พลิกจากในหนัง จริงๆแล้วคนที่อาจารย์โยดาอยากฝึกให้เป็นเจได คือ เจ้าหญิงเลอา ไม่ใช่ลุค

 

พลิกจากในหนัง จริงๆแล้วคนที่อาจารย์โยดาอยากฝึกให้เป็นเจได คือ เจ้าหญิงเลอา ไม่ใช่ลุค

 

                หนึ่งในมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกภาพยนตร์คงหนีไม่พ้น Star Wars แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปีแล้วแต่เรื่องราวสงครามอวกาศระหว่างแสงสว่างและความมืดก็ยังไม่จบสิ้น และในช่วงนี้ก็เป็นช่วงเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของหนึ่งในภาคที่เป็นตำนาน นั่นคือ Star Wars: A New Hope อย่างที่เราเห็นว่าในภาคนี้เป็นการเริ่มต้นการฝึกฝนของลุค สกายวอล์คเกอร์ ที่ได้ปรมาจารย์โยดามาฝึกฝนด้วยตนเอง แม้ว่าจะต้องตามตื๊ออยู่นานสองนานก็ตาม

               

 

                เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 40 ปีนี้เอง เฟรนไชส์นี้จึงได้ปล่อย Star Wars: From A Certain Point of View นวนิยายที่รวบรวมเรื่องสั้นซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ได้บอกเอาไว้ในภาพยนตร์ หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องราวการฝึกฝนของอาจารย์โยดา กับ ลุค สกายวอล์คเกอร์ เป็นบทที่ว่าด้วยการปรึกษาหารือกันระหว่างโอบีวัน เคโนบี และอาจารย์โยดา

 

                ในเนื้อเรื่องนั้นโอบีวัน ได้แนะนำให้อ.โยดาฝึกฝนทายาทของสกายวอล์คเกอร์ แต่ในคราวแรกปรมาจารย์เจไดกลับคิดถึงเจ้าหญิงเลอา ผู้สามารถสัมผัสถึงพลังได้ แทนที่จะเป็นลุค สกายวอล์คเกอร์ เพราะเขากังวลว่ามันจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนที่เกิดขึ้นกับอนาคิน เพราะเขาเชื่อว่าการสัมผัสพลังแห่งความมืดนั้นสามารถสืบทอดผ่านทางทายาทผู้ชายได้ง่ายกว่าผู้หญิง และมองเห็นว่าเจ้าหญิงเลอาคือคนที่ตระหนักรู้ในหน้าที่ของตนเอง มีความเข้มแข็ง และเป็นผู้นำ อย่างที่ปรากฎให้เห็นว่าเธอเป็นถึงผู้นำแห่งฝ่ายกบฎ

 

 

                แต่สุดท้าย อาจารย์โยดา ก็เลือกที่จะปล่อยให้เป็นไปตามที่โอบีวันเลือก เขาฝึกลุค จนสามารถล้มล้างซิธ และเริ่มพัฒนาการเป็นเจไดขึ้นมาอีกครั้ง และล้มเหลวในการฝึกให้เบน โซโล หรือ (ไคโล เร็น) จนลุคหนีหายไม่มีใครตามตัวเจอ และจากรูปใหม่ที่ปรากฎว่าลุคเปลี่ยนโทนสีของชุด จากโทนสีตามแบบฉบับเจได ไปมืดมนคล้ายกับซิธนั้น ทำให้เราต่างสงสัยว่าหรือสิ่งที่อาจารย์โยดากังวลไว้ จะเป็นเรื่องจริง...

 

 

                จากการคอนเฟิร์มของทีมงานผู้สร้างว่าเจไดคนสุดท้ายในภาพยนตร์เรื่อง Star Wars: The Last Jedi นั้นหมายถึง ลุค สกายวอล์คเกอร์ เป็นไปได้ว่าสุดท้ายแล้วลุคอาจจะหมดหวังในหนทางแห่งแสงสว่าง แล้วกลายเป็นอะไรอย่างอื่นที่ช็อคแฟน ๆ ที่ติดตามมาอย่างยาวนาน คำตอบนั้นคงมีแต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ให้คำตอบได้ ไปร่วมหาคำตอบพร้อมกันกับ Star Wars: The Last Jedi กำหนดฉาย 14 ธันวาคมนี้

 

 

Source : Screenrant.com

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram