่อขโมยอนุภาคพิม ในฉากนั้นก็ได้มีดนตรีจากภาพยนตร์เรื่อง Ant-Man ดังขึ้น

                ในฉากต่อสู้สุดท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ เราได้เห็นกองทัพมาร่วมรบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกองทัพวาคานด้าจาก Black Panther, กองทัพราเวนเจอร์ส จาก Guardians of the Galaxy และ กองทัพจอมเวทย์จาก Doctor Strange

                เมื่อมองดูดี ๆ ในฉากที่เหล่าฮีโร่ปรากฎตัวออกมาจากประตูมิติของ Doctor Strange เราจะได้เห็น Howard the Duck  ปรากฎตัวอยู่ใกล้ ๆ กับวอส์ป ซึ่งตัวละครนี้ได้ปรากฎตัวครั้งแรกใน MCU ในฉากท้ายเครดิตของ Guardians of the Galaxy และปรากฎตัวใน Guardians of the Galaxy Vol.2 ด้วยเช่นกัน

                รถตู้จากภาพยนตร์เรื่อง Ant-Man ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญด้วยเช่นกัน ซึ่งรถตู้คันนี้มีอุโมงค์ที่ใช้เดินทางไปยังมิติควอนตัมด้วยเช่นกัน

                “พวกเราจัดการเอง แคป” นี่คือบทพูดของวอส์ป ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปในภาพยนตร์เรื่อง Ant-Man & The Wasp สก็อตต์ แลงก์ได้พูดถึงแคปเป็นครั้งแรก และเมื่อวอส์ปพูดคำเดียวกัน ทั้งคู่ก็หันมายิ้มให้กันราวกับนึกถึงเหตุการณ์นั้น

                สไปเดอร์แมนเปิดใช้โหมดฆ่าไม่ยั้งเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการอ้างไปถึงภาพยนตร์เรื่อง Spider-Man: Homecoming ที่ปีเตอร์เปิดโหมดนี้อย่างไม่ตั้งใจ

                กัปตันมาร์เวลปรากฎตัวในลุคผมสั้นทรงอันเดอร์คัท ทรงเดียวกับที่ปรากฎในคอมิกส์ ซึ่งดูคล้ายคลึงกับ Mar-Vell ในภาพยนตร์เดี่ยวของเธอ จึงเป็นไปได้ว่าแครอลได้แรงบันดาลใจมาจากเธอคนนี้

                แบล็คแพนเธอร์เรียกฮอว์คอาย ว่า คลินท์ ตามที่พวกเขาเคยพบกันและได้แนะนำตัวกันใน Captain America: Civil War

 

ตัวละครจากซีรีส์ที่ปรากฎใน Avengers: Endgame

                ในฉากย้อนเวลาของทั้งโทนี สตาร์กและสตีฟ โรเจอร์ ก่อนที่ฮาวเวิร์ด สตาร์กจะแยกกับโทนี เราได้เห็นพ่อบ้านจาร์วิส ซึ่งนักแสดงที่มารับบทนี้คือ James D’Arcy นักแสดงคนเดียวกับที่รับบทจาร์วิสในซีรีส์ Agent Carter ทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นการเชื่อมต่อกันระหว่างจักรวาลซีรีส์ Marvel กับ Marvel Cinematic Universe

 

Source: Screen Rant

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram